Thai Global FreightFAS Incoterms คืออะไร เหมาะกับสินค้าประเภทไหน
FAS หรือ Free Alongside Ship คือเงื่อนไขที่ความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อวางสินค้าไว้ข้างเรือที่ท่าเรือที่ระบุ บทความนี้อธิบายภาระของผู้ขายและผู้ซื้อ และเหตุผลที่ FAS เหมาะกับสินค้าเทกองมากกว่าสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์
สารบัญเนื้อหา
- 01FAS กำหนดภาระอะไรบ้างให้ผู้ขาย
- 02FAS กำหนดภาระอะไรบ้างให้ผู้ซื้อ
- 03เหตุผลที่จุดข้างเรือมีอยู่เป็นเงื่อนไขของตัวเอง
- 04FAS เทียบกับ FOB ความแตกต่างทางกายภาพเล็กน้อยแต่มีผลจริง
- 05สินค้าประเภทใดที่มักใช้ FAS
- 06เหตุใด FAS จึงไม่เหมาะกับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์
- 07ระบุจุดยกสินค้าให้ชัดเจนในสัญญาซื้อขาย
- 08ตัวอย่างการใช้งาน FAS ในทางปฏิบัติ
คำตอบโดยสรุป
FAS หรือ Free Alongside Ship คือกฎเกณฑ์หนึ่งใน Incoterms 2020 ที่ใช้กับการขนส่งทางทะเลหรือทางน้ำภายในประเทศ โดยผู้ขายจะปฏิบัติตามภาระการส่งมอบเมื่อวางสินค้าไว้ข้างเรือที่ผู้ซื้อระบุ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุ เช่น บนท่าเทียบเรือหรือบนเรือลำเลียงที่จอดข้างเรือใหญ่ นับจากจุดนั้น ความเสี่ยงต่อการสูญเสียหรือเสียหายจะโอนไปยังผู้ซื้อ และผู้ซื้อจะกลายเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการและออกค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นเรือ ค่าขนส่งทางทะเลหลัก ประกันภัยหากต้องการ และพิธีการนำเข้ากับภาษีที่ปลายทาง FAS มีความใกล้เคียงกับ FOB มากและมักถูกสับสนกันบ่อย แต่ทั้งสองต่างกันตรงจุดที่ความเสี่ยงโอนอย่างชัดเจน คือข้างเรือสำหรับ FAS เทียบกับเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้วจริงสำหรับ FOB FAS เหมาะที่สุดกับสินค้าเทกองหรือสินค้าที่ไม่ได้บรรจุตู้ ซึ่งยกขึ้นเรือโดยตรงด้วยเครน สายพานลำเลียง หรือวิธีอื่นที่คล้ายกันจากท่าเทียบเรือ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ดิบที่ขนแบบเทกองแทนที่จะบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ แนวทางมาตรฐานของ Incoterms ไม่แนะนำให้ใช้ FAS กับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ เพราะตู้คอนเทนเนอร์มักถูกส่งมอบให้ผู้ขนส่งที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ล่วงหน้าก่อนเรือจะมาถึงจริง ทำให้จุดโอนความเสี่ยงแบบข้างเรือไม่เหมาะกับวิธีการจัดการสินค้าประเภทนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- FAS (Free Alongside Ship) กำหนดให้ผู้ขายส่งมอบสินค้าไว้ข้างเรือที่ผู้ซื้อระบุ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุ
- ความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อทันทีที่สินค้าอยู่ข้างเรือ ก่อนการยกขึ้นเรือ ซึ่งเป็นจุดที่เร็วกว่า FOB ที่ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้ว
