CBM คืออะไร
CBM (Cubic Meter) คือหน่วยวัดปริมาตรของสินค้า ใช้เป็นหนึ่งในสองปัจจัยหลักคู่กับน้ำหนักในการคิดค่าระวางและวางแผนพื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์ บทความนี้อธิบายความหมายและการใช้งานจริง
สารบัญเนื้อหา
- 01"คิวบิกเมตร" วัดอะไรกันแน่
- 02วิธีคำนวณ CBM
- 03CBM ในทางเรือ: LCL คิดราคาจริงอย่างไร
- 04CBM กับการวางแผนตู้สำหรับ FCL
- 05CBM, Volumetric Weight, Chargeable Weight — สามคำที่ห้ามสับสนกัน
- 06ตัวอย่างการคำนวณ: CBM ของสินค้าหลายรายการ
- 07สิ่งที่ควรตรวจสอบในใบเสนอราคาเมื่อมี CBM เกี่ยวข้อง
- 08ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อวัดสินค้าสำหรับ CBM
- 09CBM กับสินค้าแต่ละประเภท
- 10CBM กับน้ำหนักส่งผลต่อการตัดสินใจ LCL หรือ FCL อย่างไร
- 11สรุปย่อ: กฎง่าย ๆ ที่ควรจำเกี่ยวกับ CBM
- 12CBM ปรากฏอยู่ในเอกสารขนส่งจุดไหนบ้าง
คำตอบโดยสรุป
CBM ย่อมาจาก Cubic Meter หรือปริมาตรลูกบาศก์เมตร คำนวณจากความยาว x กว้าง x สูง (หน่วยเป็นเมตร) ของสินค้าแต่ละชิ้น ในวงการขนส่งใช้ CBM เพื่อบอกว่าสินค้ากินพื้นที่จริงเท่าไหร่ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการคิดราคาแบบ LCL (Less than Container Load) ที่คิดค่าระวางแบบ weight or measure (W/M) แทนที่จะคิดทั้งตู้ และยังใช้วางแผนว่าสินค้าจะบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใดได้กี่ชิ้น ปริมาตร CBM ของสินค้าจะถูกเทียบกับน้ำหนัก โดยใช้อัตราส่วน 1 CBM ≈ 1,000 กก. สำหรับทางเรือ เพื่อดูว่าปัจจัยใดเป็นฐานคิดราคา อัตราส่วนนี้ต่างจากทางอากาศที่ใช้ 1 CBM ≈ 167 กก. โดยสิ้นเชิง การสับสนสองอัตราส่วนนี้เป็นข้อผิดพลาดในการประเมินที่ผู้ส่งสินค้าพบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- CBM (คิวบิกเมตร) = ความยาว x กว้าง x สูง หน่วยเป็นเมตร คูณด้วยจำนวนชิ้นสำหรับสินค้าหลายชิ้น
- LCL ทางเรือคิดราคาแบบ W/M คือค่าที่มากกว่าระหว่าง CBM รวมกับน้ำหนักรวมเป็นตัน โดยใช้อัตราส่วน 1 CBM ≈ 1,000 กก.
- อัตราส่วนของทางเรือนี้ต่างจากน้ำหนักตามปริมาตรของทางอากาศที่ใช้ประมาณ 1 CBM ≈ 167 กก. ห้ามนำมาปนกันเด็ดขาด
- สำหรับ FCL ต้องเทียบ CBM รวมกับความจุระบุของตู้ แต่ปริมาตรที่บรรจุได้จริงจะน้อยกว่าเสมอในระดับหนึ่ง
- ควรวัด CBM จากขนาดภายนอกของสินค้าตามสภาพที่จะขนส่งจริงเสมอ รวมพาเลท ลังไม้ หรือบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ
- สินค้าหลายขนาดต้องคำนวณแยกเป็นรายการแล้วรวมกัน ห้ามใช้ค่าเฉลี่ยของทั้งล็อต
เวลาสินค้าขนส่งทางเรือหรือทางอากาศ มีตัวเลขสองตัวที่มักกำหนดว่าจะคิดราคาและจัดการอย่างไร คือน้ำหนักสินค้า และปริมาตรที่สินค้ากินพื้นที่ CBM หรือ Cubic Meter คือหน่วยมาตรฐานที่วงการขนส่งใช้บอกค่าปริมาตรนี้ เป็นค่าปริมาตรล้วน ๆ คำนวณจากความยาว ความกว้าง และความสูงของสินค้าแต่ละชิ้น หลังแปลงหน่วยเป็นเมตรแล้ว สำหรับสินค้าชิ้นเดียว CBM คือการคูณครั้งเดียวจบ แต่สำหรับสินค้าจริงที่มีหลายขนาดกล่อง สินค้าที่จัดพาเลท หรือเครื่องจักรรูปทรงแปลก การคำนวณจะกลายเป็นผลรวมของหลายรายการย่อย และหากผิดพลาดที่จุดใดจุดหนึ่งในผลรวมนี้ ก็จะทำให้ตัวเลขที่ตามมาผิดไปหมด ทั้งค่าประมาณค่าระวาง การตรวจสอบว่าสินค้าจะบรรจุลงตู้ที่จองไว้ได้จริงหรือไม่ และการวางแผนจัดเรียงสินค้าในตู้ของฟอร์เวิร์ดเดอร์
สรุปประเด็นสำคัญ
CBM (คิวบิกเมตร) = ความยาว x กว้าง x สูง หน่วยเป็นเมตร คูณด้วยจำนวนชิ้นสำหรับสินค้าหลายชิ้น
LCL ทางเรือคิดราคาแบบ W/M (weight or measure) คือค่าที่มากกว่าระหว่าง CBM กับน้ำหนักเป็นตัน โดยใช้อัตราส่วน 1 CBM ≈ 1,000 กก.
อัตราส่วน 1 CBM ≈ 1,000 กก. ของทางเรือนี้ต่างจากทางอากาศที่ใช้ 1 CBM ≈ 167 กก. อย่างสิ้นเชิง หากสับสนกันจะประเมินตัวเลขผิด
สำหรับ FCL ต้องนำ CBM รวมไปเทียบกับความจุระบุของตู้ แต่ปริมาตรที่บรรจุได้จริงจะน้อยกว่าตัวเลขระบุเสมอ
ควรวัด CBM จากขนาดจริงของสินค้าตามสภาพที่จะขนส่ง รวมพาเลท ลังไม้ หรือบรรจุภัณฑ์ภายนอกอื่น ๆ ด้วย
"คิวบิกเมตร" วัดอะไรกันแน่
คิวบิกเมตรคือหน่วยวัดปริมาตร นึกภาพลูกบาศก์ที่มีด้านยาวด้านละ 1 เมตร CBM ไม่ได้สนใจว่าสินค้าหนักเท่าไหร่ ทำจากอะไร หรือมีความหนาแน่นแค่ไหน มันบอกแค่พื้นที่ทางกายภาพที่สินค้ากินไป ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะสินค้าสองล็อตที่มี CBM เท่ากันอาจมีน้ำหนักต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น อุปกรณ์เหล็กหนึ่งคิวบิกเมตรกับโฟมกันกระแทกหนึ่งคิวบิกเมตร กินพื้นที่เท่ากันแต่มีมวลต่างกันมาก สายเรือและสายการบินให้ความสำคัญกับ CBM เพราะพื้นที่บนเรือหรือในตู้คอนเทนเนอร์เป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและขายได้ในตัวของมันเอง แยกต่างหากจากขีดจำกัดน้ำหนักของตู้หรือเครื่องบิน สินค้าล็อตหนึ่งอาจใช้พื้นที่จนหมดก่อนที่จะใกล้เคียงขีดจำกัดน้ำหนักที่อนุญาต หรือในทางกลับกัน ก็เป็นเหตุผลที่การคิดราคาขนส่งเกือบทุกครั้งต้องพิจารณาทั้งสองตัวเลขควบคู่กัน ไม่ใช้ตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียว
วิธีคำนวณ CBM
สูตรคำนวณไม่ซับซ้อน คือ ความยาว x กว้าง x สูง โดยทั้งสามค่าต้องเป็นหน่วยเมตร หากขนาดพัสดุที่ได้มาเป็นเซนติเมตร ซึ่งพบบ่อยเพราะใบสเปกของซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ใช้หน่วย ซม. วิธีที่เร็วและถูกต้องที่สุดคือคูณตัวเลขเซนติเมตรทั้งสามเข้าด้วยกันก่อน แล้วหารผลลัพธ์ด้วย 1,000,000 (เพราะ 100 x 100 x 100 = 1,000,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรใน 1 ลูกบาศก์เมตร) หากสินค้าล็อตเดียวกันมีหลายชิ้นขนาดเท่ากัน ให้คูณค่า CBM ต่อชิ้นด้วยจำนวนชิ้นเพื่อได้ผลรวมของรายการนั้น ส่วนสินค้าที่มีหลายขนาดปะปนกัน ให้คำนวณแยกแต่ละขนาดเป็นรายการของตัวเอง แล้วนำผลรวมของทุกรายการมาบวกกันในขั้นตอนสุดท้าย หลักการพื้นฐานไม่เปลี่ยนไม่ว่ากรณีใด คือ ปริมาตรต่อหน่วย x จำนวนหน่วย แล้วรวมทุกรายการที่แยกกันในสินค้าล็อตนั้นเข้าด้วยกัน ตัวอย่างการคำนวณแบบละเอียดหลายรายการดูได้ในบทความคู่กัน "วิธีคำนวณ CBM"
สูตรคำนวณ CBM
CBM = L(m) × W(m) × H(m) × Qty
- L, W, H
- ความยาว กว้าง สูง ของสินค้าหนึ่งชิ้น หน่วยเมตร
- Qty
- จำนวนชิ้นของรายการสินค้านั้น
- จากหน่วยเซนติเมตร
- (L ซม. x W ซม. x H ซม.) ÷ 1,000,000 = CBM ต่อชิ้น
CBM ในทางเรือ: LCL คิดราคาจริงอย่างไร
นี่คือจุดที่ผู้ส่งสินค้าจำนวนไม่น้อยเจอความประหลาดใจไม่น่ายินดีตอนได้รับใบเสนอราคา LCL ครั้งแรก ค่าระวาง LCL ไม่ได้ "คิดตาม CBM" ตรง ๆ แต่คิดแบบ weight or measure (W/M) คือสายเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์จะเปรียบเทียบสองค่าของสินค้าทั้งล็อต ได้แก่ ปริมาตรรวมเป็น CBM และน้ำหนักรวมที่แปลงเป็นตัน โดยใช้อัตราส่วน 1 CBM ≈ 1,000 กก. (1 ตัน) ค่าใดในสองค่านี้มากกว่ากันจะกลายเป็นตัวเลขที่ใช้คิดราคา มักเรียกว่า revenue ton หรือ freight ton สินค้าล็อตหนึ่งมี 3 CBM หนัก 1,200 กก. (1.2 ตัน) จะถูกคิดราคาที่ 3 เพราะปริมาตรเป็นตัวจำกัด แต่สินค้าอีกล็อตที่มี 3 CBM เท่ากันแต่หนัก 3,600 กก. (3.6 ตัน) จะถูกคิดราคาที่ 3.6 เพราะน้ำหนักเป็นตัวจำกัดแทน แม้ตัวเลข CBM ที่ระบุจะดูเล็กกว่าก็ตาม ผู้ส่งสินค้าที่ดูแค่ตัวเลข CBM แล้วข้ามการเทียบน้ำหนักไป มักประเมินค่าใช้จ่ายของสินค้าที่มีความหนาแน่นสูงต่ำเกินจริงอยู่เสมอ
CBM กับการวางแผนตู้สำหรับ FCL
