Skip to content
Thai Global Freight (TGF)
สินค้าพิเศษ
อุปกรณ์งานแสดงสินค้ากำลังถูกบรรจุลงกล่องเคสสำหรับขนย้าย สื่อถึงสินค้าที่มักเดินทางไปต่างประเทศภายใต้ ATA CarnetThai Global Freight

ATA Carnet คืออะไร คู่มือการนำเข้า-ส่งออกชั่วคราวปลอดอากร

ATA Carnet ช่วยให้สินค้าอย่างอุปกรณ์งานแสดงสินค้าและตัวอย่างสินค้าเดินทางข้ามพรมแดนชั่วคราวโดยไม่ต้องจ่ายอากร หากส่งกลับก่อนหมดอายุ

ผู้เขียน: Thai Global Freight Editorial Teamตรวจทานโดย: Thai Global Freight Editorial Teamเผยแพร่: 2026-09-07อัปเดตล่าสุด: 2026-09-07ตรวจสอบล่าสุด: 2026-09-07
สารบัญเนื้อหา
  1. 01ATA Carnet คืออะไรในเชิงโครงสร้าง
  2. 02สินค้าประเภทใดที่มักใช้ ATA Carnet
  3. 03กลไกการทำงานของ ATA Carnet
  4. 04การใช้คาร์เนต์ในแต่ละจุดผ่านแดน
  5. 05จะเกิดอะไรขึ้นหากสินค้าไม่ถูกส่งกลับทันเวลา
  6. 06ATA Carnet ต่างจากการนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐานอย่างไร
  7. 07ประเด็นที่มักสร้างความสับสนเกี่ยวกับ ATA Carnet
  8. 08ตัวอย่าง

คำตอบโดยสรุป

ATA Carnet คือเอกสารศุลกากรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มักถูกเรียกว่า "พาสปอร์ตของสินค้า" เพราะช่วยให้สินค้าบางประเภทเดินทางเข้า-ออกประเทศสมาชิกได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องจ่ายอากรขาเข้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้า ตราบใดที่สินค้านั้นถูกส่งกลับออกนอกประเทศก่อนวันหมดอายุของคาร์เนต์ เอกสารนี้ออกให้ในประเทศต้นทางโดยหอการค้าแห่งชาติหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ และมักใช้กับสินค้าที่เดินทางไปต่างประเทศโดยไม่ได้มีเจตนาขายที่นั่น เช่น อุปกรณ์จัดแสดงในงานแสดงสินค้า อุปกรณ์วิชาชีพอย่างอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์หรือกระจายเสียง และตัวอย่างสินค้าที่พนักงานขายพกไปเสนอลูกค้า การผ่านแดนแต่ละครั้งจะถูกบันทึกไว้ในคู่ใบต้นขั้วที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตรา สร้างหลักฐานว่าสินค้าออกไปและกลับเข้ามาจริง หากสินค้าไม่ถูกส่งกลับทันเวลา สถานะปลอดอากรชั่วคราวจะสิ้นสุดลง และหอการค้าผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบอากรที่เคยถูกพักไว้

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ATA Carnet คือเอกสารศุลกากรฉบับเดียวที่ช่วยให้สินค้าบางประเภทเดินทางเข้า-ออกประเทศสมาชิกได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องจ่ายอากรขาเข้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้า ตราบใดที่สินค้าถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ
  • มักใช้กับสินค้าที่เดินทางไปต่างประเทศโดยไม่ได้ขายที่นั่น เช่น อุปกรณ์จัดแสดงในงานแสดงสินค้า อุปกรณ์วิชาชีพอย่างอุปกรณ์ถ่ายทำหรือกระจายเสียง และตัวอย่างสินค้าที่พกไปเสนอขาย
  • คาร์เนต์ออกก่อนการเดินทางโดยหอการค้าแห่งชาติหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในประเทศต้นทาง ซึ่งจัดทำรายการสินค้าและมูลค่า พร้อมค้ำประกันอากรที่ถูกพักไว้ให้กับทุกประเทศที่นำคาร์เนต์ไปใช้
  • การผ่านแดนแต่ละครั้งถูกบันทึกด้วยคู่ใบต้นขั้วที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตรา หนึ่งคู่สำหรับการออกจากประเทศ อีกหนึ่งคู่สำหรับการเข้าประเทศ สร้างหลักฐานว่าสินค้าออกไปและกลับมาจริง
  • หากสินค้าไม่ถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ สถานะปลอดอากรชั่วคราวจะสิ้นสุดลง และหอการค้าผู้ค้ำประกัน ไม่ใช่ผู้ถือคาร์เนต์โดยตรงในขั้นแรก จะเป็นผู้รับผิดชอบอากรที่ถูกพักไว้

