Thai Global FreightFOB Laem Chabang หมายถึงอะไร และผู้ส่งออกไทยต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง
FOB Laem Chabang คือเงื่อนไขที่พบบ่อยที่สุดในใบเสนอราคาส่งออกของไทย บทความนี้อธิบายว่าผู้ขายไทยต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ความเสี่ยงโอนที่จุดไหน และผู้ซื้อต้องจัดการอะไรต่อจากนั้น
สารบัญเนื้อหา
คำตอบโดยสรุป
"FOB Laem Chabang" หมายถึงเงื่อนไข Free On Board โดยระบุแหลมฉบังเป็นท่าเรือต้นทางที่ใช้ขนถ่ายสินค้า ภายใต้เงื่อนไขนี้ ผู้ขายไทยรับผิดชอบการบรรจุหีบห่อ ขนส่งสินค้าไปยังแหลมฉบัง ดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก และโหลดสินค้าขึ้นเรือที่ผู้ซื้อจองไว้ ความเสี่ยงและต้นทุนของผู้ขายจะสิ้นสุดทันทีที่สินค้าอยู่บนเรือแล้ว จากจุดนั้นผู้ซื้อจะรับผิดชอบค่าระวางเรือหลัก ตัดสินใจเองว่าจะทำประกันภัยทางทะเลหรือไม่ และดำเนินพิธีการนำเข้าพร้อมส่งมอบที่ปลายทาง FOB เป็นหนึ่งใน Incoterms 2020 ทั้งสิบเอ็ดข้อ และสงวนไว้เฉพาะการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศ จึงไม่ควรปรากฏในใบเสนอราคาสำหรับสินค้าที่ส่งทางอากาศหรือขนส่งทางรถบรรทุกล้วน การระบุชื่อท่าเรือให้ชัดเจนว่าคือแหลมฉบัง ไม่ใช่แค่ "ประเทศไทย" เฉย ๆ มีความสำคัญ เพราะเป็นตัวกำหนดจุดที่ภาระของผู้ขายสิ้นสุดลงอย่างแม่นยำ
สรุปประเด็นสำคัญ
- ภายใต้ FOB ความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อสินค้าอยู่บนเรือที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ไม่ใช่ตอนที่รถออกจากโรงงานของผู้ขาย
- ผู้ขายไทยเป็นผู้จัดการพิธีการศุลกากรขาออก การขนส่งภายในประเทศไปยังท่าเรือ และการโหลดสินค้าขึ้นเรือ
- ผู้ซื้อเป็นผู้จองและชำระค่าระวางเรือหลัก และตัดสินใจเองว่าจะทำประกันภัยสินค้าทางทะเลหรือไม่
- FOB สงวนไว้สำหรับการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศตาม Incoterms 2020 ไม่เหมาะกับสินค้าที่ส่งทางอากาศหรือทางรถบรรทุกล้วน
- "FOB Laem Chabang" ระบุท่าเรือต้นทางที่ใช้ขนถ่ายสินค้า การระบุท่าเรือผิดหรือไม่ระบุเลยเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยและสร้างปัญหาตามมาได้
- แม้ความเสี่ยงจะโอนไปแล้ว ผู้ขายมักยังต้องส่งมอบเอกสารยืนยันการส่งสินค้าที่ผู้ซื้อต้องใช้รับสินค้าและเคลียร์ของที่ปลายทาง
- FOB และ CIF มีภาระการโหลดสินค้าของผู้ขายเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ว่าใครเป็นผู้จ่ายค่าระวางหลักและประกันภัยจากจุดนั้นเป็นต้นไป
ใบเสนอราคาจากผู้ส่งออกไทยที่ระบุว่า "FOB Laem Chabang" กำลังบอกสองเรื่องพร้อมกัน คือใช้เงื่อนไข Incoterms ข้อไหน และภาระของผู้ขายสิ้นสุดที่จุดใดแน่นอน ทั้งสองส่วนสำคัญเท่ากัน และใบเสนอราคาที่ผิดพลาดในส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะละเว้นชื่อท่าเรือ หรือใช้ FOB กับสินค้าที่ไม่ได้ไปทางเรือ มักสร้างความคลุมเครือที่จะโผล่ขึ้นมาในจังหวะที่แย่ที่สุด ซึ่งมักเป็นตอนที่สินค้ามีปัญหาไปแล้ว
