Thai Global Freightคลังสินค้าในไทยสำหรับผู้ขายออนไลน์จากจีน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ผู้ขายจีนเอาสต็อกมาเก็บในคลังที่ไทยเพื่อขาย Shopee Lazada TikTok Shop อย่างไร ตั้งแต่ขนส่งช่วงแรก ผู้นำเข้า คลังแพลตฟอร์มหรือ 3PL มาตรฐานสินค้า และการคืนสินค้า
สารบัญเนื้อหา
- 01คลังสินค้าต่างประเทศในไทยคืออะไร
- 02การขนส่งช่วงแรก (头程) จากจีนถึงคลังในไทยทำงานอย่างไร
- 03ควรใช้ทางเรือ ทางรถ ทางราง หรือทางอากาศสำหรับการขนส่งช่วงแรก
- 04ใครเป็นผู้นำเข้าสำหรับสต็อกที่ยังไม่ได้ขาย
- 05อากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มของสต็อกที่ยังไม่ได้ขายจัดการอย่างไร
- 06คลังของแพลตฟอร์มหรือ 3PL อิสระ แบบไหนเหมาะกับผู้ขายจีน
- 07สินค้าใดต้องได้รับการรับรองในไทยก่อนส่ง
- 08ควรติดฉลากและเตรียม SKU อย่างไรก่อนส่งเข้าคลังในไทย
- 09เมื่อสต็อกอยู่ในคลังไทย การคืนสินค้าทำงานอย่างไร
- 10SKU ไหนควรเก็บในไทย และ SKU ไหนควรส่งตรงจากจีน
- 11การส่งสินค้าล็อตแรกเข้าคลังในไทยควรเป็นอย่างไร
คำตอบโดยสรุป
คลังสินค้าในไทยแบบคลังต่างประเทศ (海外仓) ช่วยให้ผู้ขายออนไลน์จากจีนเก็บสต็อกไว้ในไทยก่อนขาย คำสั่งซื้อจาก Shopee Lazada หรือ TikTok Shop จึงส่งภายในประเทศได้ ไม่ต้องข้ามแดนทีละพัสดุ โมเดลนี้มีสามส่วน คือ การขนส่งช่วงแรกจากจีนที่ผ่านพิธีการเป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์ตามปกติ ผู้นำเข้าในไทยที่ยื่นใบขนและชำระอากรกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และคลังแพ็กส่งที่ดำเนินการโดยแพลตฟอร์มหรือ 3PL อิสระ ส่วนใบอนุญาตของสินค้าควบคุมและแผนรับคืนสินค้า ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนสินค้าล็อตแรกออกจากจีน
สรุปประเด็นสำคัญ
- คลังต่างประเทศเปลี่ยนพัสดุข้ามแดนชิ้นเล็กจำนวนมากให้เป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์ครั้งเดียว แล้วตามด้วยการส่งในประเทศ การนำเข้าครั้งนั้นจึงต้องทำให้ถูกต้องโดยผู้นำเข้าในไทยที่ระบุชื่อชัดเจน
- อากรและภาษีมูลค่าเพิ่มจ่ายตอนนำเข้า ทั้งที่สินค้ายังไม่ได้ขาย สินค้าที่ขายช้าจึงจมทั้งเงินทุนและภาษี
- คลังของแพลตฟอร์มง่ายกว่าเมื่อขายช่องทางเดียว ส่วน 3PL อิสระเหมาะกับผู้ขายหลายแพลตฟอร์มที่ต้องการสต็อกกองเดียว
- สินค้าควบคุม เช่น หมวดของ สมอ. อย. และ กสทช. ต้องได้ใบอนุญาตก่อนนำเข้า สต็อกที่ไม่มีใบอนุญาตเต็มคลังก็ขายไม่ได้
- วางแผนการคืนสินค้าก่อนเริ่มขาย ทั้งคัดเกรด ขายต่อ ซ่อม ทำลาย หรือส่งออกกลับ เพราะการส่งของคืนกลับจีนแทบไม่ใช่คำตอบหลัก
แบรนด์จีนและผู้ขายข้ามพรมแดนจำนวนมากกำลังเปลี่ยนจากการส่งพัสดุตรงจากจีน มาเป็นการเก็บสต็อกไว้ในไทย เหตุผลไม่ซับซ้อน ลูกค้าไทยบน Shopee Lazada และ TikTok Shop เปรียบเทียบกันที่ระยะเวลาจัดส่ง สินค้าที่ส่งจากคลังในไทยถึงมือลูกค้าได้เร็วกว่าพัสดุที่ต้องออกจากคลังในกวางตุ้ง ข้ามแดน และผ่านศุลกากรอย่างเห็นได้ชัด การมีสต็อกในประเทศยังทำให้ผู้ขายเปิดเก็บเงินปลายทางได้ รับคืนสินค้าในประเทศได้ และจัดโปรโมชันได้โดยไม่ต้องกังวลว่าพัสดุจะค้างระหว่างทาง แต่คลังต่างประเทศไม่ใช่แค่สัญญาเช่าพื้นที่เก็บของ มันเปลี่ยนว่าใครเป็นผู้นำเข้า จ่ายอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไร ต้องมีใบอนุญาตอะไรก่อนส่งของ และเมื่อลูกค้าส่งสินค้าคืนจะทำอย่างไร บทความนี้เขียนสำหรับผู้ขายหรือเจ้าของแบรนด์จากจีนที่กำลังตั้งสต็อกในไทยเป็นครั้งแรก โดยไล่ตั้งแต่เส้นทางขนส่งช่วงแรก คำถามเรื่องผู้นำเข้า คลังของแพลตฟอร์มเทียบกับ 3PL อิสระ การรับรองมาตรฐาน การติดฉลาก การคืนสินค้า ไปจนถึงการเลือกว่า SKU ไหนควรเก็บในไทย เนื้อหาอธิบายโครงสร้างการทำงาน ไม่ได้ระบุราคา เพราะค่าขนส่ง ระยะเวลา และจำนวนภาษีเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับฟอร์เวิร์ดเดอร์และตัวแทนออกของก่อนตัดสินใจ
คลังสินค้าต่างประเทศในไทยคืออะไร
คลังสินค้าต่างประเทศ (海外仓) คือสต็อกที่ผู้ขายข้ามพรมแดนนำเข้ามาในไทยเป็นล็อตใหญ่และเก็บไว้ก่อนขาย เมื่อมีคำสั่งซื้อ สินค้าจะถูกหยิบ แพ็ก และส่งภายในประเทศ
