Thai Global FreightTHC ใครเป็นคนจ่ายภายใต้ FOB และ CIF? จุดที่คนมักเข้าใจผิด
FOB และ CIF โอนความเสี่ยงที่จุดเดียวกัน แต่ Terminal Handling Charge ทั้งต้นทางและปลายทางไม่ได้แบ่งตามจุดโอนความเสี่ยงเสมอไป บทความนี้อธิบายว่า THC ต้นทางและปลายทางถูกแบ่งระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายอย่างไรจริง ๆ
สารบัญเนื้อหา
คำตอบโดยสรุป
FOB และ CIF โอนความเสี่ยงที่จุดเดียวกัน คือเมื่อสินค้าถูกยกขึ้นบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง แต่นั่นไม่ได้กำหนดโดยอัตโนมัติว่าใครจ่าย Terminal Handling Charge (THC) เพราะ Incoterms ไม่ได้ระบุคำว่า THC ไว้โดยตรง กำหนดเพียงความรับผิดชอบด้านต้นทุนในการส่งมอบสินค้าขึ้นเรือ (และภายใต้ CIF คือค่าระวางและประกันภัยขั้นต่ำถึงปลายทาง) ในทางปฏิบัติ THC ต้นทาง คือค่าดำเนินการที่ท่าเรือต้นทางก่อนยกขึ้นเรือ เป็นภาระของผู้ขายภายใต้ทั้ง FOB และ CIF เพราะเกิดขึ้นก่อนสินค้าถึงเรือ ส่วน THC ปลายทาง คือค่าดำเนินการหลังขนลงที่ท่าเรือปลายทาง เป็นภาระของผู้ซื้อภายใต้ทั้งสองเทอม เพราะเกิดขึ้นหลังจุดโอนความเสี่ยงร่วมกัน CIF เปลี่ยนแค่ว่าใครจ่ายค่าระวางเรือและทำประกันภัยขั้นต่ำ แต่ไม่เปลี่ยนว่าใครจ่าย THC ทั้งสองฝั่ง ความสับสนส่วนใหญ่มาจากการที่สายเรือเรียกเก็บ THC เป็นรายการค่าใช้จ่ายท้องถิ่นแยกต่างหาก ทำให้ดูเหมือนต่อรองได้ ทั้งที่จริงถูกกำหนดไว้แล้วตามฝั่งของจุดยกขึ้นเรือ
สรุปประเด็นสำคัญ
- FOB และ CIF มีจุดโอนความเสี่ยงร่วมกัน คือยกขึ้นบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง แม้ CIF จะเพิ่มค่าระวางและประกันภัยขั้นต่ำที่ผู้ขายจ่ายก็ตาม
- Incoterms ไม่ได้ระบุคำว่า Terminal Handling Charge ไว้โดยตรง การแบ่ง THC เป็นไปตามฝั่งของจุดยกขึ้นเรือที่ค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้น
- THC ต้นทางโดยทั่วไปเป็นภาระของผู้ขายภายใต้ทั้ง FOB และ CIF เพราะเกิดขึ้นก่อนการยกขึ้นเรือ
- THC ปลายทางโดยทั่วไปเป็นภาระของผู้ซื้อภายใต้ทั้ง FOB และ CIF เพราะเกิดขึ้นหลังการขนลง
- CIF เปลี่ยนแค่ผู้จ่ายค่าระวางเรือและผู้ทำประกันภัยขั้นต่ำ แต่ไม่เปลี่ยนการแบ่ง THC ทั้งสองฝั่ง
- เนื่องจากสายเรือเรียกเก็บ THC เป็นค่าใช้จ่ายท้องถิ่นแยกต่างหาก ควรตรวจสอบรายการจริงในใบเสนอราคา แทนที่จะสันนิษฐานว่า Incoterm เพียงอย่างเดียวตอบคำถามนี้ได้
นี่คือช่วงเวลาที่พบได้บ่อยในการเจรจาขนส่ง คือผู้ซื้อยืนยันการสั่งซื้อด้วยเงื่อนไข CIF โดยคาดหวังว่าราคาจะครอบคลุมทุกอย่างถึงปลายทางแล้ว แล้วได้รับใบแจ้งหนี้จากตัวแทนปลายทางเรียกเก็บ Terminal Handling Charge ที่ไม่ได้ตั้งงบไว้ สัญชาตญาณแรกคือคิดว่ามีบางอย่างผิดพลาด เพราะภายใต้ CIF ผู้ขายไม่ใช่หรือที่จ่ายทุกอย่างถึงท่าเรือปลายทาง คำตอบมีความจำเพาะมากกว่านั้น และการเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยป้องกันข้อพิพาทลักษณะนี้ได้