สำหรับสินค้าแบบเหมาตู้ (FCL) CBM ถูกใช้ต่างออกไป ไม่ใช่เพื่อเทียบกับน้ำหนักในการคิดราคา แต่เพื่อตรวจสอบว่าสินค้าจะบรรจุลงตู้ขนาดที่จองไว้ได้จริงหรือไม่ และจะเหลือพื้นที่ว่างเท่าไหร่ ตู้คอนเทนเนอร์แบบแห้งมาตรฐานมีตัวเลขความจุระบุ (nominal) ที่ใช้อ้างอิงทั่วไป เช่น ตู้ 20ft มักระบุความจุประมาณ 33 CBM ตู้ 40ft ประมาณ 67 CBM และตู้ 40ft High Cube ประมาณ 76 CBM แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าสูงสุดทางทฤษฎีจากกล่องภายในตู้เปล่า ไม่ใช่สิ่งที่สินค้ากล่องหรือพาเลทจริงจะบรรจุได้ เมื่อคำนึงถึงระยะเผื่อการเรียงซ้อน ขนาดฐานพาเลท และพื้นที่เปิดประตูแล้ว ปริมาตรที่บรรจุได้จริงจะน้อยกว่าตัวเลขระบุอย่างมีนัยสำคัญในเกือบทุกการบรรทุกจริง รายละเอียดเปรียบเทียบความจุระบุกับความจุบรรจุจริงของทั้งสามขนาดดูได้ในบทความ "Container 20ft vs 40ft vs 40HQ ต่างกันอย่างไร"
CBM, Volumetric Weight, Chargeable Weight — สามคำที่ห้ามสับสนกัน
สามคำนี้มีความหมายใกล้เคียงกันในทางแนวคิด แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้เลย และการสับสนระหว่างสามคำนี้คือข้อผิดพลาดที่มีต้นทุนแพงที่สุดอย่างหนึ่งที่ผู้ส่งสินค้าจะทำได้ตอนประเมินค่าขนส่ง CBM คือค่าปริมาตรล้วน ๆ ใช้เป็นครึ่งหนึ่งของการเปรียบเทียบแบบ W/M ในทางเรือ โดยใช้อัตราส่วน 1 CBM เทียบเท่าน้ำหนักประมาณ 1,000 กก. ส่วน Volumetric weight เป็นแนวคิดคนละแบบ ใช้หลักในทางอากาศ โดยแปลงขนาดสินค้าเป็นค่าน้ำหนักโดยตรงผ่านตัวหารมาตรฐานของ IATA ที่ 6000 (ความยาว x กว้าง x สูง เป็นซม. หารด้วย 6000) ซึ่งคิดออกมาได้ประมาณ 1 CBM เทียบเท่า 167 กก. ไม่ใช่ 1,000 กก. ส่วน Chargeable weight คือตัวเลขที่ปรากฏจริงบนใบแจ้งหนี้ทางอากาศ คือค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงของสินค้ากับน้ำหนักตามปริมาตร โดยปกติปัดเศษขึ้นเป็น 0.5 กก. ที่ใกล้ที่สุด ดังนั้นสินค้าที่ส่งทางอากาศจะคิดราคาด้วย chargeable weight หน่วยกิโลกรัม ตามอัตราส่วน 167 กก. ต่อ CBM ในขณะที่สินค้าล็อตเดียวกันหากส่งทางเรือแบบ LCL จะคิดราคาแบบ W/M ตามอัตราส่วน 1,000 กก. ต่อ CBM การนำอัตราส่วนของทางอากาศไปใช้กับใบเสนอราคาทางเรือ หรือนำอัตราส่วนของทางเรือไปใช้กับทางอากาศ จะทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนถึงราวหกเท่า ความสับสนจุดนี้จุดเดียวเป็นสาเหตุของความผิดพลาดในการประเมินค่าขนส่งเป็นสัดส่วนไม่น้อย รายละเอียดสูตรแบบเต็มดูได้ในบทความ "Volumetric Weight คืออะไร" และ "Chargeable Weight คืออะไร"
ทางเรือกับทางอากาศ: อัตราส่วนปริมาตรต่อน้ำหนักคนละแบบ
ทางเรือ (LCL) — คิดตาม W/M
- 1 CBM เทียบเท่าน้ำหนักประมาณ 1,000 กก.