นิยามนี้สำคัญเพราะแยกโมเดลธุรกิจสองแบบที่ต่างกันมากออกจากกัน ในการขายข้ามพรมแดนแบบส่งตรง สินค้ายังอยู่ที่จีนจนกว่าลูกค้าไทยจะสั่งซื้อ จากนั้นพัสดุแต่ละชิ้นจึงเดินทางข้ามประเทศและผ่านพิธีการเป็นสินค้ามูลค่าต่ำรายชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านโปรแกรมโลจิสติกส์ข้ามแดนของแพลตฟอร์ม ส่วนโมเดลคลังต่างประเทศ ผู้ขายจะส่งสินค้าเป็นกล่องหรือเป็นพาเลทมาไทยล่วงหน้า สินค้าล็อตนั้นผ่านพิธีการครั้งเดียวในฐานะการนำเข้าเชิงพาณิชย์ แล้วกลายเป็นสต็อกในประเทศ เมื่อมีคำสั่งซื้อ คลังในไทยจะหยิบสินค้าแล้วส่งต่อให้บริษัทขนส่งพัสดุในประเทศ
ความต่างในการทำงานตามมาจากจุดนี้ การจัดส่งเร็วและคาดการณ์ได้มากขึ้น เพราะช่วงข้ามประเทศจบไปก่อนแล้ว ลูกค้าเห็นว่าสินค้าส่งจากในประเทศ ซึ่งหลายแพลตฟอร์มให้ประโยชน์ทั้งด้านการค้นหาและป้ายแสดงการจัดส่ง การเก็บเงินปลายทางและการรับคืนสินค้าในประเทศก็ทำได้จริง แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้ขายต้องแบกความเสี่ยงด้านสต็อกในไทย สินค้าที่ขายไม่ออกก็จ่ายอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วตอนนำเข้า ยังกินพื้นที่คลังที่ต้องเสียค่าเช่า และส่งกลับจีนได้ไม่ง่าย โมเดลนี้จึงเหมาะกับ SKU ที่พิสูจน์แล้วว่ามีความต้องการสม่ำเสมอ และไม่ค่อยเหมาะกับสินค้าทดลองจำนวนมาก
ผู้ขายจำนวนมากใช้ทั้งสองแบบควบคู่กัน สินค้าขายดีเก็บไว้ในคลังไทย ส่วนสินค้าใหม่หรือขายช้ายังส่งข้ามแดนตามคำสั่งซื้อ แนวทางผสมนี้อธิบายไว้ในหัวข้อการเลือก SKU ด้านล่าง
การขนส่งช่วงแรก (头程) จากจีนถึงคลังในไทยทำงานอย่างไร
การขนส่งช่วงแรกคือการขนส่งเชิงพาณิชย์ตามปกติ สินค้าเตรียมและผ่านพิธีการส่งออกที่จีน ขนมาไทยทางเรือ รถ ราง หรืออากาศ ผ่านศุลกากรไทยในนามผู้นำเข้า แล้วส่งเข้าคลังเพื่อรับสินค้า
เส้นทางนี้มีหกช่วง และทุกช่วงมีผู้รับผิดชอบ ช่วงแรกคือการเตรียมสินค้าที่จีน ได้แก่ กล่องที่ทนการขนย้ายหลายรอบ บาร์โค้ดบนสินค้าทุกชิ้นที่ตรงกับ SKU ในระบบคลัง ฉลากกล่องที่บอก SKU และจำนวน และหากกฎของสินค้าในไทยกำหนด ก็ต้องติดฉลากภาษาไทยก่อนส่ง การแก้ฉลากหลังสินค้ามาถึงทำได้ แต่เสียค่าแรงในคลังและทำให้เปิดขายช้าลง
ช่วงที่สองคือพิธีการส่งออกและการจองระวาง สินค้าออกจากจีนด้วยใบขนสินค้าขาออกพร้อมใบกำกับสินค้าและรายการบรรจุ ใบกำกับสินค้าควรแสดงผู้ขายตัวจริง ผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าในไทยตัวจริง ราคาต่อหน่วยจริง และคำบรรยายสินค้าที่ละเอียดพอจะจำแนกพิกัดได้ การขนส่งช่วงแรกจำนวนมากทำแบบรวมสินค้า โดยคลังของฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่จีนรับกล่องจากหลายโรงงานแล้วบรรจุรวมกัน
ช่วงที่สามคือการขนส่งหลัก ทางเรือทั้ง FCL และ LCL เป็นตัวเลือกหลักสำหรับการเติมสต็อกเป็นประจำ ทางรถผ่านลาวและทางรถไฟจีน-ลาวเป็นทางเลือกสำหรับบางต้นทางและบางประเภทสินค้า ส่วนทางอากาศใช้ตอนเปิดตัวสินค้า เติมของด่วน และสินค้ามูลค่าสูงน้ำหนักเบา รายละเอียดการเลือกอยู่ในหัวข้อถัดไป
ช่วงที่สี่คือพิธีการนำเข้าไทย ตัวแทนออกของยื่นใบขนสินค้าขาเข้าในนามผู้นำเข้า ชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม และแสดงใบอนุญาตที่สินค้านั้นต้องมี ขั้นนี้เป็นตัวตัดสินว่าสต็อกอยู่ในไทยอย่างถูกกฎหมายและขายได้หรือไม่ เรื่องผู้นำเข้าจึงแยกอธิบายเป็นหัวข้อเฉพาะ
ช่วงที่ห้าคือการส่งเข้าคลัง คลังแพ็กส่งส่วนใหญ่ทำงานด้วยการนัดช่วงเวลารับสินค้า และอาจปฏิเสธหรือคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มหากสินค้ามาถึงโดยไม่มีใบแจ้งการส่งล่วงหน้า ช่วงที่หกคือการรับสินค้า คลังนับตาม SKU บันทึกของขาด ของเกิน และความเสียหาย แล้วจึงเปิดสต็อกให้ขายได้ ส่วนต่างที่พบในขั้นนี้เคลมได้ง่ายกว่าเมื่อรายการบรรจุถูกต้องมาตั้งแต่ต้น
เส้นทางขนส่งช่วงแรกจากโรงงานจีนถึงชั้นวางในไทย
- 1
1. เตรียมสินค้าที่จีน
กล่อง บาร์โค้ด SKU และฉลากภาษาไทยตามที่กำหนด
- 2
2. ส่งออกและจองระวาง
ใบขนสินค้าขาออก ใบกำกับสินค้า และรายการบรรจุ
- 3
3. ขนส่งช่วงหลัก
ทางเรือ ทางรถผ่านลาว ทางราง หรือทางอากาศ
- 4
4. พิธีการนำเข้าไทย
ยื่นโดยผู้นำเข้า ชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม
- 5
5. ส่งเข้าคลังสินค้า
นัดช่วงเวลาส่งเข้าคลังแพลตฟอร์มหรือ 3PL
- 6
6. รับเข้าและจัดเก็บ
นับตาม SKU บันทึกส่วนต่าง แล้วเปิดขายได้

ควรใช้ทางเรือ ทางรถ ทางราง หรือทางอากาศสำหรับการขนส่งช่วงแรก
ใช้ทางเรือสำหรับการเติมสต็อกที่วางแผนได้ ใช้ทางรถหรือทางรางผ่านลาวเมื่อต้นทางและประเภทสินค้าเหมาะกับเส้นทางนั้น และใช้ทางอากาศเฉพาะตอนเปิดตัวสินค้า ของขาดด่วน หรือสินค้าที่มูลค่าสูงพอ