FOB ย่อมาจาก Free On Board เป็นหนึ่งใน Incoterms 2020 ทั้งสิบเอ็ดข้อที่จัดทำโดยหอการค้านานาชาติ (ICC) และอยู่ในกลุ่มสี่เงื่อนไข คือ FAS, FOB, CFR และ CIF ที่ใช้ได้เฉพาะกับการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศเท่านั้น ข้อจำกัดนี้ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อยที่มองข้ามได้ เพราะ FOB อธิบายการส่งมอบที่จุดเฉพาะบนเรือ จึงไม่มีคำเทียบเท่าที่ใช้ได้ตรงกับสินค้าที่ส่งทางอากาศหรือขนส่งทางรถบรรทุกข้ามพรมแดนทั้งหมด เมื่อ FOB ปรากฏในใบเสนอราคาสำหรับสินค้าที่ส่งทางอากาศ มักเป็นเพราะความเคยชินมากกว่าที่จะเป็นเงื่อนไขที่เหมาะกับรูปแบบการขนส่งที่ใช้จริง
การระบุชื่อท่าเรือสำคัญไม่แพ้การระบุเงื่อนไข "FOB Thailand" ไม่ใช่ข้อความ Incoterms ที่สมบูรณ์ เพราะเงื่อนไขนี้ต้องระบุท่าเรือต้นทางที่ใช้ขนถ่ายสินค้าให้ชัดเจน เนื่องจากท่าเรือที่ระบุคือตัวกำหนดจุดทางกายภาพที่ภาระของผู้ขายสิ้นสุดลง สำหรับสินค้าที่ส่งออกจากไทยทางเรือ ท่าเรือนั้นมักเป็นแหลมฉบัง ซึ่งรองรับปริมาณสินค้าคอนเทนเนอร์ส่งออกส่วนใหญ่ของประเทศ "FOB Laem Chabang" จึงเป็นรูปแบบที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่ใบเสนอราคาของผู้ส่งออกไทยควรใช้
สรุปประเด็นสำคัญ
ภายใต้ FOB ความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อสินค้าอยู่บนเรือที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ไม่ใช่ตอนที่รถออกจากโรงงานของผู้ขาย
ผู้ขายไทยเป็นผู้จัดการพิธีการศุลกากรขาออก การขนส่งภายในประเทศไปยังท่าเรือ และการโหลดสินค้าขึ้นเรือ
ผู้ซื้อเป็นผู้จองและชำระค่าระวางเรือหลัก และตัดสินใจเองว่าจะทำประกันภัยสินค้าทางทะเลหรือไม่
FOB สงวนไว้สำหรับการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศตาม Incoterms 2020 ไม่เหมาะกับสินค้าที่ส่งทางอากาศหรือทางรถบรรทุกล้วน
"FOB Laem Chabang" ระบุท่าเรือต้นทางที่ใช้ขนถ่ายสินค้า การระบุท่าเรือผิดหรือไม่ระบุเลยเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยและสร้างปัญหาตามมาได้
แม้ความเสี่ยงจะโอนไปแล้ว ผู้ขายมักยังต้องส่งมอบเอกสารยืนยันการส่งสินค้าที่ผู้ซื้อต้องใช้รับสินค้าและเคลียร์ของที่ปลายทาง
ผู้ขายไทยต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง
ภายใต้ FOB Laem Chabang ภาระของผู้ขายครอบคลุมตั้งแต่โรงงานหรือคลังสินค้า ไปจนถึงสินค้าอยู่บนเรือแล้ว
- การบรรจุหีบห่อ สินค้าให้เหมาะสมกับการขนส่งและการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
- การขนส่งภายในประเทศ จากสถานที่ของผู้ขายไปยังแหลมฉบัง รวมถึงการขนส่งทางรถบรรทุกภายในประเทศและขั้นตอนที่ประตูลานตู้