FOB และ CIF โอนความเสี่ยงที่จุดเดียวกันจริง ๆ คือช่วงเวลาที่สินค้าถูกยกขึ้นบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง สิ่งที่ต่างกันระหว่างสองเทอมนี้คือใครจ่ายค่าระวางเรือ และภายใต้ CIF ใครเป็นผู้ทำประกันภัยสินค้าขั้นต่ำ Terminal Handling Charge ไม่ใช่สิ่งที่เทอมใดเทอมหนึ่งระบุไว้โดยตรง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความสับสน THC ถูกกำหนดด้วยตรรกะที่ง่ายกว่านั้น คือฝั่งใดของจุดยกขึ้นเรือที่ค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้น ไม่ใช่ Incoterm ที่เขียนไว้ในสัญญา
สรุปประเด็นสำคัญ
FOB และ CIF โอนความเสี่ยงที่จุดเดียวกัน คือเมื่อสินค้าถูกยกขึ้นบนเรือ แต่ข้อความของ Incoterms ไม่ได้ระบุคำว่า Terminal Handling Charge ไว้โดยตรง
THC ต้นทาง คือค่าดำเนินการก่อนยกขึ้นเรือ โดยทั่วไปเป็นภาระต้นทุนของผู้ขายภายใต้ทั้ง FOB และ CIF เพราะเกิดขึ้นก่อนสินค้าอยู่บนเรือ
THC ปลายทาง คือค่าดำเนินการหลังขนลงจากเรือ โดยทั่วไปเป็นภาระต้นทุนของผู้ซื้อภายใต้ทั้ง FOB และ CIF เพราะเกิดขึ้นหลังจุดโอนความเสี่ยงร่วม
ความสับสนส่วนใหญ่มาจากการที่สายเรือเรียกเก็บ THC แยกเป็นค่าใช้จ่ายท้องถิ่นต่างหาก แทนที่จะรวมเข้ากับค่าระวางเรือ ทำให้ดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายที่ต่อรองได้ ทั้งที่จริงถูกกำหนดไว้แล้วโดย Incoterm
ค่าระวางและประกันภัยเพิ่มเติมของ CIF ไม่ได้เปลี่ยนว่าใครจ่าย THC เพราะ CIF เปลี่ยนแค่ผู้จ่ายค่าระวางเรือและผู้ทำประกันภัยขั้นต่ำเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายท้องถิ่นที่ท่าเรือ
การตรวจสอบว่าใบเสนอราคาจริงแบ่งรายการ THC อย่างไรสำคัญกว่าการดูป้ายกำกับ Incoterm เพียงอย่างเดียว เพราะแนวทางการเรียกเก็บของสายเรือแตกต่างกันไปตามท่าเรือและสายเรือแต่ละราย
Terminal Handling Charge คือค่าใช้จ่ายสำหรับอะไรจริง ๆ
THC คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ดำเนินการท่าเรือ (หรือสายเรือในนามของผู้ดำเนินการ) เรียกเก็บสำหรับการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างประตูทางเข้ากับเรือ ที่ต้นทาง ค่าใช้จ่ายนี้ครอบคลุมการรับตู้เข้าลานคอนเทนเนอร์ การเก็บตู้ไว้จนกว่าเรือจะมาถึง และการเคลื่อนย้ายพร้อมยกขึ้นเรือ ที่ปลายทาง กิจกรรมที่เทียบเท่ากันเกิดขึ้นในทิศทางกลับกัน คือการขนตู้ลงจากเรือ เคลื่อนย้ายผ่านลาน และเตรียมพร้อมให้รับที่ประตูทางออก
เนื่องจากทั้งสองเป็นกิจกรรมทางกายภาพที่แยกกันคนละท่าเรือ THC จึงเป็นค่าใช้จ่ายสองรายการแยกกันจริง ๆ คือ THC ต้นทางและ THC ปลายทาง แม้จะใช้ชื่อเดียวกันก็ตาม ความแตกต่างนี้คือกุญแจสำคัญในการเข้าใจว่าใครจ่ายอะไร เพราะ Incoterms กำหนดความรับผิดชอบด้านต้นทุนตามฝั่งของจุดยกขึ้นเรือที่กิจกรรมนั้นเกิดขึ้น และ THC ต้นทางกับปลายทางอยู่คนละฝั่งของเส้นนั้นพอดี

FOB และ CIF แบ่งเส้นต้นทุนไว้ตรงไหนจริง ๆ