- นับจากจุดโอนความเสี่ยงเป็นต้นไป ผู้ซื้อเป็นผู้จัดการและออกค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นเรือ ค่าขนส่งหลัก ประกันภัย และพิธีการนำเข้า
- FAS จำกัดใช้เฉพาะการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศเช่นเดียวกับ FOB และ CFR/CIF ไม่ได้ใช้กับการขนส่งทางอากาศ ทางรถ ทางราง หรือแบบหลายรูปแบบ
- FAS เหมาะที่สุดกับสินค้าเทกองหรือสินค้าที่ไม่ได้บรรจุตู้ที่ยกขึ้นเรือโดยตรงจากท่าเทียบเรือ ไม่เหมาะกับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งมักถูกส่งมอบล่วงหน้าก่อนเรือจะมาถึง
- ผู้ซื้อและผู้ขายควรระบุจุดยกสินค้าและท่าเรือให้ชัดเจนในสัญญาซื้อขาย เพราะการโอนความเสี่ยงของ FAS ขึ้นอยู่กับการวางสินค้าไว้ที่จุดนั้นจริงข้างเรือที่ระบุไว้
ในบรรดากฎเกณฑ์ Incoterms 2020 ทั้ง 11 ข้อ FAS เป็นเงื่อนไขที่ผู้ส่งสินค้าทั่วไปในไทยพบเจอไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่เพราะการค้าสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์มักใช้ FOB, CIF หรือกฎเกณฑ์แบบหลายรูปแบบที่ใหม่กว่าแทน แต่ FAS ยังคงพบเห็นเป็นประจำในการค้าสินค้าโภคภัณฑ์เทกอง เช่น วัตถุดิบ ผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าลักษณะคล้ายกันที่ขนแบบเทกองแทนที่จะบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ การเข้าใจให้ชัดเจนว่า FAS ผูกมัดแต่ละฝ่ายไว้กับอะไรจึงสำคัญเมื่อสัญญาระบุเงื่อนไขนี้ไว้ FAS ยังมักถูกสับสนกับ FOB ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมากในทางปฏิบัติ แต่โอนความเสี่ยงที่จุดทางกายภาพต่างกันเล็กน้อย การเข้าใจความแตกต่างนี้ให้ถูกต้องจึงช่วยหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่ส่งผลจริงเกี่ยวกับว่าใครรับผิดชอบเรื่องใด
สรุปประเด็นสำคัญ
FAS ย่อมาจาก Free Alongside Ship ผู้ขายส่งมอบสินค้าไว้ข้างเรือที่ผู้ซื้อระบุ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้
ความเสี่ยงโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อทันทีที่สินค้าถูกวางไว้ข้างเรือ ก่อนที่จะถูกยกขึ้นเรือจริง
นับจากจุดนั้น ผู้ซื้อเป็นผู้จัดการและออกค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นเรือ ค่าขนส่งหลัก และประกันภัย รวมถึงดำเนินพิธีการนำเข้าที่ปลายทาง
FAS มีความใกล้เคียงกับ FOB มาก แต่ทั้งสองต่างกันตรงจุดที่ความเสี่ยงโอน คือข้างเรือสำหรับ FAS เทียบกับบนเรือสำหรับ FOB
แนวทางมาตรฐานของ Incoterms แนะนำให้ใช้ FAS กับสินค้าเทกองหรือสินค้าที่ไม่ได้บรรจุตู้เป็นหลัก ไม่เหมาะกับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ เพราะตู้คอนเทนเนอร์มักถูกส่งมอบที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ล่วงหน้าก่อนเรือจะมาถึง
FAS กำหนดภาระอะไรบ้างให้ผู้ขาย
ภายใต้ FAS ภาระการส่งมอบของผู้ขายจะสำเร็จเมื่อวางสินค้าไว้ข้างเรือที่ผู้ซื้อระบุ ณ จุดยกสินค้าที่กำหนดไว้สำหรับท่าเรือต้นทางที่ระบุ ซึ่งโดยทั่วไปคือบนท่าเทียบเรือหรือบนเรือลำเลียงที่จอดข้างเรือใหญ่ ผู้ขายรับผิดชอบพิธีการส่งออก หมายถึงเอกสารและขั้นตอนที่จำเป็นในการส่งสินค้าออกจากประเทศต้นทางอย่างถูกกฎหมาย และรับผิดชอบนำสินค้าไปถึงจุดข้างเรือนั้น แต่ภาระด้านต้นทุนและความเสี่ยงของผู้ขายสิ้นสุดที่จุดนั้น ต่างจาก EXW ซึ่งวางภาระให้ผู้ซื้อมากกว่าตั้งแต่ต้น FAS ยังคงกำหนดให้ผู้ขายต้องส่งมอบสินค้าไปยังตำแหน่งเฉพาะที่ท่าเรืออย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่จัดเตรียมสินค้าไว้ที่สถานประกอบการของผู้ขายเอง
FAS กำหนดภาระอะไรบ้างให้ผู้ซื้อ
เมื่อสินค้าอยู่ข้างเรือแล้ว ผู้ซื้อจะรับภาระเกือบทุกอย่างที่เหลือ ทั้งการจัดการและออกค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นเรือ การจองและออกค่าใช้จ่ายค่าขนส่งทางทะเลหรือทางน้ำหลัก การจัดทำประกันภัยสินค้าหากผู้ซื้อต้องการ และการดำเนินพิธีการนำเข้า ภาษี และใบอนุญาตใด ๆ ที่จำเป็นที่ปลายทาง ผู้ซื้อยังต้องรับความเสี่ยงต่อการสูญเสียหรือเสียหายตั้งแต่วินาทีที่สินค้าถูกวางไว้ข้างเรือ แม้ว่าสินค้าจะยังไม่ได้ออกจากท่าเรือต้นทางจริง และผู้ขายอาจยังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ตาม นี่เป็นชุดภาระที่มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ CIF หรือ CFR ที่ผู้ขายยังคงจัดการและออกค่าใช้จ่ายค่าขนส่งหลักต่อไป แม้ความเสี่ยงจะโอนไปแต่เนิ่น ๆ ในการเดินทางก็ตาม

เหตุผลที่จุดข้างเรือมีอยู่เป็นเงื่อนไขของตัวเอง
เหตุผลที่ FAS กำหนดจุดโอนความเสี่ยงไว้ที่ข้างเรือ แทนที่จะเป็นบนเรือแบบ FOB ย้อนกลับไปที่วิธีการยกขึ้นเรือของสินค้าเทกองบางประเภท สำหรับสินค้าที่ยกด้วยเครนหรือเคลื่อนย้ายด้วยสายพานลำเลียงโดยตรงจากท่าเทียบเรือลงสู่ระวางเรือ มีช่วงเวลาที่สังเกตได้จริงเมื่อสินค้าอยู่ข้างเรือและพร้อมจะถูกยกขึ้นแต่ยังไม่ได้ถูกยกขึ้น และนี่เป็นจุดที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าเกิดขึ้นจริง โดยไม่ขึ้นกับว่าการยกขึ้นเรือจะเสร็จสิ้นเมื่อใดกันแน่ เรื่องนี้สำคัญต่อการจัดสรรความเสี่ยงอย่างเป็นธรรม เมื่อสินค้าออกจากการควบคุมของผู้ขายและอยู่ข้างเรือรอการยกขึ้นแล้ว ก็สมเหตุสมผลที่ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น เช่น อุบัติเหตุระหว่างยกสินค้า สภาพอากาศที่กระทบสินค้า ณ จุดนั้น ควรตกอยู่กับผู้ซื้อโดยทั่วไป เพราะผู้ซื้อเป็นผู้ระบุเรือและควบคุมการยกสินค้าขึ้นเรือแล้ว
FAS เทียบกับ FOB ความแตกต่างทางกายภาพเล็กน้อยแต่มีผลจริง
FAS และ FOB มีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งสองใช้ได้เฉพาะการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศ ทั้งสองเป็นเงื่อนไขแบบระบุท่าเรือ และทั้งสองกำหนดให้ผู้ขายรับผิดชอบพิธีการส่งออก ความแตกต่างที่สำคัญจริง ๆ นั้นแคบแต่ชัดเจน คือภายใต้ FAS ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่ข้างเรือ ก่อนการยกขึ้นเรือ ส่วนภายใต้ FOB ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้วจริง