- พิธีการศุลกากรขาออก ในประเทศไทย คือการจัดเตรียมและยื่นใบขนสินค้าขาออก และดำเนินการตามข้อกำหนดการตรวจสอบก่อนที่สินค้าจะได้รับอนุญาตให้โหลดขึ้นเรือ
- ค่าดำเนินการที่ลานตู้ ที่แหลมฉบังจนถึงจุดที่โหลดสินค้า
- การโหลดสินค้าขึ้นเรือ ที่ผู้ซื้อได้จองไว้
ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้เลือกเรือหรือสายเรือภายใต้ FOB เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ซื้อ เนื่องจากผู้ซื้อเป็นผู้ชำระและจัดการค่าระวางเรือหลัก ในทางปฏิบัติ ผู้ส่งออกไทยหลายรายยังคงประสานงานใกล้ชิดกับฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่จองเรือตามคำสั่งของผู้ซื้อ แต่ความรับผิดชอบตามสัญญาสำหรับการจองนั้น รวมถึงต้นทุนของมัน ยังคงอยู่กับผู้ซื้อ

จุดที่ความรับผิดชอบเปลี่ยนมือจริง ๆ: "บนเรือ"
Incoterms 2020 กำหนดจุดส่งมอบของ FOB ไว้ชัดเจนว่าคือสินค้าถูกวางไว้บนเรือที่ผู้ซื้อระบุ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้ ซึ่งเปลี่ยนจากคำอธิบายแบบไม่เป็นทางการในอดีตที่ใช้คำว่าสินค้าผ่าน "ราวเรือ" (ship's rail) ซึ่งถูกตัดออกจากข้อความทางการ เพราะราวเรือบนเรือคอนเทนเนอร์สมัยใหม่ไม่ใช่จุดอ้างอิงทางกายภาพที่มีความหมายสำหรับสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์อีกต่อไป สำหรับสินค้าที่ส่งออกทางแหลมฉบัง หมายความว่าความเสี่ยงของผู้ขายยังคงดำเนินต่อไปตลอดขั้นตอนการนำเข้าลานตู้ (gate-in) การจัดเก็บในลานตู้ และกระบวนการโหลดตู้ขึ้นเรือ และจะโอนไปยังผู้ซื้อก็ต่อเมื่อตู้อยู่บนเรือแล้วเท่านั้น
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญในทางปฏิบัติเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างโรงงานกับเรือ หากตู้คอนเทนเนอร์เสียหายที่ลานตู้ก่อนโหลดขึ้นเรือ ไม่ว่าจะระหว่างการยก ในลานตู้ หรือระหว่างขนส่งจากสถานที่ของผู้ขาย ความเสียหายนั้นตกเป็นภาระของผู้ขายภายใต้ FOB เพราะความเสี่ยงยังไม่ได้โอนไป เมื่อตู้ถูกยืนยันว่าอยู่บนเรือแล้ว ความสูญเสียหรือเสียหายใด ๆ ตั้งแต่จุดนั้นตลอดการเดินเรือจะเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ ไม่ว่าผู้ซื้อจะทำประกันภัยครอบคลุมไว้หรือไม่ก็ตาม
จุดนี้เองที่ทำให้ FOB กับ CIF สับสนกันได้ง่าย เพราะภาระทางกายภาพของผู้ขาย คือการบรรจุ เคลียร์พิธีการ และโหลดสินค้า เหมือนกันทุกประการภายใต้ทั้งสองเงื่อนไข ความต่างอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการโหลด ภายใต้ FOB ผู้ซื้อจะรับภาระค่าระวางหลักและตัดสินใจเองว่าจะทำประกันหรือไม่ ส่วนภายใต้ CIF ผู้ขายเป็นผู้จ่ายทั้งค่าระวางหลักและประกันภัยขั้นต่ำ แม้ความเสี่ยงยังคงโอนไปยังผู้ซื้อที่จุดโหลดสินค้าเดียวกันก็ตาม ผู้ส่งออกไทยที่เสนอราคาแบบ CIF จึงไม่ได้รับความเสี่ยงมากกว่าภายใต้ FOB แต่เป็นเพียงการตกลงจ่ายต้นทุนสองรายการแทนผู้ซื้อเท่านั้น