ภายใต้ FOB ภาระต้นทุนของผู้ขายครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อส่งมอบสินค้าขึ้นเรือ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุ ซึ่งรวมถึง THC ต้นทางด้วย เพราะการยกขึ้นเรือทำไม่ได้จริงหากไม่มีขั้นตอนนี้ เมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้ว ผู้ซื้อรับภาระต้นทุนสำหรับค่าระวางเรือและทุกอย่างหลังจากถึงปลายทาง รวมถึง THC ปลายทาง
ภายใต้ CIF ภาระต้นทุนของผู้ขายขยายออกไปมากกว่านั้น คือผู้ขายจ่ายค่าระวางเรือไปจนถึงท่าเรือปลายทางที่ระบุ และจัดหาประกันภัยสินค้าขั้นต่ำด้วย แต่จุดโอนความเสี่ยงที่แท้จริง รวมถึงการแบ่งต้นทุน THC ต้นทาง/ปลายทาง ยังคงอยู่ที่เดิมเหมือนกับภายใต้ FOB บางครั้ง CIF ถูกอธิบายอย่างหลวม ๆ ว่า "จัดการถึงท่าเรือปลายทางให้หมด" แต่นั่นเป็นการอธิบายที่ง่ายเกินไป เพราะ CIF ครอบคลุมเฉพาะค่าระวางและประกันภัยถึงปลายทางเท่านั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายท้องถิ่นทุกรายการที่เกิดขึ้นเมื่อเรือมาถึง
นี่คือเหตุผลที่ THC ต้นทางเป็นภาระของผู้ขายภายใต้ทั้งสองเทอม และ THC ปลายทางเป็นภาระของผู้ซื้อภายใต้ทั้งสองเทอม สองเทอมนี้ต่างกันเฉพาะเรื่องค่าระวางเรือและประกันภัยที่อยู่ระหว่างกลางเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องว่าใครดูแลค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือแต่ละฝั่ง
ทำไมความสับสนนี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่
หากการแบ่งนี้สม่ำเสมอขนาดนี้ ทำไมคำถามนี้จึงยังคงถูกถามซ้ำอยู่เรื่อย ๆ มีเหตุผลเชิงปฏิบัติหลายข้อ ข้อแรก สายเรือและผู้ดำเนินการท่าเรือมักเรียกเก็บ THC เป็นรายการค่าใช้จ่ายท้องถิ่นแยกต่างหาก แทนที่จะรวมเข้ากับอัตราค่าระวางเรือหลัก ทำให้ดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งที่จริงถูกกำหนดไว้แล้วโดย Incoterm ตั้งแต่แรก
ข้อสอง ผู้ขายบางรายเสนอราคาแบบ CIF ที่ตั้งใจให้ครอบคลุมทุกอย่างจากฝั่งตนจริง ๆ โดยรับภาระค่าใช้จ่ายปลายทางอย่างไม่เป็นทางการเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งเป็นทางเลือกเชิงพาณิชย์ที่ทำได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ CIF กำหนดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และอาจสร้างความคาดหวังที่ไม่ตรงกันหากผู้ซื้อสันนิษฐานว่าใบเสนอราคา CIF ทุกใบทำงานแบบนั้น
ข้อสาม THC ปลายทางมักถูกเรียกเก็บโดยตัวแทนที่ดูแลสินค้าเมื่อมาถึง ไม่ว่าจะเป็นสายเรือโดยตรงหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ปลายทางที่ทำงานให้ผู้ซื้อ และหากผู้ซื้อไม่เคยติดต่อตัวแทนรายนั้นมาก่อน ใบแจ้งหนี้ที่ไม่คาดคิดอาจดูเหมือนค่าใช้จ่ายใหม่หรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง ทั้งที่จริงเป็นค่าใช้จ่ายมาตรฐานที่ตกอยู่ฝั่งผู้ซื้ออยู่แล้ว

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบใบเสนอราคา
เนื่องจากการแบ่ง THC เป็นไปตามโครงสร้างของ Incoterm อยู่แล้ว งานเชิงปฏิบัติในการหลีกเลี่ยงข้อพิพาทจึงไม่ใช่การเจรจาใหม่ว่าใครจ่าย THC แต่คือการทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ชัดเจนว่าราคาที่เสนอครอบคลุมค่าใช้จ่ายใดบ้างก่อนตกลง ผู้ซื้อที่กำลังเปรียบเทียบใบเสนอราคา CIF สองใบที่ราคาดูใกล้เคียงกันควรถามผู้ขายแต่ละรายว่า THC ปลายทางรวมอยู่ในราคาแบบไม่เป็นทางการเพิ่มเติมจากภาระ CIF มาตรฐานหรือไม่ หรือจะถูกเรียกเก็บแยกต่างหากโดยตัวแทนปลายทาง เพราะผู้ขายแต่ละรายปฏิบัติแตกต่างกันแม้ใช้ Incoterm เดียวกัน
ในทางกลับกันสำหรับผู้ขายที่เสนอราคาแบบ FOB THC ต้นทางเป็นต้นทุนของผู้ขายตามเทอมอยู่แล้ว แต่ควรตรวจสอบกับท่าเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ของตนเองว่าตัวเลข THC ปัจจุบันเป็นเท่าใดจริง ๆ ก่อนสรุปใบเสนอราคา แทนที่จะสันนิษฐานว่าเล็กน้อยหรือรวมอยู่ในค่าดำเนินการทั่วไปแล้ว
สำหรับธุรกิจที่ส่งสินค้าผ่านท่าเรือเดิมเป็นประจำ ควรสอบถามฟอร์เวิร์ดเดอร์โดยตรงถึงอัตรา THC ปัจจุบันของท่าเรือนั้น แทนที่จะอ้างอิงตัวเลขจากการส่งสินค้าครั้งก่อน เพราะผู้ดำเนินการท่าเรือปรับปรุงค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นระยะ ตัวเลขจากปีที่แล้วจึงไม่ใช่ฐานที่น่าเชื่อถือสำหรับเปรียบเทียบใบเสนอราคาปัจจุบัน
โดยทั่วไปใครจ่ายอะไรบ้าง ภายใต้ FOB เทียบกับ CIF
| รายการต้นทุน | FOB | CIF |
|---|---|---|
| THC ต้นทาง (ก่อนยกขึ้นเรือ) | ผู้ขาย | ผู้ขาย |
| ค่าระวางเรือ | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย (จ่ายถึงท่าเรือปลายทาง) |
| ประกันภัยสินค้าขั้นต่ำ | ไม่มีฝ่ายใดถูกบังคับ | ผู้ขายต้องจัดหา (ขั้นต่ำ Clause C) |
| THC ปลายทาง (หลังขนลง) | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ |

ค่าใช้จ่ายท้องถิ่นอื่นที่เป็นไปตามตรรกะเดียวกัน
THC ไม่ใช่รายการต้นทุนเดียวที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นประเด็นเจรจาเฉพาะของ Incoterm ทั้งที่จริงถูกกำหนดตามการแบ่งต้นทาง/ปลายทาง ค่าเอกสารที่สายเรือเรียกเก็บ ค่าซีล และค่าตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้นทาง โดยทั่วไปเป็นไปตามตรรกะฝั่งผู้ขายเดียวกับ THC ต้นทางภายใต้ทั้ง FOB และ CIF ส่วนค่าใช้จ่ายปลายทาง เช่น ค่าตรวจสอบศุลกากร ค่าเก็บตู้ค้าง (demurrage) หากไม่รับตู้ทันเวลา และค่าปล่อยเอกสารปลายทาง โดยทั่วไปตกอยู่ฝั่งผู้ซื้อ เป็นไปตามตรรกะเดียวกับ THC ปลายทาง
จุดร่วมของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมดคือ Incoterms กำหนดความรับผิดชอบด้านต้นทุนตามว่ากิจกรรมนั้นเกิดขึ้นสัมพันธ์กับจุดโอนความเสี่ยงร่วมกันอย่างไร ไม่ใช่การระบุค่าใช้จ่ายท้องถิ่นทุกรายการไว้เป็นการเฉพาะ เมื่อเข้าใจตรรกะเชิงโครงสร้างนี้แล้ว คำถามส่วนใหญ่ว่า "ใครจ่ายค่าใช้จ่ายนี้" ภายใต้ FOB หรือ CIF สามารถตอบได้ด้วยคำถามที่ง่ายกว่า คือค่าใช้จ่ายนี้เกิดขึ้นก่อนหรือหลังสินค้าถูกยกขึ้นเรือ
ตัวอย่าง
ผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยรายหนึ่งขายตู้คอนเทนเนอร์แบบ FOB Laem Chabang ให้ผู้ซื้อในยุโรป ผู้ส่งออกนำตู้ไปส่งที่ท่าเรือ จ่าย THC ต้นทางให้ผู้ดำเนินการท่าเรือเพื่อยกขึ้นเรือ และสัญญาขนส่งของผู้ซื้อกับสายเรือเริ่มต้นตั้งแต่จุดนั้น เมื่อตู้คอนเทนเนอร์มาถึงยุโรป ตัวแทนปลายทางของสายเรือจะเรียกเก็บ THC จากผู้ซื้อ พร้อมค่าตรวจสอบศุลกากรใด ๆ ที่อาจมี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อคาดไว้แล้วภายใต้ FOB เพราะทุกอย่างหลังการยกขึ้นเรือเป็นของผู้ซื้ออยู่แล้ว
ในคำสั่งซื้ออีกรายการหนึ่ง ผู้ส่งออกรายเดียวกันเสนอราคา CIF ให้ผู้ซื้ออีกรายสำหรับสินค้าลักษณะใกล้เคียงกัน ผู้ส่งออกในกรณีนี้จ่ายค่าระวางเรือและจัดหาประกันภัยขั้นต่ำไปจนถึงท่าเรือยุโรปเพิ่มเติม นอกเหนือจาก THC ต้นทางที่จ่ายอยู่แล้วภายใต้ FOB เมื่อตู้คอนเทนเนอร์มาถึง ผู้ซื้อก็ยังคงได้รับใบแจ้งหนี้ THC ปลายทางจากตัวแทนที่ปลายทางอยู่ดี ไม่ใช่เพราะผู้ส่งออกทำอะไรแตกต่างไป แต่เพราะ CIF ไม่เคยครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังสินค้าถึงท่าเรือปลายทางตั้งแต่แรก ผู้ซื้อที่เข้าใจเรื่องนี้ล่วงหน้าจะไม่รู้สึกประหลาดใจกับใบแจ้งหนี้ ส่วนผู้ซื้อที่สันนิษฐานว่า CIF หมายถึง "ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีก" จะเป็นฝ่ายที่ประหลาดใจ
สิ่งที่ควรตรวจสอบในใบเสนอราคาก่อนสรุปว่าใครจ่าย THC
THC ต้นทางถูกแยกรายการต่างหาก หรือรวมอยู่ในราคาที่ผู้ขายเสนอแล้ว
THC ปลายทางจะถูกเรียกเก็บโดยสายเรือ ฟอร์เวิร์ดเดอร์ปลายทาง หรือผู้ดำเนินการท่าเรือ
Incoterm และรายละเอียดค่าใช้จ่ายท้องถิ่นถูกตกลงพร้อมกับราคาตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพิ่มเข้ามาภายหลัง
อัตราค่าธรรมเนียมของสายเรือสำหรับท่าเรือที่เกี่ยวข้องเผยแพร่ตัวเลข THC มาตรฐานไว้อยู่แล้วหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- สันนิษฐานว่า CIF หมายถึงผู้ขายจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างจนถึงหน้าประตูผู้ซื้อ รวมถึง THC ปลายทางด้วย
- มองว่า THC เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต่อรองได้ ทั้งที่จริงถูกกำหนดไว้แล้วตามฝั่งของจุดยกขึ้นเรือ
- ไม่ถามว่าใบเสนอราคา CIF รวมค่าใช้จ่ายปลายทางไว้อย่างไม่เป็นทางการหรือไม่ แล้วประหลาดใจเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้แยกต่างหาก
- เปรียบเทียบใบเสนอราคา FOB และ CIF จากตัวเลขหลักเพียงอย่างเดียว โดยไม่ตรวจสอบว่าผู้ขายแต่ละรายแยกรายการ THC และค่าใช้จ่ายท้องถิ่นอื่นอย่างไร
- สันนิษฐานว่าตัวเลข THC จากการส่งสินค้าครั้งก่อนยังใช้ได้อยู่ ทั้งที่ผู้ดำเนินการท่าเรือปรับปรุงค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นระยะ
สิ่งที่ควรเตรียม
- Incoterm และสถานที่ที่ระบุซึ่งตกลงกันสำหรับการขนส่งครั้งนี้
- รายละเอียดแยกรายการจากใบเสนอราคาขนส่ง แสดงว่า THC ถูกแยกรายการหรือรวมไว้
- การยืนยันว่าใครเป็นผู้เรียกเก็บ THC ปลายทาง ระหว่างสายเรือหรือตัวแทนปลายทาง พร้อมข้อมูลติดต่อปัจจุบัน
- อัตรา THC ปัจจุบันของท่าเรือจากฟอร์เวิร์ดเดอร์ แทนที่จะใช้ตัวเลขจากการส่งสินค้าครั้งก่อน
คำถามที่พบบ่อย
CIF รวม THC ปลายทางด้วยหรือไม่?