- คิดราคาตามค่าที่มากกว่าระหว่าง CBM รวมหรือน้ำหนักรวมเป็นตัน
- หน่วยที่เกี่ยวข้อง: ลูกบาศก์เมตรและตันเมตริก
ทางอากาศ — คิดตามน้ำหนักปริมาตร
- 1 CBM เทียบเท่าน้ำหนักประมาณ 167 กก. (ตัวหาร IATA 6000)
- คิดราคาตามค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักตามปริมาตร หน่วยกิโลกรัม
- หน่วยที่เกี่ยวข้อง: กิโลกรัม ปัดเศษขึ้นเป็น 0.5 กก. ที่ใกล้ที่สุด
ตัวอย่างการคำนวณ: CBM ของสินค้าหลายรายการ
สมมติสินค้าล็อตหนึ่งมีสองรายการ รายการที่ 1 มีกล่องขนาดเท่ากัน 20 กล่อง แต่ละกล่อง 0.5m x 0.4m x 0.3m รายการที่ 2 มีกล่องขนาดเท่ากัน 10 กล่อง แต่ละกล่อง 0.7m x 0.6m x 0.5m ปริมาตรต่อกล่องของรายการที่ 1 คือ 0.5 x 0.4 x 0.3 = 0.06 CBM คูณด้วย 20 กล่อง = 1.2 CBM ปริมาตรต่อกล่องของรายการที่ 2 คือ 0.7 x 0.6 x 0.5 = 0.21 CBM คูณด้วย 10 กล่อง = 2.1 CBM ปริมาตรรวมทั้งชิปเมนต์คือ 1.2 + 2.1 = 3.3 CBM สมมติต่อว่าน้ำหนักรวมของทั้งสองรายการคือ 2,850 กก. หรือ 2.85 ตัน เมื่อเปรียบเทียบสองค่าแบบ W/M แล้ว 3.3 (ปริมาตร) มากกว่า 2.85 (น้ำหนักเป็นตัน) สินค้าล็อตนี้หากส่งแบบ LCL ทางเรือจะถูกคิดราคาที่ 3.3 เพราะปริมาตรเป็นตัวจำกัด ไม่ใช่น้ำหนัก (ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่การคำนวณอัตราค่าระวางจริง)
CBM แยกตามรายการสินค้าในตัวอย่างการคำนวณ
รายการที่ 1 (20 กล่อง)
1.2 CBM
รายการที่ 2 (10 กล่อง)
2.1 CBM
ผลรวมทั้งชิปเมนต์
3.3 CBM
จากตัวอย่างการคำนวณด้านบน: รายการที่ 1 = กล่อง 20 ใบ ขนาด 0.5 x 0.4 x 0.3 ม. = 1.2 CBM รายการที่ 2 = กล่อง 10 ใบ ขนาด 0.7 x 0.6 x 0.5 ม. = 2.1 CBM ผลรวมทั้งชิปเมนต์ = 3.3 CBM เป็นตัวเลขตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่การคำนวณอัตราค่าระวางจริง
สิ่งที่ควรตรวจสอบในใบเสนอราคาเมื่อมี CBM เกี่ยวข้อง
ตัวเลข CBM ในใบเสนอราคาจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อคำนวณด้วยวิธีเดียวกับที่เราคำนวณเอง จึงควรตรวจสอบสองสามจุดก่อนรับตัวเลขนั้นไปใช้ทันที
- ตรวจสอบว่าค่า CBM ในใบเสนอราคาตรงกับที่วัดเอง รวมบรรจุภัณฑ์และพาเลท ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า
- สอบถามให้ชัดเจนว่าใบเสนอราคาคิดแบบ W/M หรือไม่ และใช้อัตราส่วนใดในการเทียบปริมาตรกับน้ำหนัก ควรเป็นอัตราส่วนของทางเรือ ไม่ใช่ของทางอากาศ สำหรับใบเสนอราคาทางทะเล
- ตรวจสอบว่ามี CBM ขั้นต่ำที่คิดค่าระวางต่อชิปเมนต์หรือไม่ (บริการ LCL หลายแห่งมีเกณฑ์นี้ ไม่ว่าสินค้าจริงจะเล็กแค่ไหน)
- สอบถามว่าสินค้าที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอหรือขนาดใหญ่ผิดปกติ วัดด้วยขนาดกล่องครอบหรือวิธีอื่น เพราะอาจทำให้ผลรวมต่างไปพอสมควร
- หากใบเสนอราคาอ้างอิงขนาดตู้เฉพาะสำหรับ FCL ควรตรวจสอบว่า CBM ที่ใช้เทียบเป็นความจุระบุหรือเป็นตัวเลขบรรจุจริงที่สมจริงกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อวัดสินค้าสำหรับ CBM
ความผิดพลาดเรื่อง CBM ส่วนใหญ่ย้อนกลับไปที่ข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ ไม่กี่แบบ
- ลืมแปลงหน่วยเป็นเมตรก่อนคูณ โดยเฉพาะเมื่อสเปกจากซัพพลายเออร์ให้มาเป็นเซนติเมตรหรือนิ้ว
- วัดเฉพาะตัวสินค้าโดยไม่รวมบรรจุภัณฑ์ภายนอก พาเลท หรือลังไม้ ทั้งที่เป็นพื้นที่จริงที่จะใช้ในตู้
- ประเมิน CBM จากจำนวนกล่องเฉย ๆ แทนการวัดขนาดจริง ซึ่งอาจทำให้ประเมินพื้นที่ตู้ที่ต้องใช้ผิดพลาด
- ปัดเศษขนาดแต่ละชิ้นเร็วเกินไปในขั้นตอนคำนวณ ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจะสะสมเร็วเมื่อมีสินค้าหลายสิบหรือหลายร้อยชิ้น
- ใช้ขนาดกล่องเฉลี่ยของทั้งล็อตแทนที่จะคำนวณแยกแต่ละรายการที่มีขนาดต่างกัน
CBM กับสินค้าแต่ละประเภท
วิธีวัด CBM ในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นถูกบรรจุและจัดการอย่างไรจริง ๆ กล่องที่จัดพาเลทควรวัดเป็นหน่วยพาเลททั้งชุด คือฐานพาเลทบวกส่วนที่ยื่นเกินขอบ บวกความสูงรวมที่เรียงซ้อน ไม่ใช่วัดทีละกล่อง เพราะพาเลททั้งชุดคือหน่วยที่กินพื้นที่จริงในตู้ ลังไม้ควรวัดจากขนาดภายนอกที่สร้างเสร็จจริง ไม่ใช่จากใบสเปกของสินค้าด้านใน เพราะการทำลังมักเผื่อระยะรอบตัวสินค้าเสมอ ถังหรือม้วนมีรูปทรงกระบอก แต่พื้นที่ที่ใช้ในตู้เป็นทรงสี่เหลี่ยม CBM ของของแบบนี้จึงคำนวณจากกล่องสี่เหลี่ยมที่เล็กที่สุดที่ครอบทรงกระบอกได้พอดี ไม่ใช่ปริมาตรทรงกระบอกจริง กล่องที่วางกองไม่เป็นระเบียบควรวัดเป็นขอบเขตภายนอกทั้งกองที่จะวางรวมกัน หรือแยกเป็นรายการต่างหากหากขนาดต่างกันมาก ส่วนสินค้าขนาดใหญ่เกินมาตรฐานหรือสินค้าเบ็ดเตล็ด (breakbulk) ที่ไม่เข้ากับการจัดการปกติ อาจอยู่นอกเหนือการคิดราคาตาม CBM แบบทั่วไป และควรแจ้งฟอร์เวิร์ดเดอร์แยกต่างหาก
วิธีวัด CBM ตามประเภทสินค้า
| ประเภทสินค้า | สิ่งที่ต้องวัด | ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| กล่องบนพาเลท | ขนาดฐานพาเลททั้งหมด รวมส่วนที่ยื่นเกินขอบ บวกความสูงที่เรียงซ้อน | วัดแค่ตัวกล่อง ไม่ได้วัดหน่วยที่จัดพาเลทแล้วซึ่งเป็นสภาพจริงตอนส่ง |
| ลังไม้ | ขนาดภายนอกของลัง ไม่ใช่ขนาดสินค้าด้านใน | ใช้สเปกสินค้าจากใบข้อมูลแทนขนาดจริงของลังที่สร้างเสร็จแล้ว |
| ถังหรือม้วน | กล่องสี่เหลี่ยมที่เล็กที่สุดที่ครอบคลุมทรงกระบอกได้พอดี | คำนวณปริมาตรทรงกระบอกจริง แทนที่จะใช้ปริมาตรกล่องสี่เหลี่ยมครอบซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตู้ต้องใช้จริง |
| กองกล่องหลายขนาดปะปนกัน | แยกคำนวณตามขนาดกล่องแต่ละแบบเป็นรายการ แล้วรวมผลรวมท้ายสุด | ใช้ขนาดกล่องเฉลี่ยตัวเดียวแทนทั้งกอง |
CBM กับน้ำหนักส่งผลต่อการตัดสินใจ LCL หรือ FCL อย่างไร