ATA Carnet บางครั้งถูกเรียกว่า "พาสปอร์ตของสินค้า" ซึ่งเป็นชื่อที่ตรงกับความเป็นจริง เพราะมันคือเอกสารศุลกากรระหว่างประเทศฉบับเดียวที่ช่วยให้สินค้าบางประเภทเดินทางเข้าและออกจากประเทศสมาชิกได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องจ่ายอากรหรือภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าล่วงหน้าในแต่ละด่าน ตราบใดที่สินค้านั้นถูกส่งกลับออกไปก่อนวันหมดอายุของคาร์เนต์ เอกสารนี้มีอยู่เพราะการเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามพรมแดนจำนวนมากไม่ได้เป็นการซื้อขายเลย แต่เป็นการใช้งานชั่วคราว บริษัทที่ส่งบูธจัดแสดงและเครื่องสาธิตไปงานแสดงสินค้าต่างประเทศ ทีมงานถ่ายทำที่นำกล้องและอุปกรณ์ไฟไปถ่ายทำในอีกประเทศ พนักงานขายที่พกตัวอย่างสินค้าไปเสนอลูกค้าระหว่างทริปขาย สินค้าเหล่านี้ไม่มีเจตนาจะอยู่ต่อ ถูกขาย หรือเปลี่ยนมือความเป็นเจ้าของในต่างแดน การนำสินค้าลักษณะนี้เข้าสู่กระบวนการนำเข้าเชิงพาณิชย์ตามปกติ คือจ่ายอากรตอนนำเข้าแล้วค่อยจัดการส่งออกแยกต่างหาก อาจต้องขอคืนอากรภายหลัง เป็นกระบวนการที่ช้าและตรึงเงินสดไว้กับสินค้าที่ไม่มีทางอยู่ในประเทศนั้นตั้งแต่แรก ระบบ ATA Carnet ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ และปัจจุบันใช้กันในหลายสิบประเทศทั่วโลกภายใต้กรอบการดำเนินงานที่บริหารจัดการผ่านเครือข่ายหอการค้าแห่งชาติ บทความนี้จะอธิบายว่า ATA Carnet คืออะไรในเชิงโครงสร้าง มักใช้กับสินค้าประเภทใด มีกลไกการทำงานอย่างไรทั้งตอนออกเอกสารและตอนผ่านแดนแต่ละครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นหากสินค้าไม่ถูกนำกลับทันเวลา และแตกต่างจากการนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐานอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ

แผงสรุปประเด็นสำคัญของบทความเรื่อง ATA Carnet คืออะไร และช่วยให้นำเข้า-ส่งออกชั่วคราวแบบปลอดอากรได้อย่างไร
  • ATA Carnet คือเอกสารศุลกากรฉบับเดียวที่ช่วยให้สินค้าบางประเภทเดินทางเข้า-ออกประเทศสมาชิกได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องจ่ายอากรขาเข้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้า ตราบใดที่สินค้าถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ

  • มักใช้กับสินค้าที่เดินทางไปต่างประเทศโดยไม่ได้ขายที่นั่น เช่น อุปกรณ์จัดแสดงในงานแสดงสินค้า อุปกรณ์วิชาชีพอย่างอุปกรณ์ถ่ายทำหรือกระจายเสียง และตัวอย่างสินค้าที่พกไปเสนอขาย

  • คาร์เนต์ออกก่อนการเดินทางโดยหอการค้าแห่งชาติหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในประเทศต้นทาง ซึ่งจัดทำรายการสินค้าและมูลค่า พร้อมค้ำประกันอากรที่ถูกพักไว้