การเลือกรูปแบบขึ้นกับสามเรื่อง คือ ยอดขายคาดการณ์ได้แค่ไหน สินค้ามีมูลค่าต่อกิโลกรัมหรือต่อลูกบาศก์เมตรเท่าไร และสินค้าเริ่มต้นจากส่วนไหนของจีน
ทางเรือคือตัวหลัก ผู้ขายที่ยอดขายสม่ำเสมอวางรอบเติมสต็อกล่วงหน้าได้นานพอ ระยะเวลาขนส่งที่ยาวกว่าจึงไม่เป็นปัญหา และต้นทุนต่อชิ้นมักต่ำที่สุด FCL เหมาะเมื่อของรอบหนึ่งเต็มตู้เกือบทั้งตู้ ถ้าน้อยกว่านั้น LCL ให้ผู้ขายหลายรายแชร์พื้นที่ผ่านผู้รวบรวมสินค้า LCL มีการขนถ่ายเพิ่มทั้งสองฝั่ง คือการรวมสินค้าที่จีนและการแกะตู้ที่สถานีบรรจุและแยกสินค้าในไทย บรรจุภัณฑ์จึงต้องแข็งแรงขึ้น และต้องเผื่อเวลารับสินค้าเข้าคลังมากขึ้นเล็กน้อย สินค้าทางเรือสำหรับคลังในกรุงเทพและปริมณฑลส่วนใหญ่เข้าที่ท่าเรือแหลมฉบังหรือท่าเรือกรุงเทพ และระยะห่างระหว่างคลังกับท่าเรือมีผลต่อค่ารถช่วงสุดท้าย
ทางรถผ่านลาวตามเส้นทาง R3A จากยูนนาน และทางรถไฟจีน-ลาวที่ต่อเข้ามาไทย เป็นทางเลือกจริงสำหรับสินค้าที่เริ่มจากจีนตะวันตกเฉียงใต้ หรือสำหรับผู้ขายที่ต้องการทางสายกลางระหว่างเรือกับเครื่องบิน เส้นทางเหล่านี้มีการถ่ายสินค้าที่ชายแดนและพิธีการผ่านแดน จึงควรถามฟอร์เวิร์ดเดอร์ว่าสินค้าจะถูกจัดการอย่างไรที่ด่านแต่ละแห่ง และใครรับความเสี่ยงในแต่ละจุดส่งมอบ รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องการขนส่งทางรถผ่าน R3A และรถไฟจีน-ลาว
ทางอากาศเหมาะกับการเปิดตัวสินค้าก่อนแคมเปญ การเติมสินค้าขายดีที่ใกล้หมดอย่างเร่งด่วน และสินค้าชิ้นเล็กมูลค่าสูง ไม่เหมาะกับสินค้าหนักหรือเทอะทะ และมีกฎเพิ่มเติมสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียม พาวเวอร์แบงก์ ของเหลว สเปรย์ และแม่เหล็ก ซึ่งพบบ่อยในสินค้าออนไลน์ ควรเช็กสถานะสินค้าอันตรายก่อนเลือกทางอากาศ
ไม่ว่าจะใช้รูปแบบใด ควรหลีกเลี่ยงบริการแบบเหมาภาษี (ภาษาจีนมักเรียก 包税) เมื่อกำลังสร้างสต็อกจริงในไทย หากคุณไม่ได้ใบขนสินค้าขาเข้าและใบเสร็จภาษีในนามผู้นำเข้าที่ถูกต้อง ก็ไม่มีหลักฐานว่าสต็อกเข้ามาในไทยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นปัญหากับแพลตฟอร์ม ภาษี และการตรวจสอบในภายหลัง
ใครเป็นผู้นำเข้าสำหรับสต็อกที่ยังไม่ได้ขาย
ผู้นำเข้า (importer of record) คือผู้ที่มีชื่อในใบขนสินค้าขาเข้าและรับผิดชอบการนำเข้าตามกฎหมาย รวมทั้งชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสต็อกขายออนไลน์ที่ยังไม่มีผู้ซื้อ ต้องเป็นนิติบุคคลหรือผู้ที่จดทะเบียนในไทย ซึ่งมักเป็นบริษัทไทยของผู้ขายเองหรือผู้ให้บริการที่รับเป็นผู้นำเข้าแทน
ในการขายข้ามพรมแดนแบบส่งตรง คำถามนี้แทบไม่เกิด เพราะพัสดุแต่ละชิ้นนำเข้าในนามผู้ซื้อแต่ละรายผ่านระบบของแพลตฟอร์ม แต่เมื่อคุณส่งสต็อกล็อตใหญ่ที่ยังไม่มีใครซื้อ ต้องมีใครสักคนในไทยเป็นผู้นำเข้า ผู้นำเข้ามีชื่อในใบขนสินค้าขาเข้า รับผิดชอบความถูกต้องของพิกัดและราคา ชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บเอกสารการนำเข้า และต้องตอบคำถามของศุลกากรหากมีการตรวจสอบภายหลัง ในทางปฏิบัติ ผู้นำเข้าต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในไทยและลงทะเบียนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร บริษัทจีนที่ไม่มีตัวตนในไทยจึงไม่สามารถใส่ชื่อตัวเองในใบขนได้ง่ายๆ
ผู้ขายมักเลือกหนึ่งในสามโครงสร้าง แบบแรกคือบริษัทลูกหรือบริษัทในเครือในไทยที่นำเข้าสต็อกและขายบนแพลตฟอร์มเอง แบบนี้มีห่วงโซ่ที่ชัดเจนที่สุด บริษัทไทยเป็นผู้นำเข้า เป็นเจ้าของสต็อก ขายสินค้า และออกเอกสารภาษีเอง แต่ต้องจดทะเบียนบริษัท ทำบัญชี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีประเด็นตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเรื่องการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกหรือบริการ จึงควรปรึกษานักกฎหมายไทยก่อนเลือก แบบที่สองคือพันธมิตรหรือผู้จัดจำหน่ายในไทยที่นำเข้าและเป็นเจ้าของสต็อก โดยแบรนด์จีนขายสินค้าให้พันธมิตรนั้น แบบนี้ง่ายในเรื่องศุลกากร แต่เปลี่ยนว่าใครคุมหน้าร้านและกำไร แบบที่สามคือผู้ให้บริการ ซึ่ง 3PL และฟอร์เวิร์ดเดอร์บางรายรับเป็นผู้นำเข้าแทนโดยคิดค่าบริการ แบบนี้เริ่มได้เร็ว แต่ต้องอ่านสัญญาให้ละเอียดว่า หลังนำเข้าแล้วใครเป็นเจ้าของสต็อกตามกฎหมาย ใครขอคืนภาษีซื้อได้ ใครรับผิดหากศุลกากรโต้แย้งราคาหรือพิกัด และหากเปลี่ยนผู้ให้บริการ สต็อกจะถูกปล่อยออกมาอย่างไร