โดยค่าเริ่มต้นแล้วไม่รวม CIF กำหนดให้ผู้ขายจ่ายค่าระวางเรือและจัดหาประกันภัยขั้นต่ำถึงท่าเรือปลายทางที่ระบุ แต่ THC ปลายทาง คือค่าดำเนินการหลังสินค้ามาถึง โดยทั่วไปเป็นต้นทุนของผู้ซื้อภายใต้ทั้ง FOB และ CIF เว้นแต่ผู้ขายจะตกลงรับภาระนี้เป็นการเฉพาะ
หาก FOB และ CIF มีจุดโอนความเสี่ยงเดียวกัน แล้วทำไมต้องเลือกใช้เทอมใดเทอมหนึ่ง?
เพราะทั้งสองเทอมต่างกันตรงที่ใครจ่ายค่าระวางเรือและใครทำประกันภัยขั้นต่ำ ไม่ใช่เรื่องจุดโอนความเสี่ยงหรือ THC ผู้ซื้อที่ต้องการควบคุมการเลือกสายเรือและต้นทุนค่าระวางอาจชอบ FOB มากกว่า ส่วนผู้ซื้อที่ต้องการราคารวมค่าระวางและประกันภัยไว้แล้วอาจชอบ CIF มากกว่า
ใครเป็นผู้เรียกเก็บ THC ปลายทาง สายเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์?
แตกต่างกันไป บางครั้งสายเรือเรียกเก็บโดยตรงผ่านตัวแทนปลายทาง และบางครั้งฟอร์เวิร์ดเดอร์ปลายทางที่ดูแลพิธีการให้ผู้ซื้อจะเรียกเก็บรวมในใบแจ้งหนี้ของตนเอง การยืนยันล่วงหน้าว่าเป็นแบบใดช่วยป้องกันใบแจ้งหนี้ที่ไม่คาดคิดจากฝ่ายที่ไม่คุ้นเคย
THC ต้นทางเป็นภาระของผู้ซื้อได้ไหมภายใต้ FOB หรือ CIF?
ไม่เป็นภายใต้ FOB หรือ CIF มาตรฐาน THC ต้นทางเป็นภาระของผู้ขายตามเทอมอยู่แล้ว เพราะเกิดขึ้นก่อนสินค้าถูกยกขึ้นเรือ จะเปลี่ยนเป็นภาระผู้ซื้อได้ก็ต่อเมื่อใช้ Incoterm อื่น เช่น EXW ที่ผู้ซื้อจัดการทุกอย่างตั้งแต่สถานที่ของผู้ขายเป็นต้นไป
จำนวนเงิน THC เปลี่ยนไปตาม Incoterm ที่ใช้หรือไม่?
ไม่เปลี่ยน ค่าธรรมเนียม THC ถูกกำหนดโดยอัตราของท่าเรือเอง ไม่เปลี่ยนตาม Incoterm ที่ใช้ สิ่งที่เปลี่ยนคือฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายตามสัญญา
ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงแบ่ง THC แตกต่างจากค่าเริ่มต้นได้หรือไม่?
ได้ในหลักการ Incoterms กำหนดการแบ่งค่าเริ่มต้นไว้ แต่คู่สัญญาทางการค้าสามารถตกลงแบ่งแตกต่างกันในสัญญาซื้อขายได้ ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรแทนที่จะอาศัยความเข้าใจแบบไม่เป็นทางการ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทในภายหลัง