ข้ามไปยังเนื้อหา
Thai Global Freight (TGF)

ส่งออกจากประเทศไทย

ส่งของไปต่างประเทศ จากไทย

รวมเรื่องที่ผู้ส่งออกต้องตัดสินใจให้จบก่อนสินค้าออกเดินทาง ตั้งแต่เลือกรูปแบบขนส่งที่เหมาะกับสินค้า ค่าใช้จ่ายที่ประกอบกันเป็นต้นทุนถึงปลายทาง เอกสารที่ผู้ซื้อและศุลกากรประเทศปลายทางจะเรียก ไปจนถึงเส้นทางออกจากไทยที่สินค้าจะไป TGF จัดการขนส่งทางเรือ ทางอากาศ และรถข้ามแดนจากไทยให้เป็นงานเดียวที่ประสานกัน ไม่ใช่การจองแยกหลายเจ้าที่คุณต้องตามเอง

เริ่มจากเลือกรูปแบบขนส่ง

รูปแบบขนส่งเป็นตัวกำหนดโครงสร้างค่าใช้จ่าย เอกสาร และบรรจุภัณฑ์ จึงต้องตัดสินใจก่อนจองอะไรทั้งสิ้น ตารางเทียบด้านล่างเป็นจุดเริ่มต้น คำตอบจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ปริมาตร มูลค่า และกำหนดส่งของสินค้าล็อตนั้น

ทางเรือ · FCL

เหมาตู้ (FCL)

สินค้าของคุณอยู่ในตู้เพียงเจ้าเดียว ปิดซีลจากต้นทาง เหมาะกับปริมาณที่เต็มหรือใกล้เต็มตู้ 20 หรือ 40 ฟุต สินค้าที่ไม่ต้องการให้ยกขนที่โรงรวมตู้ และการส่งประจำที่ราคาเหมาตู้คุ้มกว่าจอง LCL หลายรอบ

ทางเรือ · LCL

ไม่เต็มตู้ (LCL)

รวมตู้กับสินค้าของผู้ส่งรายอื่น จ่ายตามพื้นที่ที่ใช้จริง เหมาะกับปริมาณระดับพาเลทและการส่งล็อตแรกให้ผู้ซื้อรายใหม่ ต้องเผื่อขั้นตอนยกขนเพิ่มทั้งสองปลายและตารางเวลาที่ผูกกับรอบปิดรวมตู้

ทางอากาศ

ขนส่งทางอากาศ

เร็วที่สุดและอ่อนไหวกับปริมาตรมากที่สุด เพราะคิดค่าระวางจากค่าที่สูงกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร คุ้มกับสินค้าที่มีกำหนดส่งตายตัว ตัวอย่างสินค้า สินค้ามูลค่าสูง และสินค้าเน่าเสียง่าย โดยเทียบส่วนต่างค่าขนส่งกับต้นทุนของการส่งช้า

ทางถนน

รถบรรทุกข้ามแดน

ใช้กับปลายทางประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาคที่วิ่งรถถึงได้ ซึ่งการใช้รถช่วยเลี่ยงการยกขนที่ท่าเรือทั้งสองปลาย พิธีการและเวลาเปิด-ปิดด่านเป็นตัวกำหนดไทม์ไลน์ จึงต้องวางแผนจุดผ่านแดนละเอียดเท่ากับตัวเส้นทาง

door to door

ส่งแบบ door to door

ใช้รูปแบบขนส่งข้างต้นรูปแบบใดก็ได้ แต่จัดให้ครบเป็นสายเดียว ทั้งรับสินค้า พิธีการส่งออก พิธีการนำเข้าปลายทาง และส่งถึงที่อยู่ผู้รับ ขอบเขตงานเป็นไปตาม Incoterm และเงื่อนไขนำเข้าของปลายทาง และระบุไว้ในใบเสนอราคา

พิธีการศุลกากร

พิธีการศุลกากรขาออก

ยื่นใบขนสินค้าขาออกและประสานงานกับตัวแทนออกของที่มีใบอนุญาต โดยตรวจเทียบกับใบแจ้งหนี้ บัญชีรายการบรรจุหีบห่อ และรายละเอียดการจอง ความไม่ตรงกันของสามอย่างนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้สินค้าตกค้าง จึงต้องกระทบยอดให้ตรงก่อนยื่น

อะไรทำให้ค่าขนส่งต่างกัน

ใบเสนอราคาค่าขนส่งแทบไม่เคยเป็นตัวเลขเดียว นี่คือรายการที่ควรให้แยกให้เห็นก่อนเทียบสองใบเสนอราคา และก่อนนำต้นทุนขนส่งไปตั้งราคาขาย

  • น้ำหนักคิดค่าระวาง — ทางอากาศคิดค่าที่สูงกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร FCL คิดเป็นตู้ ส่วน LCL คิดตามลูกบาศก์เมตรหรือ 1,000 กก. แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า
  • ค่าใช้จ่ายต้นทางในไทย — ค่ารถเข้ารับสินค้า ค่าดำเนินการส่งออก ค่าเอกสาร และค่าเทอร์มินัลที่ท่าเรือหรือสนามบิน
  • ค่าระวางช่วงหลัก ซึ่งขึ้นลงตามพื้นที่ระวางของสายเรือ/สายการบิน ฤดูกาล และค่าธรรมเนียมผันแปรด้านน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน
  • ค่าใช้จ่ายปลายทาง — ค่ายกขนที่เทอร์มินัล ค่าพิธีการ ค่าฝากเก็บหากสินค้าต้องรอ และค่าส่งถึงที่อยู่ปลายทาง
  • อากรและภาษีนำเข้าที่ปลายทาง ซึ่งประเทศนั้นประเมินจากมูลค่าที่สำแดงและพิกัดศุลกากร โดยทั่วไปเป็นต้นทุนของผู้ซื้อ ยกเว้นเงื่อนไข DDP ที่เป็นของผู้ส่งออก
  • ค่าประกันภัยสินค้า ซึ่งคุ้มครองตัวสินค้า ไม่ใช่ความรับผิดจำกัดของผู้ขนส่ง
  • เงื่อนไขเฉพาะของสินค้า เช่น ใบอนุญาต การรมยาหรือไม้บรรจุที่ผ่านการอบ การควบคุมอุณหภูมิ และการจัดการสินค้าอันตราย
ขอใบเสนอราคา →

เอกสารและความพร้อมก่อนส่ง

ปัญหาส่งออกส่วนใหญ่คือปัญหาเอกสารที่รู้ตัวช้า ยืนยันรายการเหล่านี้ในช่วงวางแผน ไม่ใช่ที่ท่าเรือ

  • ใบแจ้งหนี้และบัญชีรายการบรรจุหีบห่อที่ตรงกันเอง และตรงกับสินค้าที่อยู่ในตู้จริง
  • เอกสารขนส่ง — B/L สำหรับทางเรือ หรือ Air Waybill สำหรับทางอากาศ พร้อมรายละเอียดผู้รับตรงตามที่ผู้ซื้อต้องการ
  • หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ในกรณีที่ผู้ซื้อหรือสิทธิพิกัดภาษีของปลายทางกำหนด
  • การขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแยกจากการจดทะเบียนบริษัททั่วไป
  • ตรวจสอบว่าสินค้าประเภทนั้นต้องมีใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนส่งออกหรือไม่
  • บรรจุภัณฑ์และฉลากที่เหมาะกับรูปแบบขนส่ง ขั้นตอนยกขน และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
ดูบริการเตรียมเอกสารส่งออกแบบเต็มรูปแบบ →

ขั้นตอนการทำงาน

  1. แจ้งรายละเอียดสินค้าและปลายทางประเภทสินค้า น้ำหนักและขนาด การบรรจุ ที่อยู่ปลายทาง กำหนดเวลาที่ต้องการ และ Incoterm หากตกลงกันแล้ว
  2. เสนอราคาแยกตามรูปแบบขนส่งใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรที่แยกรายการค่าใช้จ่าย เพื่อเทียบทางเรือกับทางอากาศบนสินค้าชุดเดียวกันได้
  3. จองระวางและจัดการเอกสารจองพื้นที่กับสายเรือหรือสายการบิน เตรียมและตรวจเอกสารเทียบกับการจองให้เสร็จก่อนรอบปิด
  4. ส่งออก ติดตาม ส่งมอบลากสินค้าเข้าท่าเรือหรือสนามบิน แจ้งสถานะให้คุณ และประสานพิธีการนำเข้าและการส่งมอบกับตัวแทนที่ปลายทาง
อ่านวิธีการทำงานของเราเพิ่มเติม →

คุยเรื่องสินค้าของคุณกับเรา

ส่งรายละเอียดสินค้าและปลายทางมา แล้วรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรที่แยกรายการค่าใช้จ่าย ติดต่อเร็วที่สุดทาง LINE หรือโทรศัพท์ในเวลาทำการ

โทรศัพท์
091-405-1429

คำถามที่พบบ่อย

ส่งของไปต่างประเทศ ควรเลือกทางเรือหรือทางอากาศ?

ให้เทียบกันที่น้ำหนักคิดค่าระวาง (chargeable weight) ไม่ใช่น้ำหนักจริง ทางอากาศคิดค่าระวางจากค่าที่สูงกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร สินค้าที่เบาแต่กินพื้นที่จึงแพงเมื่อส่งทางอากาศแม้จะดูกล่องเล็ก ทางเรือคิดเป็นตู้สำหรับ FCL หรือคิดตามลูกบาศก์เมตร/1,000 กก. สำหรับ LCL และมีค่าใช้จ่ายท่าเรือ ค่าเทอร์มินัล และค่าเอกสารเพิ่มจากค่าระวางเรือ โดยทั่วไปสินค้าระดับพาเลทขึ้นไปจะเริ่มจากทางเรือ ส่วนทางอากาศจะเลือกเมื่อวันส่งมอบ อายุสินค้า หรือต้นทุนการถือสต็อกสำคัญกว่าส่วนต่างค่าขนส่ง ควรขอใบเสนอราคาทั้งสองแบบจากขนาดสินค้าชุดเดียวกันก่อนตัดสินใจ

ถ้าสินค้าไม่เต็มตู้ ส่งออกได้ไหม?