  • การผ่านแดนแต่ละครั้งถูกบันทึกด้วยคู่ใบต้นขั้วที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตรา สร้างหลักฐานว่าสินค้าออกไปและกลับเข้ามาจริง

  • หากสินค้าไม่ถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ สถานะปลอดอากรชั่วคราวจะสิ้นสุดลง และหอการค้าผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบอากรที่ถูกพักไว้

ATA Carnet คืออะไรในเชิงโครงสร้าง

ในเชิงโครงสร้าง ATA Carnet คือเอกสารศุลกากรรูปแบบสมุดเล่มเล็กที่ทำหน้าที่แทนเอกสารนำเข้า-ส่งออกตามปกติที่สินค้าต้องยื่นในทุกด่านที่ผ่าน แทนที่จะต้องยื่นใบขนสินค้าใหม่และจ่ายอากรกับภาษีมูลค่าเพิ่มทุกครั้งที่สินค้าเข้าประเทศ ผู้ถือคาร์เนต์เพียงยื่นเอกสารฉบับเดียวที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรในทุกประเทศสมาชิกรู้จักและยอมรับอยู่แล้ว และเอกสารนี้มีการค้ำประกันในตัวเองว่าหากอากรที่ถูกพักไว้ต้องถูกเรียกเก็บ ก็มีผู้รับผิดชอบพร้อมอยู่แล้ว

คำว่า "ชั่วคราว" ในการนำเข้าชั่วคราวเป็นหัวใจสำคัญของคาร์เนต์ มันไม่ได้ยกเว้นอากร แต่เพียง "พัก" การชำระอากรไว้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องส่งสินค้ากลับออกไป ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะหมายความว่าคาร์เนต์ไม่ใช่วิธีนำเข้าสินค้าแบบปลอดอากรถาวร แต่เป็นวิธีหลีกเลี่ยงการจ่ายอากรสำหรับสินค้าที่ไม่มีทางอยู่ในประเทศนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว "รายการสินค้าทั่วไป" ในคาร์เนต์ ซึ่งระบุคำอธิบาย จำนวน และมูลค่าของสินค้าทุกชิ้นที่ครอบคลุม คือสิ่งที่ศุลกากรแต่ละประเทศใช้ตรวจสอบกับสินค้าจริงในทุกจุดผ่านแดน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรายการนี้ต้องถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ตอนออกคาร์เนต์ ไม่ใช่มาปรับแก้ภายหลัง

เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์หอการค้ากำลังตรวจเอกสาร สื่อถึงหอการค้าแห่งชาติที่เป็นผู้ออก ATA Carnet ก่อนสินค้าออกเดินทาง
เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์หอการค้ากำลังตรวจเอกสาร สื่อถึงหอการค้าแห่งชาติที่เป็นผู้ออก ATA Carnet ก่อนสินค้าออกเดินทาง — Thai Global Freight

สินค้าประเภทใดที่มักใช้ ATA Carnet

หมวดหมู่สินค้าที่ ATA Carnet ถูกออกแบบมารองรับมีจุดร่วมเดียวกันคือ สินค้าเดินทางไปต่างประเทศเพื่อนำไปใช้งาน จัดแสดง หรือสาธิต ไม่ใช่เพื่อขายหรือใช้สิ้นเปลืองที่นั่น การใช้งานที่พบบ่อยที่สุดมีสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือสินค้าสำหรับงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างบูธ หน่วยจัดแสดง ตัวอย่างสินค้าที่วางให้ผู้ชมดู หรือเครื่องสาธิต ซึ่งเดินทางไปงานหนึ่ง ใช้งานตลอดช่วงงาน แล้วเดินทางกลับบ้านหรือไปงานถัดไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือขาย กลุ่มที่สองคืออุปกรณ์วิชาชีพ เช่น ทีมถ่ายทำภาพยนตร์หรือกระจายเสียงที่นำกล้อง ไฟ และอุปกรณ์เสียงเข้าไปในอีกประเทศเพื่อถ่ายทำ ช่างภาพที่พกอุปกรณ์ของตัวเองไปทำงาน นักดนตรีและนักแสดงที่นำเครื่องดนตรีและอุปกรณ์เวทีไปแสดงตามทัวร์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่นำอุปกรณ์ทดสอบหรือซ่อมบำรุงไปยังสถานที่ของลูกค้าเพื่อทำงานเฉพาะครั้ง กลุ่มที่สามคือตัวอย่างสินค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งพนักงานขายหรือตัวแทนผู้ผลิตพกตัวอย่างจริงไปเสนอผู้ซื้อที่มีศักยภาพระหว่างการเดินทาง โดยตัวอย่างเองไม่ได้มีไว้ขาย มีเพียงสินค้าที่ตัวอย่างนั้นเป็นตัวแทนเท่านั้นที่จะถูกขายจริง