ช่องว่างนั้น คือขั้นตอนการยกสินค้าขึ้นเรือเอง เป็นจุดที่ FOB โอนความรับผิดชอบในการจัดการและออกค่าใช้จ่ายการยกขึ้นเรือให้กับผู้ขาย ในขณะที่ FAS ปล่อยให้เป็นภาระของผู้ซื้อ สำหรับสินค้าที่การยกขึ้นเรือเป็นขั้นตอนง่ายและความเสี่ยงต่ำ ความแตกต่างในทางปฏิบัติระหว่างสองเงื่อนไขนี้อาจไม่มาก แต่สำหรับสินค้าที่การยกขึ้นเรือมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น สินค้าเทกองที่หนักหรือยกยากซึ่งต้องใช้เครน ทางเลือกระหว่าง FAS กับ FOB จะกำหนดว่าใครแบกรับความเสี่ยงเฉพาะนั้น
FAS เทียบกับ FOB สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ คือจุดโอนความเสี่ยง
FAS — Free Alongside Ship
- ภาระของผู้ขายสิ้นสุดเมื่อวางสินค้าไว้ข้างเรือ ณ ท่าเรือที่ระบุ
- ผู้ซื้อโดยทั่วไปเป็นผู้จัดการและออกค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นเรือ
- นิยมใช้กับสินค้าโภคภัณฑ์เทกองที่ยกขึ้นเรือด้วยเครนหรือสายพานลำเลียงโดยตรงจากท่าเทียบเรือ
FOB — Free on Board
- ภาระของผู้ขายสิ้นสุดเมื่อสินค้าถูกยกขึ้นบนเรือแล้วจริง
- ผู้ขายเป็นผู้จัดการและออกค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นเรือ
- ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่เข้าใจกันดีในสินค้าหลายประเภทที่ขนส่งทางทะเล

สินค้าประเภทใดที่มักใช้ FAS
FAS เหมาะที่สุดกับสินค้าเทกองและสินค้าที่ไม่ได้บรรจุตู้ ซึ่งยกขึ้นเรือโดยตรงแทนที่จะบรรจุไว้ล่วงหน้าในตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรดิบ แร่ธาตุ และสินค้าลักษณะคล้ายกันที่ขนแบบเทกองด้วยเครน กราบ หรือสายพานลำเลียงโดยตรงจากท่าเทียบเรือ เป็นตัวอย่างทั่วไป สินค้าประเภทนี้มักซื้อขายในปริมาณมากภายใต้สัญญาแบบสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งขั้นตอนการยกขึ้นเรือและความเสี่ยงของมันเป็นที่เข้าใจกันดีระหว่างคู่ค้าทั้งสองฝ่าย และจุดส่งมอบแบบข้างเรือที่ชัดเจนเข้ากันได้ดีตามธรรมชาติกับวิธีที่สินค้าประเภทนี้เคลื่อนย้ายจริง FAS พบเห็นได้น้อยกว่ามากในการค้าสินค้าสำเร็จรูปทั่วไป ซึ่งการบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ทำให้ FOB และเงื่อนไขที่ทันสมัยกว่าอย่าง FCA เหมาะสมกว่าตามธรรมชาติ

เหตุใด FAS จึงไม่เหมาะกับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์
แนวทางมาตรฐานของ Incoterms ระบุไว้ชัดเจนว่า FAS, FOB, CFR และ CIF มีไว้สำหรับสินค้าที่ผู้ขายส่งมอบไว้ข้างเรือหรือบนเรือ และไม่แนะนำให้ใช้ทั้งสี่เงื่อนไขนี้กับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ โดยแนะนำให้ใช้ FCA, CPT หรือ CIP แทน เหตุผลนั้นเป็นเรื่องในทางปฏิบัติ สินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์แทบไม่เคยถูกส่งมอบให้ผู้ขนส่งข้างเรือเลย โดยทั่วไปจะถูกส่งไปยังลานตู้คอนเทนเนอร์ล่วงหน้าก่อนเรือจะมาถึง บางครั้งล่วงหน้าหลายวัน ซึ่งสินค้าจะถูกเก็บ ชั่งน้ำหนัก