ส่งได้ นั่นคือบริการ LCL (Less than Container Load) สินค้าของคุณจะถูกรวมเข้าตู้เดียวกับสินค้าของผู้ส่งรายอื่นที่โรงพักสินค้า แล้วแยกตู้อีกครั้งที่ปลายทาง ข้อดีคือจ่ายค่าระวางตามพื้นที่ที่ใช้จริง ข้อแลกเปลี่ยนคือมีขั้นตอนขึ้น-ลงสินค้าเพิ่มและตารางเวลาขึ้นอยู่กับรอบปิดรวมตู้ หากส่งประจำ ควรตรวจสอบว่าที่ปริมาณเท่าไรการเหมาตู้เต็มจะถูกกว่าการจอง LCL หลายรอบเมื่อคิดเป็นต้นทุนต่อชิ้น

ผู้ส่งออกในไทยต้องเตรียมเอกสารอะไร?

ชุดหลักคือใบแจ้งหนี้ (Commercial Invoice) บัญชีรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) และเอกสารการขนส่งที่ออกโดยสายเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ (B/L สำหรับทางเรือ, Air Waybill สำหรับทางอากาศ) ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและเงื่อนไขของผู้ซื้อ อาจต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) ด้วย และสินค้าบางประเภทต้องมีใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนจึงจะส่งออกได้ การขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกเป็นเรื่องแยกจากการจดทะเบียนบริษัททั่วไป จึงควรยืนยันให้เรียบร้อยก่อนส่งล็อตแรก ไม่ใช่ไปแก้ที่ท่าเรือ

ค่าขนส่ง ค่าประกัน และภาษีขาเข้า ใครจ่าย?

กำหนดโดย Incoterm ในสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่ฟอร์เวิร์ดเดอร์ Incoterm ระบุว่าความรับผิดชอบของคุณสิ้นสุดที่จุดใด ใครเป็นผู้จัดและจ่ายค่าขนส่งแต่ละช่วง ใครทำประกันสินค้า และใครเป็นผู้นำเข้าที่ปลายทาง การตกลง Incoterm ก่อนเสนอราคาขายช่วยเลี่ยงปัญหาที่พบบ่อยคือราคาขายที่กลืนต้นทุนซึ่งไม่ได้วางแผนไว้ เวลาขอใบเสนอราคาให้แจ้ง Incoterm มาด้วย เพื่อให้ใบเสนอราคาครอบคลุมเฉพาะช่วงที่คุณรับผิดชอบ

ควรเริ่มวางแผนส่งออกล่วงหน้านานเท่าไร?

ควรเริ่มตั้งแต่ยังเจรจาการขายอยู่ การจองระวาง เตรียมเอกสาร และลากสินค้าเข้าท่าเรือเป็นส่วนที่คาดการณ์ได้ ส่วนที่คาดการณ์ยากคือสินค้าที่ปรากฏว่าต้องมีใบอนุญาต การขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ยังไม่เรียบร้อย บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับรูปแบบขนส่ง หรือ Incoterm ที่ผลักต้นทุนมาที่คุณตอนปลายทาง ทั้งสี่เรื่องนี้แก้ตอนวางแผนแล้วถูก แต่แก้ตอนสินค้าบรรจุเสร็จและกำหนดวันเรือแล้วจะแพง เราอยากดูงานก่อนจอง ดีกว่าดูหลังสินค้าติดอยู่แล้ว

ส่งแบบ door-to-door ถึงมือผู้ซื้อที่ต่างประเทศได้ไหม?

ได้ แต่เป็นการประสานงานต่อเนื่องหลายช่วง ไม่ใช่รถคันเดียววิ่งตลอด ประกอบด้วยรับสินค้าในไทย ดำเนินพิธีการส่งออก ช่วงเรือ/เครื่องบิน/รถ พิธีการนำเข้าที่ปลายทางผ่านตัวแทนออกของในประเทศนั้น และส่งถึงที่อยู่ผู้รับ ขอบเขตที่รวมอยู่ขึ้นกับ Incoterm และเงื่อนไขการนำเข้าของประเทศปลายทาง จึงระบุไว้ในใบเสนอราคา แจ้งที่อยู่ปลายทางและผู้ที่จะเป็นผู้นำเข้ามาให้เรา แล้วเราจะวางลำดับงานให้ก่อนเสนอราคา

Freight Forwarder ประเทศไทย

พร้อมวางแผนการขนส่งครั้งถัดไปหรือยัง?

โทรLINEขอใบเสนอราคา