จุดที่ต้นทุนและความเสี่ยงโอนภายใต้ FOB Laem Chabang
ผู้ขาย (ผู้ส่งออกไทย)
- การบรรจุหีบห่อ ขนส่งภายในประเทศไปแหลมฉบัง และพิธีการศุลกากรขาออก
- ค่าดำเนินการที่ลานตู้และการโหลดสินค้าขึ้นเรือ
ผู้ซื้อ
- ค่าระวางเรือหลักจากแหลมฉบังไปยังท่าเรือปลายทาง
- ประกันภัยสินค้าทางทะเลหากผู้ซื้อเลือกทำเอง พิธีการนำเข้า และการขนส่งภายในประเทศที่ปลายทาง

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่แหลมฉบัง
ผู้ส่งออกไทยที่ทำงานภายใต้ FOB Laem Chabang มักผ่านลำดับขั้นตอนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ฟอร์เวิร์ดเดอร์หรือบริษัทรถบรรทุกจะส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปถึงท่าเรือก่อนถึง cut-off ของเรือ ซึ่งเป็นกำหนดเวลาสุดท้ายที่สินค้าต้องถึงลานตู้เพื่อทันรอบเรือนั้น ๆ ตู้จะถูกนำเข้าลานตู้ (gate-in) ตรวจสอบกับข้อมูลการจอง และวางไว้ในลานตู้เพื่อรอโหลด พิธีการศุลกากรขาออกดำเนินไปพร้อมกัน และสินค้าจะโหลดขึ้นเรือไม่ได้จนกว่าจะผ่านพิธีการ เมื่อเรือมาถึงและเริ่มโหลด ตู้จะถูกยกขึ้นเรือ และนี่คือจังหวะที่ความเสี่ยงภายใต้ FOB โอนไปจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ภาระของผู้ขายยังไม่จบลงทันทีในจังหวะนั้น ผู้ขายมักยังต้องส่งหลักฐานให้ผู้ซื้อว่าสินค้าถูกโหลดแล้ว โดยทั่วไปคือ Bill of Lading ที่ออกเมื่อเรือออกเดินทางแล้ว พร้อมกับ Commercial Invoice และ Packing List หากไม่มีเอกสารเหล่านี้ ผู้ซื้อมักไม่สามารถดำเนินพิธีการนำเข้าหรือรับสินค้าที่ปลายทางได้ แม้ความเสี่ยงจะโอนไปแล้วก็ตาม ผู้ส่งออกไทยที่มองว่า "โหลดขึ้นเรือแล้ว" คือจุดจบของธุรกรรมทั้งหมด แทนที่จะเป็นเพียงจุดจบของความรับผิดชอบด้านความเสี่ยงและต้นทุน มักเจอความล่าช้าที่หลีกเลี่ยงได้ในการรับเงินหรือการส่งเอกสารให้ผู้ซื้อใช้รับสินค้า
การพลาด cut-off ของเรือเป็นปัญหาในทางปฏิบัติที่พบบ่อยบนเส้นทางนี้ เนื่องจากการโหลดต้องเกิดขึ้นก่อนความเสี่ยงจะโอน ตู้ที่มาถึงแหลมฉบังหลัง cut-off และต้องเลื่อนไปรอบเรือถัดไป หมายความว่าผู้ขายยังคงแบกรับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บที่เกี่ยวข้องนานกว่าที่วางแผนไว้ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตารางขนส่งภายในประเทศของผู้ส่งออกไทยควรมีเวลาสำรองจริงก่อนถึง cut-off ที่จองไว้ ไม่ใช่แค่คำนวณเวลาให้พอดีถึงตรงกำหนดเส้นตายเท่านั้น
FOB เทียบกับเงื่อนไขอื่นที่พบบ่อยในใบเสนอราคาแหลมฉบัง
FOB ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวที่ผู้ส่งออกไทยจะพบว่าถูกร้องขอ EXW (Ex Works) ผลักความรับผิดชอบไปให้ผู้ซื้อมากกว่า FOB โดยผู้ขายเพียงเตรียมสินค้าให้พร้อมที่สถานที่ของตัวเองเท่านั้น ผู้ซื้อต้องจัดการทุกอย่างจากจุดนั้น รวมถึงพิธีการศุลกากรขาออก ซึ่งผู้ส่งออกไทยมักอยู่ในตำแหน่งที่ดำเนินการได้ดีกว่าผู้ซื้อในต่างประเทศ CIF (Cost, Insurance, and Freight) มีภาระการโหลดสินค้าและจุดโอนความเสี่ยงเหมือน FOB แต่เพิ่มค่าระวางหลักและข้อกำหนดประกันภัยขั้นต่ำเข้ามาในฝั่งต้นทุนของผู้ขาย CFR (Cost and Freight) อยู่ตรงกลางระหว่างสองเงื่อนไข คือผู้ขายจ่ายค่าระวางหลักเหมือน CIF แต่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องประกันภัย
สำหรับผู้ส่งออกไทยที่กำลังตัดสินใจว่าจะเสนอเงื่อนไขใด FOB มักเป็นจุดกึ่งกลางที่ใช้งานได้จริง เพราะให้ผู้ขายรับผิดชอบส่วนที่ควบคุมได้โดยตรงมากที่สุด คือการบรรจุ ขนส่งภายในประเทศ และพิธีการขาออก ขณะที่ปล่อยให้การเลือกสายเรือและประกันภัยซึ่งผู้ซื้ออาจมีข้อตกลงประจำอยู่แล้วเป็นฝั่งของผู้ซื้อ นี่ไม่ใช่กฎที่เหมาะกับทุกดีล แต่ก็อธิบายได้ว่าทำไม FOB Laem Chabang จึงปรากฏในใบเสนอราคาส่งออกของไทยจำนวนมากเป็นค่าเริ่มต้น มากกว่าจะมาจากการเจรจาเป็นรายกรณีอย่างละเอียด
FOB Laem Chabang: ใครจัดการอะไรบ้าง
| งาน | ผู้ขาย (ผู้ส่งออกไทย) | ผู้ซื้อ |
|---|---|---|
| ขนส่งภายในประเทศไปแหลมฉบัง | จัดการและชำระเอง | ไม่เกี่ยวข้อง |
| พิธีการศุลกากรขาออก | จัดการและชำระเอง | ไม่เกี่ยวข้อง |
| ค่าดำเนินการที่ลานตู้และการโหลดขึ้นเรือ | จัดการและชำระเอง | ไม่เกี่ยวข้อง |
| ค่าระวางเรือหลักจากแหลมฉบัง | ไม่เกี่ยวข้อง | จองและชำระเอง |
| ประกันภัยสินค้าทางทะเล | ไม่มีหน้าที่จัดทำ | เลือกทำเองได้ตามต้องการ |
| พิธีการนำเข้าและการส่งมอบที่ปลายทาง | ไม่เกี่ยวข้อง | จัดการและชำระเอง |


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เสนอราคาแบบ "FOB Thailand" หรือไม่ระบุชื่อท่าเรือ แทนที่จะใช้เงื่อนไขที่สมบูรณ์คือ "FOB Laem Chabang" ซึ่งทำให้จุดส่งมอบที่แน่นอนไม่ชัดเจน
- ใช้ FOB กับสินค้าที่ส่งทางอากาศหรือขนส่งทางถนนล้วน ทั้งที่ FOB สงวนไว้เฉพาะการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศตาม Incoterms 2020
- เข้าใจว่าความเสี่ยงโอนตั้งแต่รถออกจากโรงงาน ทั้งที่จริงแล้วโอนเมื่อสินค้าอยู่บนเรือที่แหลมฉบังแล้วเท่านั้น
- ไม่เผื่อเวลาสำรองในการขนส่งภายในประเทศก่อนถึง cut-off ของเรือ ซึ่งเสี่ยงพลาดรอบเรือและทำให้ระยะเวลาที่ผู้ขายแบกรับความเสี่ยงยาวนานขึ้น
สิ่งที่ควรเตรียม
- ใบยืนยันการจองจากสายเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ของผู้ซื้อ เนื่องจากผู้ซื้อเป็นผู้เลือกเรือภายใต้ FOB
- เวลา cut-off ของเรือและกำหนดเวลานำเข้าลานตู้ที่แหลมฉบัง พร้อมเผื่อเวลาสำรองในการขนส่งภายในประเทศ
- เอกสารส่งออกที่ครบถ้วน ได้แก่ Commercial Invoice, Packing List และใบขนสินค้าขาออก
- กระบวนการที่ชัดเจนในการออกและส่ง Bill of Lading ให้ผู้ซื้อเมื่อเรือออกเดินทางแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
"FOB Laem Chabang" หมายความว่าผู้ซื้อไม่ต้องจ่ายอะไรจนกว่าสินค้าจะมาถึงหรือไม่?