ไม่ว่าจะใช้โครงสร้างใด ใบกำกับสินค้าที่ใช้นำเข้าต้องตรงกับธุรกรรมจริงระหว่างผู้ขายจีนกับผู้นำเข้าไทย การประเมินราคาศุลกากรของไทยเริ่มจากราคาซื้อขายจริง การใส่ราคาต่ำในใบกำกับเพื่อลดอากรจึงไม่ใช่การประหยัด แต่เป็นความเสี่ยงที่ผู้นำเข้าต้องแบก บทความเรื่องผู้นำเข้าและการประเมินราคาศุลกากรอธิบายด้านกฎหมายไว้ละเอียดกว่า
อากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มของสต็อกที่ยังไม่ได้ขายจัดการอย่างไร
อากรและภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าต้องจ่ายตอนผ่านพิธีการ ก่อนที่สินค้าชิ้นใดจะขายได้ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสต็อกและเงินทุนที่ต้องเตรียมทุกครั้งที่เติมของ
นี่คือความต่างทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดระหว่างการส่งพัสดุข้ามแดนกับคลังต่างประเทศ ถ้าส่งพัสดุตรง ภาษีจัดการเป็นรายคำสั่งซื้อในระบบของแพลตฟอร์ม แต่ถ้าเก็บสต็อกในประเทศ ผู้นำเข้าต้องจ่ายอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มของทั้งล็อตตอนผ่านพิธีการ จำนวนอากรขึ้นกับพิกัด HS ของแต่ละ SKU และขึ้นกับว่าได้สิทธิ์อัตราพิเศษหรือไม่ สินค้าที่ผลิตในจีนอาจได้สิทธิ์ตามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดฟอร์มอี) หรือสิทธิ์ตาม RCEP หากเข้าเงื่อนไขกฎถิ่นกำเนิดและแสดงหนังสือรับรองที่ถูกต้อง ภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าคิดจากฐานที่รวมราคาศุลกากรและอากรเข้าไปด้วย ถ้าผู้นำเข้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย ภาษีที่จ่ายตอนนำเข้ามักนำไปเครดิตกับภาษีขายจากการขายในประเทศได้ แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน ภาษีนี้จะกลายเป็นต้นทุนล้วนๆ กลไกเหล่านี้อธิบายทีละขั้นในบทความเรื่องการคำนวณอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย และควรเช็กอัตราปัจจุบันของแต่ละพิกัดกับตัวแทนออกของทุกครั้ง
ผลในทางปฏิบัติมีสามข้อ ข้อแรก ให้คำนวณต้นทุนถึงคลังต่อชิ้นก่อนเลือกว่าจะเก็บ SKU ไหน ได้แก่ ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่งช่วงแรก ค่าใช้จ่ายต้นทางและปลายทาง อากร การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่ารับสินค้าเข้าคลัง ค่าเก็บรักษา ค่าหยิบและแพ็ก และค่าส่งในประเทศ SKU ที่ดูมีกำไรเมื่อส่งเป็นพัสดุข้ามแดน อาจขาดทุนเมื่อบวกค่าเก็บและการขายช้าเข้าไป ข้อที่สอง คิดเรื่องจังหวะเงินสด คุณจ่ายค่าขนส่งและภาษีล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนสินค้าจะกลายเป็นรายได้ ขนาดของการเติมสต็อกจึงเป็นการตัดสินใจด้านเงินสดพอๆ กับด้านโลจิสติกส์ ข้อที่สาม เก็บเอกสารให้ครบ ใบขนสินค้าขาเข้า ใบเสร็จภาษี และใบกำกับสินค้า คือหลักฐานว่าสต็อกนำเข้าอย่างถูกต้อง เป็นหลักฐานประกอบการเครดิตภาษี และเป็นสิ่งที่ต้องใช้หากแพลตฟอร์มหรือสรรพากรถามว่าสินค้าเข้าไทยมาอย่างไร

คลังของแพลตฟอร์มหรือ 3PL อิสระ แบบไหนเหมาะกับผู้ขายจีน
คลังของแพลตฟอร์มง่ายกว่า หากคุณขายบนแพลตฟอร์มเดียวเป็นหลักและมีสิทธิ์เข้าโปรแกรม ส่วน 3PL อิสระดีกว่าหากคุณขายหลายแพลตฟอร์มหรือหลายช่องทาง และต้องการสต็อกกองเดียวที่ควบคุมเองได้
มาร์เก็ตเพลสหลักในไทยมีโปรแกรมแพ็กส่งของตัวเองหรือร่วมกับพันธมิตร ผู้ขายส่งสต็อกเข้าคลังที่แพลตฟอร์มกำหนด แล้วแพลตฟอร์มดูแลการหยิบ แพ็ก และจัดส่ง ข้อดีคือเชื่อมกับเงื่อนไขการจัดส่งและป้ายของแพลตฟอร์มได้แนบแน่น และผู้ขายดูแลระบบน้อยลง ข้อจำกัดก็ชัดเจนพอกัน สต็อกนั้นรองรับเฉพาะคำสั่งซื้อของแพลตฟอร์มนั้น กฎการส่งเข้าและฉลากกำหนดโดยแพลตฟอร์ม และสิทธิ์ใช้งานมักขึ้นกับประเภทบัญชี หมวดสินค้า และว่าผู้ขายจดทะเบียนในประเทศหรือเป็นผู้ขายข้ามพรมแดน เงื่อนไขโปรแกรมเปลี่ยนได้ จึงควรยืนยันกฎปัจจุบันของบัญชีคุณกับแพลตฟอร์มโดยตรง
ผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PL) อิสระ ดำเนินคลังที่รับสต็อกของคุณและแพ็กส่งคำสั่งซื้อจากทุกช่องทางที่เชื่อมต่ออยู่ ทั้ง Shopee Lazada TikTok Shop เว็บไซต์ของคุณเอง หรือคำสั่งซื้อแบบค้าส่ง การเชื่อมต่อมักทำผ่านระบบบริหารคลังของ 3PL ที่ต่อกับมาร์เก็ตเพลสหรือเครื่องมือจัดการคำสั่งซื้อ เมื่อสต็อกกองเดียวรองรับทุกช่องทาง คุณก็ไม่ต้องแบ่งสต็อก และไม่เจอปัญหาของหมดบนแพลตฟอร์มหนึ่งขณะที่อีกแพลตฟอร์มของล้น 3PL ยังมักยืดหยุ่นกว่าเรื่องการจัดชุด การรวมแพ็ก การติดฉลากใหม่ และการคัดเกรดสินค้าคืน ซึ่งสำคัญกับผู้ขายที่ทำโปรโมชันแบบชุดของขวัญหรือขายเป็นเซ็ต สิ่งที่ต้องแลกคือคุณหรือทีมในไทยต้องดูแลการตั้งค่ามากขึ้น ทั้งการเชื่อมระบบ ข้อมูลหลักของ SKU ระดับบริการ และการติดตามงาน