สิ่งที่เชื่อมโยงทั้งสามกลุ่มนี้คือ สินค้ายังคงความเป็นสินค้าและความเป็นเจ้าของเดิมตลอดการเดินทาง และคาดว่าจะเดินทางกลับ (หรือไปยังประเทศถัดไปที่คาร์เนต์ครอบคลุม) เมื่อภารกิจในต่างแดนเสร็จสิ้น สินค้าที่มีเจตนาจะขาย แจกจ่าย ใช้สิ้นเปลือง หรือไม่ส่งกลับ ไม่เข้าข่ายรูปแบบของคาร์เนต์ ไม่ว่าทริปนั้นจะดูชั่วคราวแค่ไหนบนกระดาษก็ตาม

เจ้าหน้าที่ศุลกากรกำลังประทับตราเอกสารที่เคาน์เตอร์ชายแดนสนามบิน สื่อถึงการประทับตรา Counterfoil ใน ATA Carnet ทุกครั้งที่ผ่านชายแดน
เจ้าหน้าที่ศุลกากรกำลังประทับตราเอกสารที่เคาน์เตอร์ชายแดนสนามบิน สื่อถึงการประทับตรา Counterfoil ใน ATA Carnet ทุกครั้งที่ผ่านชายแดน — Thai Global Freight

กลไกการทำงานของ ATA Carnet

คาร์เนต์เริ่มต้นก่อนที่สินค้าจะเดินทางออกจากบ้านด้วยซ้ำ ผู้ยื่นคำขอ ซึ่งโดยทั่วไปคือผู้ส่งออกหรือบริษัทที่ส่งสินค้า ยื่นคำขอต่อหอการค้าแห่งชาติหรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ออกคาร์เนต์ในประเทศต้นทาง พร้อมแนบรายการสินค้าทั่วไปที่ระบุคำอธิบาย จำนวน และมูลค่าที่ประกาศไว้ หน่วยงานผู้ออกจะตรวจสอบรายการนั้น คำนวณหลักประกันที่ต้องถือไว้เผื่อกรณีอากรที่อาจเกิดขึ้นหากสินค้าไม่ถูกส่งกลับ แล้วจึงออกคาร์เนต์พร้อมกำหนดระยะเวลาความสมบูรณ์ไว้ ณ ตอนนั้น หลังจากนั้นเอกสารจะหมดอายุและไม่สามารถใช้เพื่อการนำเข้าชั่วคราวได้อีก

การค้ำประกันที่อยู่เบื้องหลังคาร์เนต์คือสิ่งที่ทำให้ระบบนี้ใช้งานได้ในระดับสากล หอการค้าแห่งชาติที่ออกคาร์เนต์ไม่ได้เพียงส่งมอบเอกสารเท่านั้น แต่ยังยืนค้ำประกันอยู่เบื้องหลังเอกสารนั้นด้วย โดยมีเครือข่ายหอการค้าผู้ค้ำประกันระหว่างประเทศในประเทศสมาชิกอื่น ๆ รองรับอยู่อีกชั้นหนึ่ง โครงสร้างนี้เองที่ทำให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรในประเทศที่ผู้ถือคาร์เนต์ไม่เคยติดต่อมาก่อน ยอมรับคาร์เนต์ได้ทันที เพราะหากสินค้าไม่ถูกส่งกลับ ก็มีหน่วยงานผู้ค้ำประกันพร้อมให้ศุลกากรเรียกเก็บอากรอยู่แล้ว โดยไม่ต้องประเมินและเรียกเก็บจากนักเดินทางแต่ละคนหน้างาน