ไม่ใช่ ผู้ซื้อต้องจ่ายค่าระวางเรือหลักจากแหลมฉบังเป็นต้นไป และโดยทั่วไปจะจ่ายให้สายเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์โดยตรงเมื่อเรือออกเดินทางแล้ว ซึ่งเร็วกว่าที่สินค้าจะมาถึงปลายทางจริงมาก
หากสินค้าเสียหายขณะรอในลานตู้ที่แหลมฉบังก่อนโหลดขึ้นเรือ ใครต้องรับผิดชอบ?
ผู้ขายต้องรับผิดชอบภายใต้ FOB เพราะความเสี่ยงยังไม่โอนไป จะโอนก็ต่อเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้วเท่านั้น
FOB ใช้กับสินค้า LCL (ไม่เต็มตู้) ที่ส่งออกทางแหลมฉบังได้หรือไม่?
FOB ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงสินค้าเต็มตู้เป็นหลัก เพราะระบุการโหลดสินค้าขึ้นเรือลำใดลำหนึ่งโดยเฉพาะ สำหรับสินค้า LCL ที่ต้องรวมกับสินค้าของผู้ส่งรายอื่นที่ Container Freight Station ก่อนโหลด จุดส่งมอบที่แน่นอนจะไม่ชัดเจนเท่า ควรสอบถามฟอร์เวิร์ดเดอร์ให้ชัดเจนว่าจัดการเรื่องการโอนความเสี่ยงในทางปฏิบัติอย่างไร
FOB Laem Chabang มีเงื่อนไขเหมือนกันสำหรับผู้ซื้อทุกประเทศหรือไม่?
ภาระของผู้ขาย คือการส่งมอบ เคลียร์พิธีการขาออก และโหลดสินค้าที่แหลมฉบัง คงเดิมไม่ว่าปลายทางจะเป็นประเทศใด สิ่งที่เปลี่ยนไปตามประเทศปลายทางคือฝั่งของผู้ซื้อ เช่น การจัดเก็บภาษีนำเข้า เอกสารนำเข้าที่ต้องใช้ และโลจิสติกส์ฝั่งปลายทาง ซึ่งไม่ได้อยู่ในภาระของผู้ขายภายใต้ FOB
ทำไมผู้ส่งออกไทยถึงเสนอราคาแบบ CIF แทน FOB ทั้งที่จุดโอนความเสี่ยงเหมือนกัน?
ผู้ซื้อบางรายต้องการใบเสนอราคาแบบครบวงจรราคาเดียวถึงปลายทาง และไม่อยากจัดการจองเรือและประกันภัยเอง โดยเฉพาะหากเป็นผู้นำเข้ารายเล็กหรือนำเข้าไม่บ่อย การเสนอราคาแบบ CIF ช่วยให้ผู้ส่งออกไทยมอบความสะดวกนี้ได้ โดยแลกกับการที่ผู้ขายต้องแบกรับค่าระวางและค่าประกันภัย ซึ่งมักถูกรวมเข้าไปในมูลค่าสินค้าที่เสนอราคา
ผู้ขายยังต้องส่งเอกสารให้ผู้ซื้อหลังจากความเสี่ยงโอนตอนโหลดสินค้าแล้วหรือไม่?
ต้องส่งเสมอ FOB กำหนดเรื่องต้นทุนและความเสี่ยง ไม่ใช่ภาระด้านเอกสารของผู้ส่งออก ผู้ขายโดยปกติยังต้องส่งหลักฐานการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่คือ Bill of Lading พร้อมกับ Commercial Invoice และ Packing List เพราะผู้ซื้อต้องใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อดำเนินพิธีการนำเข้าและรับสินค้า