CBM และน้ำหนักรวมกันเป็นสองปัจจัยหลักในการตัดสินใจเบื้องต้นที่สำคัญ คือควรส่งสินค้าแบบ LCL หรือคุ้มพอที่จะเหมาตู้ทั้งใบ (FCL) หลักการทำงานพิจารณาจากทั้งสองทิศทาง เมื่อ CBM รวมเข้าใกล้ปริมาตรบรรจุจริงของตู้ขนาดเล็กที่สุดที่มี การจ่ายค่าเหมาตู้ทั้งใบมักคุ้มค่ากว่าการจ่ายอัตรา LCL สำหรับปริมาตรที่ใกล้เคียงกัน แม้จะเหลือพื้นที่ว่างอยู่บ้างก็ตาม ในทางกลับกัน เมื่อทั้ง CBM และน้ำหนักต่ำกว่าความจุบรรจุจริงของตู้ทุกขนาดมาก LCL มักยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะผู้ส่งจ่ายเฉพาะพื้นที่หรือน้ำหนักที่ใช้จริงเท่านั้น การเปรียบเทียบนี้ควรใช้ทั้งสองค่าประกอบกัน ไม่ใช่ดูแค่ CBM อย่างเดียว เพราะสินค้าที่มีปริมาตรน้อยแต่หนักมากเมื่อเทียบกับขนาด อาจพลิกผลการคำนวณในแบบที่การดูปริมาตรอย่างเดียวจะมองไม่เห็น
สรุปย่อ: กฎง่าย ๆ ที่ควรจำเกี่ยวกับ CBM
รายการสั้น ๆ ที่ควรมีติดตัวเวลาทำงานกับตัวเลขสินค้า
- จากหน่วยเซนติเมตร: คูณ L x W x H เป็นซม. แล้วหารด้วย 1,000,000 เพื่อได้ CBM
- ทางเรือ LCL: 1 CBM ≈ 1,000 กก. สำหรับการเทียบแบบ W/M คิดราคาตามค่าที่มากกว่าระหว่างปริมาตรหรือน้ำหนักเป็นตัน
- ทางอากาศ: 1 CBM ≈ 167 กก. สำหรับน้ำหนักตามปริมาตร (ตัวหาร IATA 6000) เป็นอัตราส่วนคนละชุดกับทางเรือโดยสิ้นเชิง
- ความจุระบุของตู้ไม่ใช่ปริมาตรบรรจุจริง ควรคาดไว้เสมอว่าตัวเลขจริงจะน้อยกว่าเล็กน้อยถึงพอสมควร
- วัด CBM จากขนาดภายนอกจริงของสินค้าตามสภาพที่จะขนส่งเสมอ รวมบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า
CBM ปรากฏอยู่ในเอกสารขนส่งจุดไหนบ้าง
CBM ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ใช้สร้างใบเสนอราคาเท่านั้น แต่ปรากฏอยู่ตลอดกระบวนการเอกสารของสินค้าล็อตนั้น การรักษาความสอดคล้องของตัวเลขนี้ในทุกเอกสารช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ใบแพ็คกิ้งลิสต์ (packing list) มักระบุ CBM ต่อรายการควบคู่กับจำนวนชิ้นและน้ำหนัก เพราะเป็นข้อมูลที่คลังสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ใช้วางแผนการบรรทุก ใบยืนยันการจอง (booking confirmation) สำหรับสินค้า LCL มักระบุ CBM รวมที่ใช้คำนวณอัตราค่าระวางไว้ด้วย ซึ่งควรนำไปเทียบกับตัวเลขที่วัดเองก่อนสินค้าถูกรับไป ที่ต้นทาง ฟอร์เวิร์ดเดอร์หลายรายจะวัดสินค้าซ้ำอีกครั้งเมื่อสินค้ามาถึงคลัง หากค่า CBM ที่วัดซ้ำต่างจากที่แจ้งไว้อย่างมีนัยสำคัญ ใบแจ้งหนี้มักถูกปรับให้ตรงกับตัวเลขที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ตัวเลขประมาณการเดิม การคำนวณ CBM ให้ชัดเจนและสอดคล้องกันตั้งแต่ขอใบเสนอราคาครั้งแรกจนถึงเอกสารสุดท้าย ช่วยลดโอกาสถูกปรับตัวเลขในภายหลังแบบนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ลืมแปลงหน่วยเป็นเมตรก่อนคูณ โดยเฉพาะเมื่อสเปกจากซัพพลายเออร์ให้มาเป็นเซนติเมตร
- นำอัตราส่วนน้ำหนักตามปริมาตรของทางอากาศ 1 CBM ≈ 167 กก. ไปใช้กับใบเสนอราคาทางเรือ แทนที่จะใช้อัตราส่วน W/M ของทางเรือที่ 1 CBM ≈ 1,000 กก.
- ประเมิน CBM จากจำนวนกล่องเฉย ๆ โดยไม่วัดขนาดจริง ซึ่งอาจทำให้ประเมินพื้นที่ตู้ที่ต้องใช้ผิดพลาด
- เข้าใจว่าความจุระบุของตู้คือปริมาตรที่บรรจุได้จริง โดยไม่เผื่อระยะเรียงซ้อนและช่องว่างที่จำเป็นในทางปฏิบัติ
สิ่งที่ควรเตรียม
- ความยาว กว้าง สูง ของสินค้าที่ถูกต้องตามสภาพที่จะขนส่งจริง รวมพาเลท ลังไม้ หรือบรรจุภัณฑ์ภายนอก
- จำนวนชิ้นของสินค้าแต่ละขนาดหรือแต่ละแบบในล็อตนั้น
- น้ำหนักรวมของสินค้าทั้งล็อต เพื่อนำไปเทียบกับ CBM สำหรับหลักการ W/M ของทางเรือ
คำถามที่พบบ่อย
CBM เหมือนกับ volumetric weight หรือไม่?
ไม่เหมือนกัน CBM คือค่าปริมาตรหน่วยลูกบาศก์เมตร ใช้หลักกับการคิดราคาทางเรือแบบ weight or measure (1 CBM ≈ 1,000 กก.) ส่วน volumetric weight เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกันแต่แยกกัน ใช้หลักกับทางอากาศ โดยแปลงขนาดสินค้าเป็นค่าน้ำหนักผ่านตัวหาร IATA ที่ 6000 (1 CBM ≈ 167 กก.) เพื่อคำนวณ chargeable weight สองอัตราส่วนนี้ใช้แทนกันไม่ได้
CBM รวมบรรจุภัณฑ์อย่างพาเลทหรือลังไม้ด้วยไหม?
รวมด้วย ควรวัด CBM จากขนาดภายนอกของสินค้าตามสภาพที่จะขนส่งจริง รวมพาเลท ลังไม้ หรือบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ เพราะเป็นพื้นที่จริงที่สินค้าจะใช้ในตู้คอนเทนเนอร์
จะคำนวณ CBM ของสินค้าตัวเองได้อย่างไร?
วัดความยาว กว้าง และสูง เป็นหน่วยเมตร คูณทั้งสามค่าเข้าด้วยกันเพื่อได้ปริมาตรต่อชิ้น แล้วคูณด้วยจำนวนชิ้น หากต้องการคำนวณเร็ว ๆ เครื่องมือ CBM calculator ของ TGF คำนวณให้อัตโนมัติ ดูตัวอย่างแบบละเอียดได้ในบทความ "วิธีคำนวณ CBM"
ทำไมใบเสนอราคา LCL ถึงดูต่างจากการประมาณตามน้ำหนักธรรมดา?
LCL คิดราคาแบบ weight or measure (W/M) คือค่าที่มากกว่าระหว่าง CBM รวมกับน้ำหนักรวมเป็นตัน โดยใช้อัตราส่วน 1 CBM ≈ 1,000 กก. ไม่ใช่คิดตามน้ำหนักอย่างเดียว สินค้าที่ใหญ่แต่เบาจึงอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่การประเมินตามน้ำหนักอย่างเดียวบอกไว้ เพราะปริมาตรกลายเป็นตัวเลขที่ใช้คิดราคาแทน
ทำไมความจุ CBM ระบุของตู้ถึงต่างจากปริมาตรที่บรรจุได้จริง?
ความจุระบุคำนวณจากขนาดกล่องภายในตู้เปล่า ในขณะที่สินค้าจริงต้องการระยะเผื่อสำหรับการเรียงซ้อน ฐานพาเลทมักวางเรียงกันได้ไม่พอดีเป๊ะ และไม่สามารถใช้พื้นที่ได้จนถึงประตูเสมอไป ปริมาตรที่บรรจุได้จริงจึงมักน้อยกว่าตัวเลขระบุอยู่เสมอในระดับหนึ่ง
ถ้าวัดสินค้าเป็น CBM แล้ว ยังต้องรู้น้ำหนักด้วยไหม?
ต้องรู้เสมอ สำหรับทางเรือ น้ำหนักจะถูกนำไปเทียบกับ CBM แบบ W/M เพื่อกำหนดตัวเลขที่ใช้คิดราคา สำหรับ FCL น้ำหนักก็ต้องอยู่ในขีดจำกัดน้ำหนักบรรทุกของตู้ด้วย แม้จะยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ก็ตาม การรู้แค่ CBM อย่างเดียวไม่เคยบอกภาพทั้งหมด