และจัดเตรียมไว้สำหรับยกขึ้นเรือตามตารางของลานตู้เอง ไม่ใช่ตามการส่งมอบของผู้ขายไปยังเรือ การใช้ FAS กับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์จึงสร้างช่องว่างจริง หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างที่วางอยู่ในลานตู้ หลังจากผู้ขายส่งมอบไปแล้วแต่ก่อนจะถูกวางไว้ข้างเรือจริง อาจไม่ชัดเจนจริง ๆ ว่าฝ่ายใดแบกรับความเสี่ยง ณ ขณะนั้น การเลือกใช้ FCA แทนช่วยหลีกเลี่ยงความคลุมเครือนี้สำหรับสินค้าบรรจุตู้ เพราะจุดโอนความเสี่ยงของ FCA ถูกกำหนดไว้ตามการส่งมอบให้ผู้ขนส่ง ซึ่งตรงกับวิธีที่สินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ถูกส่งมอบจริง
ระบุจุดยกสินค้าให้ชัดเจนในสัญญาซื้อขาย
เนื่องจากการโอนความเสี่ยงของ FAS ขึ้นอยู่กับการวางสินค้าไว้ที่จุดทางกายภาพเฉพาะข้างเรือลำที่ระบุไว้ ความชัดเจนในสัญญาซื้อขายจึงสำคัญมากกว่าเงื่อนไขที่มีช่วงการโอนความเสี่ยงกว้างกว่า สัญญาควรระบุท่าเรือต้นทางให้ชัดเจน และหากเกี่ยวข้อง ควรระบุจุดยกสินค้าเฉพาะภายในท่าเรือนั้นด้วย เนื่องจากท่าเรือขนาดใหญ่อาจมีท่าเทียบเรือหรือพื้นที่ยกสินค้าหลายจุด นอกจากนี้ยังควรระบุให้ชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็นผู้ระบุเรือและภายในกำหนดเวลาใด เพราะหากผู้ซื้อไม่ระบุเรือให้ทันเวลา อาจทำให้ผู้ขายต้องถือครองสินค้าไว้โดยไม่มีที่ส่งมอบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงในทางปฏิบัติที่ควรระบุไว้ในเงื่อนไขสัญญาให้ชัดเจน แทนที่จะปล่อยให้คลุมเครือ
ตัวอย่างการใช้งาน FAS ในทางปฏิบัติ
ลองพิจารณาผู้ส่งออกไทยที่ขายสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรแบบเทกองให้ผู้ซื้อต่างประเทศภายใต้เงื่อนไข FAS ซึ่งระบุท่าเทียบเรือเฉพาะ ณ ท่าเรือต้นทาง ผู้ส่งออกจัดการขนส่งภายในประเทศไปยังท่าเรือ ดำเนินพิธีการส่งออกของไทยให้เสร็จสิ้น และส่งมอบสินค้าไปยังท่าเทียบเรือที่ระบุไว้ ซึ่งวางไว้ข้างเรือที่ผู้ซื้อระบุไว้ล่วงหน้า ณ ขณะนั้น ภาระของผู้ส่งออกตามสัญญาถือว่าสำเร็จแล้ว และความเสี่ยงต่อการสูญเสียหรือเสียหายจะโอนไปยังผู้ซื้อ แม้ว่าสินค้าจะยังวางอยู่บนท่าเทียบเรือและยังไม่ได้ถูกยกขึ้นเรือก็ตาม หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างยกสินค้าหรือสภาพอากาศเลวร้ายทำให้สินค้าเสียหายในช่วงเวลาระหว่างที่วางไว้ข้างเรือกับการยกขึ้นเรือจริง ความเสียหายนั้นจะตกอยู่ฝั่งผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย เพราะ FAS กำหนดจุดโอนความเสี่ยงไว้ที่ข้างเรือ ไม่ใช่บนเรือ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- สับสนระหว่าง FAS กับ FOB และสันนิษฐานว่าความเสี่ยงโอนที่จุดทางกายภาพเดียวกัน ทั้งที่ FAS โอนความเสี่ยงที่ข้างเรือ ส่วน FOB โอนความเสี่ยงเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้ว
- ไม่กล่าวถึงช่วงความเสี่ยงระหว่างการวางสินค้าไว้ข้างเรือกับการยกขึ้นเรือจริงไว้ในสัญญาซื้อขาย ทั้งที่ช่วงเวลานี้เองมักเป็นจุดที่เกิดข้อพิพาทเฉพาะของ FAS
- ใช้ FAS กับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งแนวทางมาตรฐานของ Incoterms ไม่แนะนำ เพราะตู้คอนเทนเนอร์มักถูกส่งมอบที่ลานตู้ล่วงหน้าก่อนเรือจะมาถึง
- ไม่ระบุท่าเรือและจุดยกสินค้าเฉพาะให้ชัดเจนพอในสัญญาซื้อขาย จนเกิดความคลุมเครือว่าการส่งมอบควรเกิดขึ้นที่จุดใดกันแน่
- สันนิษฐานว่า FAS ใช้กับการขนส่งทางอากาศ ทางรถ หรือแบบหลายรูปแบบได้ ทั้งที่ FAS เช่นเดียวกับ FOB, CFR และ CIF จำกัดใช้เฉพาะการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศเท่านั้น
สิ่งที่ควรเตรียม
- สัญญาซื้อขายที่ระบุท่าเรือต้นทางและจุดยกสินค้าเฉพาะภายในท่าเรือนั้นอย่างชัดเจน
- ข้อตกลงว่าฝ่ายใดเป็นผู้ระบุเรือ และภายในกำหนดเวลาใด เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีผู้ขายต้องถือครองสินค้าไว้โดยไม่มีที่ส่งมอบ
- การยืนยันว่าประเภทสินค้าเหมาะกับ FAS จริง คือสินค้าเทกองหรือสินค้าที่ไม่ได้บรรจุตู้ที่ยกขึ้นเรือโดยตรงจากท่าเทียบเรือ ไม่ใช่สินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์
- ความชัดเจนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่าใครเป็นผู้จัดทำประกันภัยสินค้า เนื่องจาก FAS ไม่ได้กำหนดให้ผู้ขายต้องจัดทำ
คำถามที่พบบ่อย
FAS ย่อมาจากอะไรใน Incoterms?
FAS ย่อมาจาก Free Alongside Ship ผู้ขายส่งมอบสินค้าโดยวางไว้ข้างเรือที่ผู้ซื้อระบุ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุ
ความเสี่ยงโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อที่จุดใดภายใต้ FAS?
ความเสี่ยงโอนทันทีที่สินค้าถูกวางไว้ข้างเรือที่ระบุ ณ ท่าเรือที่ระบุ ก่อนที่สินค้าจะถูกยกขึ้นเรือจริง
FAS ต่างจาก FOB อย่างไร?
ทั้งสองเงื่อนไขใกล้เคียงกันมาก แต่ความเสี่ยงโอนที่จุดต่างกัน คือภายใต้ FAS ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่ข้างเรือ ส่วนภายใต้ FOB ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้วจริง
FAS เหมาะกับสินค้าประเภทใดที่สุด?
FAS เหมาะที่สุดกับสินค้าเทกองหรือสินค้าที่ไม่ได้บรรจุตู้ที่ยกขึ้นเรือโดยตรงด้วยเครน กราบ หรือสายพานลำเลียงจากท่าเทียบเรือ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรดิบหรือแร่ธาตุที่ซื้อขายแบบเทกอง
ทำไมจึงไม่ควรใช้ FAS กับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์?
ตู้คอนเทนเนอร์มักถูกส่งมอบให้ผู้ขนส่งที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ล่วงหน้าก่อนเรือจะมาถึง ไม่ใช่ที่ข้างเรือ จุดโอนความเสี่ยงแบบข้างเรือจึงสร้างความคลุมเครือในช่วงที่ตู้คอนเทนเนอร์วางอยู่ในลานตู้ แนวทางมาตรฐานของ Incoterms แนะนำให้ใช้ FCA, CPT หรือ CIP แทน
FAS กำหนดให้ผู้ขายต้องจัดทำประกันภัยสินค้าหรือไม่?
ไม่ ภายใต้ FAS การจัดทำประกันภัยสินค้าเป็นการตัดสินใจและความรับผิดชอบของผู้ซื้อ เนื่องจากผู้ซื้อรับความเสี่ยงตั้งแต่จุดที่สินค้าถูกวางไว้ข้างเรือ