เวลาเปรียบเทียบผู้ให้บริการ ให้ถามคำถามชุดเดียวกันกับทุกราย ได้แก่ ใครเป็นผู้นำเข้า และเขารับเป็นผู้นำเข้าแทนได้หรือไม่ การนัดส่งสินค้าเข้าและส่วนต่างตอนรับสินค้าจัดการอย่างไร เงื่อนไขการเก็บรักษาและนโยบายสินค้าค้างนาน เวลาตัดรอบสำหรับการส่งภายในวัน การรับคืน คัดเกรด และรายงานสินค้าคืนทำอย่างไร รับสินค้าหมวดควบคุมได้หรือไม่ ประกันภัยและความรับผิดเมื่อของหายในคลัง และถ้าคุณเลิกใช้บริการจะนำสต็อกออกได้อย่างไร บทความเรื่อง 3PL คืออะไร และบริการจัดชุด ติดฉลาก และบาร์โค้ด อธิบายบริการเหล่านี้ละเอียดขึ้น
คลังของแพลตฟอร์มเทียบกับคลัง 3PL อิสระ
คลังของแพลตฟอร์ม
- รองรับเฉพาะคำสั่งซื้อของแพลตฟอร์มนั้น
- กฎการส่งเข้า ฉลาก และบรรจุภัณฑ์กำหนดโดยแพลตฟอร์ม
- สิทธิ์ใช้งานขึ้นกับประเภทบัญชีและหมวดสินค้า
- การคืนสินค้าเป็นไปตามขั้นตอนของแพลตฟอร์ม
คลัง 3PL อิสระ
- สต็อกกองเดียวขายได้หลายแพลตฟอร์มและหลายช่องทาง
- คำสั่งซื้อเข้ามาผ่านระบบเชื่อมต่อ
- จัดชุด ติดฉลากใหม่ และคัดแยกสินค้าคืนได้ยืดหยุ่นกว่า
- ผู้ขายต้องตั้งค่าและกำกับดูแลเองมากกว่า
สินค้าใดต้องได้รับการรับรองในไทยก่อนส่ง
สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับหรือระบบใบอนุญาตของไทยต้องได้รับการรับรองหรือใบอนุญาตก่อนนำเข้า ไม่ใช่หลังถึงคลัง ระบบหลักที่เกี่ยวกับสินค้าออนไลน์คือ สมอ. อย. และ กสทช.
พัสดุข้ามแดนบางครั้งผ่านมาได้โดยถูกตรวจน้อยกว่า ผู้ขายบางรายจึงเข้าใจว่าสินค้าของตนไม่มีการควบคุม แต่การนำเข้าล็อตใหญ่เชิงพาณิชย์จะถูกตรวจในฐานะสินค้าเชิงพาณิชย์ และผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองที่สินค้านั้นต้องมี ณ เวลานำเข้า สินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่อยู่ในสามระบบนี้
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ. หรือ TISI) ดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สินค้าที่อยู่ในมาตรฐานบังคับต้องได้ใบอนุญาตก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในไทย และต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ตัวอย่างที่พบบ่อยคือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ชาร์จ สายไฟ ปลั๊ก หลอดไฟ และของเล่น แต่รายการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีมาตรฐานใหม่ประกาศเป็นมาตรฐานบังคับ จึงต้องตรวจสินค้าแต่ละรายการกับรายชื่อปัจจุบันของ สมอ.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. หรือ Thai FDA) ดูแลอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุอันตรายบางประเภทที่ใช้ในบ้าน เครื่องสำอางโดยทั่วไปต้องจดแจ้งก่อนขาย อาหารและอาหารเสริมอาจต้องขึ้นทะเบียนหรือจดแจ้งแล้วแต่ประเภท และฉลากต้องมีข้อมูลภาษาไทยตามที่กำหนด ผู้ถือใบอนุญาตต้องเป็นผู้ประกอบการในไทย ซึ่งโยงกลับไปที่โครงสร้างผู้นำเข้า
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. หรือ NBTC) ดูแลเครื่องวิทยุคมนาคม หูฟังบลูทูธ ลำโพงไร้สาย สมาร์ตวอทช์ อุปกรณ์ไวไฟ และโดรน เป็นตัวอย่างที่พบบ่อยในสินค้าออนไลน์ และต้องได้การรับรองหรือการลงทะเบียนจาก กสทช. ตามประเภทอุปกรณ์
ยังมีกฎอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ฉลากสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กฎการขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียม และใบอนุญาตนำเข้าสำหรับสินค้าบางหมวด แพลตฟอร์มเริ่มขอให้ผู้ขายแสดงเลขใบอนุญาตในหน้าสินค้าหมวดควบคุมมากขึ้น สินค้าที่ไม่มีการรับรองจึงอาจถูกระงับการขายแม้จะผ่านศุลกากรมาแล้ว หาก SKU ใดต้องมีใบอนุญาตที่คุณยังไม่มี ทางที่ง่ายที่สุดคืออย่าเพิ่งนำเข้าคลังไทยจนกว่าจะได้ใบอนุญาต บทความเรื่องใบอนุญาตนำเข้าในไทยแจกแจงหน่วยงานต่างๆ ไว้ละเอียดกว่า
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนสินค้าล็อตแรกออกจากจีน
มีผู้นำเข้าในไทยที่ลงทะเบียนกับศุลกากรแล้ว
ตกลงพิกัด HS ครบทุก SKU
ตรวจแล้วว่าเข้าข่ายมาตรฐานบังคับของ สมอ. หรือไม่
ใบอนุญาต อย. สำหรับอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์
การรับรองจาก กสทช. สำหรับอุปกรณ์บลูทูธ ไวไฟ และวิทยุอื่น
ฉลากภาษาไทยตามที่กฎของสินค้ากำหนด
ยืนยันกฎการขนส่งแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงก์แล้ว

ควรติดฉลากและเตรียม SKU อย่างไรก่อนส่งเข้าคลังในไทย
สินค้าที่ขายได้ทุกชิ้นต้องมีบาร์โค้ดที่สแกนได้และตรงกับ SKU ในระบบคลัง ทุกกล่องต้องมีฉลากบอก SKU และจำนวน และฉลากภาษาไทยที่กฎหมายกำหนดควรติดที่จีนก่อนส่ง
ความล่าช้าในการรับสินค้าเข้าคลังส่วนใหญ่มาจากปัญหาการเตรียมของที่แก้ได้ถูกๆ ตั้งแต่ที่โรงงาน กล่องที่รวมหลาย SKU โดยไม่มีรายละเอียด บาร์โค้ดไม่ตรงกับหน้าร้าน สีต่างกันแต่ใช้รหัสเดียวกัน หรือสินค้าไม่มีบาร์โค้ดเลย ล้วนทำให้คลังต้องหยุด ตรวจสอบ และติดฉลากใหม่ บางคลังคิดค่าใช้จ่ายสำหรับงานนี้ ส่วนคลังของแพลตฟอร์มอาจปฏิเสธการรับสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎเลย
มาตรฐานการเตรียมสินค้าที่ใช้ได้จริงมีดังนี้
- หนึ่งกล่องหนึ่ง SKU เท่าที่ทำได้ มีรหัส SKU คำอธิบาย และจำนวนบนฉลากด้านนอก
- บาร์โค้ดบนสินค้าทุกชิ้น ตามรูปแบบรหัสที่คลังหรือแพลตฟอร์มกำหนด และหนึ่งรหัสต่อหนึ่งตัวเลือกสินค้า
- ส่งใบแจ้งการส่งล่วงหน้าให้คลัง พร้อมรายการ SKU และจำนวนกล่องก่อนสินค้ามาถึง
- ติดฉลากภาษาไทยสำหรับผู้บริโภคก่อนส่งในกรณีที่กฎของสินค้ากำหนด โดยระบุชื่อและรายละเอียดของผู้นำเข้าตามที่กฎหมายกำหนด
- บรรจุภัณฑ์ที่ทนการขนย้ายหลายครั้ง โดยเฉพาะ LCL ที่ถูกขนขึ้นลงบ่อยกว่า FCL
- สินค้าที่มีแบตเตอรี่ต้องบรรจุและทำเครื่องหมายตามกฎการขนส่งของรูปแบบที่เลือก
หากโรงงานทำสิ่งเหล่านี้ได้ไม่สม่ำเสมอ คลังของฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่จีนมักรับติดฉลากใหม่ เปลี่ยนกล่อง และจัดชุดสินค้าก่อนบรรจุตู้ได้ ซึ่งมักถูกกว่าทำหลังสินค้ามาถึงไทย ให้ถือว่าข้อมูลหลักของ SKU ได้แก่ รหัส ขนาด น้ำหนัก และบาร์โค้ด เป็นส่วนหนึ่งของการส่งสินค้า ขนาดที่ไม่ถูกต้องยังกระทบค่าเก็บรักษาและค่าส่งในประเทศ ซึ่งมักคิดจากขนาดสินค้า
เมื่อสต็อกอยู่ในคลังไทย การคืนสินค้าทำงานอย่างไร
สินค้าคืนจะกลับมาที่คลังในไทย ถูกคัดเกรด แล้วนำไปขายต่อ ซ่อม คืนซัพพลายเออร์ ทำลาย หรือส่งออกกลับ การส่งกลับจีนทำได้แต่เป็นการส่งออกอย่างเป็นทางการ และแทบไม่คุ้มสำหรับของชิ้นเดียว
สต็อกในประเทศทำให้ลูกค้าคืนสินค้าได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งของการใช้คลังต่างประเทศ แต่ก็หมายความว่าผู้ขายต้องมีกระบวนการคืนสินค้าในไทย ไม่ว่าการคืนจะผ่านระบบของแพลตฟอร์มหรือ 3PL ของคุณ สินค้าจะกลับมาที่คลัง และต้องมีคนตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับมัน
กระบวนการคืนสินค้าที่ใช้งานได้มีสี่ขั้น รับพัสดุและจับคู่กับคำสั่งซื้อ คัดเกรดว่ายังไม่แกะและขายต่อได้ แกะแล้วแต่สภาพดี เสียหายหรือชำรุด หรือไม่ใช่สินค้าที่ส่งไป ตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไร เช่น นำกลับเข้าสต็อกขาย บรรจุใหม่หรือซ่อม ขายเป็นสินค้าเกรดรองผ่านช่องทางระบายของ เก็บไว้เคลมกับซัพพลายเออร์ หรือทำลาย แล้วรายงานผล เพราะการคืนสินค้าซ้ำๆ ของ SKU เดียวมักเป็นปัญหาที่ตัวสินค้าหรือหน้าร้าน มากกว่าปัญหาโลจิสติกส์
การส่งของกลับจีนเป็นจุดที่ผู้ขายประหลาดใจบ่อยที่สุด เมื่อสต็อกนำเข้าไทยแล้วก็เป็นสินค้าในไทย การส่งออกไปอีกครั้งคือการส่งออกจากไทย ต้องมีใบขนสินค้าขาออกและมีผู้นำเข้าที่ฝั่งจีน สำหรับสินค้าชำรุดทั้งพาเลทที่ส่งคืนโรงงานตามประกัน อาจคุ้มค่า และขึ้นกับสถานการณ์ อาจมีช่องทางขอคืนอากรขาเข้าของสินค้าที่ส่งออกกลับ ซึ่งควรเช็กกับตัวแทนออกของก่อนส่ง แต่สำหรับสินค้าคืนจากผู้บริโภครายชิ้น แทบไม่คุ้ม บทความเรื่องการส่งออกกลับจากไทยและโลจิสติกส์ย้อนกลับอธิบายเส้นทางเหล่านี้ไว้
การทำลายสินค้าก็มีกฎเช่นกัน การทำลายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าควบคุมอย่างเครื่องสำอาง แบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรทำตามวิธีจัดการของเสียที่ถูกต้อง และผู้นำเข้าควรเก็บบันทึกว่าสต็อกที่ตัดจำหน่ายไปนั้นถูกจัดการอย่างไร
SKU ไหนควรเก็บในไทย และ SKU ไหนควรส่งตรงจากจีน
เก็บ SKU ในไทยเมื่อขายได้สม่ำเสมอและการส่งเร็วช่วยปิดการขาย สินค้าขายช้าและสินค้าทดลองตลาดให้เก็บที่จีนแล้วส่งข้ามแดนตามคำสั่งซื้อ และอย่านำสินค้าควบคุมเข้ามาเก็บจนกว่าจะได้ใบอนุญาตในไทย
คลังต่างประเทศเป็นการตัดสินใจเรื่องสต็อกก่อนจะเป็นเรื่องโลจิสติกส์ สินค้าทุกชิ้นที่เข้ามาไทยจ่ายค่าขนส่ง อากร และภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้ว และเริ่มนับค่าเก็บรักษาจนกว่าจะขายได้ เป้าหมายคือนำสต็อกที่หมุนเร็วมาไว้ในไทย แล้วปล่อยส่วนที่เหลือไว้ในที่ที่เก็บได้ถูกกว่าและยืดหยุ่นกว่า
วิธีง่ายๆ ในการแบ่งสินค้าคือดูสามสัญญาณต่อ SKU ได้แก่ ความเร็วและความสม่ำเสมอของยอดขายในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลของความเร็วในการส่งต่อการตัดสินใจซื้อสำหรับสินค้าประเภทนั้น และสถานะการควบคุมในไทย สินค้าขายเร็วและสม่ำเสมอที่ลูกค้าเปรียบเทียบวันส่งเป็นแกนหลักของคลังไทย สินค้าตามฤดูกาลหรือตามแคมเปญเก็บล่วงหน้าก่อนฤดูได้ โดยมีแผนชัดเจนว่าจะจัดการของเหลืออย่างไร สินค้าหางยาว สินค้าเปิดตัวใหม่ และสินค้าที่ยังทดลองอยู่ มักควรเก็บไว้ที่จีนและขายข้ามแดนตามคำสั่งซื้อจนกว่าความต้องการจะพิสูจน์ได้
จากนั้นการเติมสต็อกจะกลายเป็นจังหวะ ประมาณยอดขายรายสัปดาห์ต่อ SKU ตัดสินใจว่าจะถือสต็อกในไทยกี่สัปดาห์ บวกระยะเวลาขนส่งช่วงแรกและส่วนเผื่อสำหรับความล่าช้าที่ต้นทาง ระหว่างทะเล หรือตอนผ่านพิธีการ แล้วสั่งส่งของเมื่อสต็อกในมือรวมกับสต็อกระหว่างทางต่ำกว่าระดับนั้น บทความเรื่องการวางแผนสต็อกและระยะเวลานำส่งสำหรับผู้นำเข้าอธิบายการคำนวณไว้ ทางเรือเข้ากับจังหวะนี้ ส่วนทางอากาศใช้อุดช่องว่างที่ไม่คาดคิดของสินค้าขายดีได้
ทบทวนการแบ่งนี้อย่างสม่ำเสมอ SKU ที่ยอดขายชะลอลงอาจย้ายกลับไปขายข้ามแดนเมื่อสต็อกในไทยหมด และสินค้าข้ามแดนที่เริ่มขายดีก็เลื่อนขั้นเข้ามาเก็บในคลังไทยได้
SKU นี้ควรเก็บสต็อกในไทย หรือส่งตรงจากจีน
ขายได้สม่ำเสมอ และการส่งเร็วช่วยปิดการขายหรือไม่
ใช่: เก็บสต็อกในคลังไทยและเติมของเป็นรอบ
เป็นสินค้าขายช้าหรือสินค้าทดลองตลาดหรือไม่
ใช่: เก็บไว้ที่จีนแล้วส่งข้ามแดนตามคำสั่งซื้อ
ต้องมีใบอนุญาตในไทยที่ยังไม่มีหรือไม่
ใช่: ชะลอการส่งจนกว่าจะได้ใบอนุญาต

การส่งสินค้าล็อตแรกเข้าคลังในไทยควรเป็นอย่างไร
เริ่มเล็กและควบคุมได้ เลือก SKU ที่พิสูจน์แล้วจำนวนจำกัด ยืนยันผู้นำเข้า มีใบอนุญาตพร้อม ฉลากและข้อมูลถูกต้อง แล้วส่งแบบรวมสินค้าหนึ่งล็อตเพื่อทดสอบทุกขั้นก่อนขยาย
การส่งล็อตแรกคือการทดสอบห่วงโซ่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ทดสอบความต้องการของตลาด ปัญหาที่เล็กน้อยในล็อตทดลองจะกลายเป็นเรื่องแพงเมื่อเกิดซ้ำทั้งตู้ ลำดับที่ใช้ได้จริงมีดังนี้
- เลือกรูปแบบคลัง (แพลตฟอร์มหรือ 3PL) และยืนยันสิทธิ์ของบัญชีกับข้อกำหนดการรับสินค้าของคลังเป็นลายลักษณ์อักษร
- กำหนดโครงสร้างผู้นำเข้าให้ชัด และตรวจว่าผู้นำเข้าลงทะเบียนกับกรมศุลกากร และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหากจำเป็น
- เลือก SKU ที่พิสูจน์แล้วจำนวนไม่มาก แล้วยืนยันพิกัด HS อัตราอากร และข้อกำหนดของ สมอ. อย. หรือ กสทช. ของแต่ละรายการ
- ขอใบอนุญาตและเตรียมฉลากภาษาไทยก่อนผลิตหรือก่อนแพ็กสินค้า
- เตรียมข้อมูลหลัก SKU บาร์โค้ด และฉลากกล่อง แล้วส่งใบแจ้งการส่งล่วงหน้าให้คลัง
- จองการขนส่งช่วงแรก ซึ่งมักเป็นทางเรือแบบรวมสินค้า โดยมีแผนต้นทางและปลายทางที่ระบุว่าใครทำพิธีการส่งออก พิธีการนำเข้า และส่งเข้าคลัง
- ตรวจใบขนสินค้าขาเข้า ใบเสร็จภาษี และรายงานการรับสินค้าเมื่อของมาถึง แล้วกระทบยอดทุกส่วนต่าง
- ทบทวนต้นทุนถึงคลังต่อชิ้น อัตราการขาย และการคืนสินค้าหลังรอบแรก ก่อนตัดสินใจเติมของล็อตใหญ่ขึ้น
Thai Global Freight (TGF) ช่วยประสานการจองระวาง เอกสาร และการส่งต่องานพิธีการศุลกากรสำหรับการขนส่งช่วงแรกได้ แต่การตัดสินใจเรื่องโครงสร้าง ใบอนุญาต และ SKU ที่จะเก็บ เป็นของคุณและที่ปรึกษาของคุณ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้บริการเหมาภาษีสำหรับสต็อกล็อตใหญ่ จนไม่มีใบขนสินค้าขาเข้าหรือใบเสร็จภาษีในนามผู้นำเข้าที่ถูกต้อง
- ส่งสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของ สมอ. อย. หรือ กสทช. ก่อนมีใบอนุญาต แล้วพบว่าผ่านพิธีการหรือขึ้นขายไม่ได้
- นำสินค้าทั้งหมดมาเก็บในไทย จนสินค้าขายช้ากินทั้งอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าเก็บรักษาเกินกว่าที่กำไรรับไหว
- ส่งของเข้าคลังโดยกล่องปนหลาย SKU ไม่มีบาร์โค้ด หรือไม่ได้แจ้งการส่งล่วงหน้า จนถูกปฏิเสธการรับหรือเสียค่าติดฉลากใหม่
- ทำสัญญากับผู้รับเป็นผู้นำเข้าแทนโดยไม่ตกลงว่าใครเป็นเจ้าของสต็อก ใครขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และจะปล่อยสต็อกอย่างไรเมื่อเลิกสัญญา
สิ่งที่ควรเตรียม
- ผู้นำเข้าในไทยที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและลงทะเบียนกับศุลกากร และหากเป็นบุคคลที่สาม ต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน
- ใบกำกับสินค้าและรายการบรรจุของแต่ละล็อตที่ตรงกับธุรกรรม SKU และจำนวนจริง
- พิกัด HS ของทุก SKU และหากขอใช้สิทธิ์ ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดฟอร์มอีหรือ RCEP ที่ถูกต้อง
- ใบอนุญาตของ สมอ. อย. หรือ กสทช. สำหรับ SKU ที่ถูกควบคุม โดยต้องมีก่อนนำเข้า
- ข้อมูลหลัก SKU บาร์โค้ดรายชิ้น ฉลากกล่อง และใบแจ้งการส่งล่วงหน้าที่ตกลงกับคลังแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
คลังสินค้าต่างประเทศในไทยคืออะไร
คือสต็อกที่ผู้ขายข้ามพรมแดนนำเข้ามาในไทยเป็นล็อตใหญ่และเก็บไว้ก่อนขาย เมื่อมีคำสั่งซื้อจาก Shopee Lazada หรือ TikTok Shop ก็หยิบและส่งภายในประเทศ ทำให้ส่งเร็วขึ้น และเปิดเก็บเงินปลายทางกับรับคืนในประเทศได้จริง สต็อกนี้ผ่านพิธีการครั้งเดียวเป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์โดยผู้นำเข้าในไทย
บริษัทจีนนำเข้าสต็อกมาไทยโดยไม่มีบริษัทในไทยได้ไหม
โดยทั่วไปใช้ชื่อตัวเองไม่ได้ เพราะผู้นำเข้าต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในไทยและลงทะเบียนกับกรมศุลกากร ผู้ขายจึงใช้บริษัทลูกในไทย ผู้จัดจำหน่ายไทยที่ซื้อสต็อกไป หรือผู้ให้บริการที่รับเป็นผู้นำเข้าแทน แต่ละแบบเปลี่ยนว่าใครเป็นเจ้าของสต็อกและใครรับความเสี่ยงด้านศุลกากร ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายและภาษีในไทย
ต้องจ่ายอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนสินค้าขายได้หรือเปล่า
ใช่ ผู้นำเข้าจ่ายอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าตอนผ่านพิธีการ ก่อนสินค้าชิ้นใดจะขายได้ ผู้นำเข้าไทยที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมักนำภาษีขาเข้าไปเครดิตกับภาษีขายในประเทศได้ แต่อากรเป็นต้นทุน ควรรวมทั้งสองอย่างในต้นทุนถึงคลังและแผนเงินสด และยืนยันอัตราของแต่ละพิกัดกับตัวแทนออกของ
ควรใช้คลังของ Shopee Lazada หรือ 3PL อิสระดี
ใช้โปรแกรมคลังของแพลตฟอร์มหากคุณขายบนแพลตฟอร์มนั้นเป็นหลักและบัญชีมีสิทธิ์ เพราะเชื่อมกับเงื่อนไขการจัดส่งของแพลตฟอร์มโดยตรง เลือก 3PL อิสระหากขายหลายแพลตฟอร์มหรือมีเว็บไซต์ของตัวเอง และต้องการสต็อกกองเดียว จัดชุดได้ยืดหยุ่น และคุมการคืนสินค้าเอง ควรยืนยันเงื่อนไขโปรแกรมปัจจุบันกับแพลตฟอร์ม
ขนส่งช่วงแรกไปคลังไทย ควรใช้เรือหรือเครื่องบิน
ทางเรือเป็นตัวเลือกปกติสำหรับการเติมสต็อกที่วางแผนได้ เพราะต้นทุนต่อชิ้นมักต่ำที่สุดและวางแผนรองรับเวลาขนส่งที่ยาวกว่าได้ ทางอากาศเหมาะกับการเปิดตัวสินค้า การเติมสินค้าขายดีแบบด่วน และสินค้าชิ้นเล็กมูลค่าสูง แต่มีกฎเพิ่มสำหรับแบตเตอรี่ ของเหลว และแม่เหล็ก ทางรถหรือทางรางผ่านลาวเป็นทางสายกลางสำหรับบางต้นทาง
สินค้าที่เก็บในคลังไทยต้องมี มอก. หรือ อย. ไหม
ถ้าสินค้าอยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับหรือระบบใบอนุญาตของไทยก็ต้องมี และต้องได้ก่อนนำเข้า สมอ. ดูแลสินค้าที่อยู่ในมาตรฐานบังคับ อย. ดูแลอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ส่วน กสทช. ดูแลอุปกรณ์วิทยุ เช่น สินค้าบลูทูธและไวไฟ ควรตรวจทุก SKU กับกฎปัจจุบันของหน่วยงาน
ส่งสินค้าที่ลูกค้าคืนจากไทยกลับจีนได้ไหม
ได้ แต่เมื่อนำเข้ามาแล้ว สินค้าคือสต็อกในไทย การส่งกลับจึงเป็นการส่งออกจากไทยอย่างเป็นทางการ ต้องมีใบขนสินค้าขาออกและผู้นำเข้าที่จีน อาจคุ้มสำหรับสินค้าชำรุดทั้งพาเลทที่อยู่ในประกัน แต่แทบไม่คุ้มสำหรับของชิ้นเดียว ผู้ขายส่วนใหญ่คัดเกรดสินค้าคืนในไทย แล้วขายต่อ ซ่อม ระบาย หรือทำลาย
สินค้าแบบไหนควรเก็บไว้ที่จีนแทนคลังไทย
สินค้าขายช้า ตัวเลือกย่อยที่ขายน้อย สินค้าใหม่ที่ยังทดลองอยู่ และสินค้าที่รอใบอนุญาตในไทย ควรเก็บไว้ที่จีนและขายข้ามแดนตามคำสั่งซื้อ แล้วย้าย SKU เข้าคลังไทยเมื่อขายได้สม่ำเสมอและการส่งเร็วช่วยปิดการขายได้ชัดเจน ทบทวนการแบ่งนี้เป็นระยะเมื่อรูปแบบการขายเปลี่ยน