กลไกทางกายภาพที่ใช้ติดตามทั้งหมดนี้คือชุดใบต้นขั้วที่เย็บรวมอยู่ในสมุดคาร์เนต์ หนึ่งคู่สำหรับการผ่านแดนแต่ละครั้งในแต่ละประเทศที่ไปเยือน บวกกับอีกหนึ่งคู่สำหรับการออกและกลับเข้าประเทศต้นทาง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะฉีกและประทับตราใบต้นขั้วที่เกี่ยวข้องในแต่ละจุดผ่านแดน พร้อมเก็บสำเนาที่ตรงกันไว้ ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าและออกจากทุกประเทศถูกบันทึกไว้ในสมุดเล่มเดียวกัน ทีละจุดผ่านแดน

ATA Carnet ทำงานอย่างไรตลอดเส้นทางการเดินทางของสินค้า

แผนภาพขั้นตอนแสดงลำดับการใช้ ATA Carnet โดยทั่วไป ตั้งแต่การยื่นคำขอและออกคาร์เนต์ การประทับตราใบต้นขั้วขาออกตอนออกเดินทาง การประทับตราใบต้นขั้วขาเข้าตอนถึงปลายทาง การประทับตราใบต้นขั้วขาออกตอนออกจากประเทศนั้น จนถึงการปิดบันทึกด้วยใบต้นขั้วขากลับเข้าประเทศต้นทาง
  1. 1

    ยื่นคำขอและออกคาร์เนต์

    หอการค้าแห่งชาติหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในประเทศต้นทาง ตรวจสอบรายการสินค้าทั่วไปแล้วออกคาร์เนต์พร้อมกำหนดระยะเวลาความสมบูรณ์

  2. 2

    ประทับตราใบต้นขั้วขาออก

    ศุลกากรตรวจสอบสินค้ากับรายการทั่วไปแล้วประทับตราใบต้นขั้วขาออกตอนออกจากประเทศต้นทาง

  3. 3

    ประทับตราใบต้นขั้วขาเข้า

    ศุลกากรของประเทศปลายทางตรวจสอบรายการเดียวกันแล้วประทับตราใบต้นขั้วขาเข้า อนุญาตให้นำเข้าชั่วคราวโดยไม่เก็บอากร

  4. 4

    ประทับตราใบต้นขั้วขาออก (ส่งกลับ)

    ศุลกากรประทับตราใบต้นขั้วขาออกที่ตรงกันเมื่อสินค้าออกจากประเทศนั้นอีกครั้ง

  5. 5

    ใบต้นขั้วขากลับเข้าปิดบันทึก

    เมื่อสินค้ากลับถึงประเทศต้นทาง ใบต้นขั้วขากลับเข้าจะปิดวงจรก่อนคาร์เนต์หมดอายุ

การใช้คาร์เนต์ในแต่ละจุดผ่านแดน

ในทางปฏิบัติ การใช้คาร์เนต์มีขั้นตอนใกล้เคียงกันในทุกด่าน ไม่ว่าทริปนั้นจะครอบคลุมกี่ประเทศก็ตาม เมื่อออกจากประเทศต้นทาง ศุลกากรจะตรวจสอบสินค้ากับรายการทั่วไปแล้วประทับตราใบต้นขั้วขาออก ยืนยันว่าสินค้ารายการนี้ และเฉพาะรายการนี้เท่านั้น ได้เดินทางออกไปแล้ว เมื่อถึงประเทศปลายทาง ศุลกากรของประเทศนั้นจะตรวจสอบสินค้ากับรายการเดียวกันแล้วประทับตราใบต้นขั้วขาเข้า อนุญาตให้นำเข้าชั่วคราวโดยไม่เก็บอากรหรือภาษีมูลค่าเพิ่มหน้างาน เมื่อสินค้าออกจากประเทศนั้นอีกครั้ง ไม่ว่าจะกลับบ้านหรือไปยังปลายทางถัดไปที่คาร์เนต์ครอบคลุม ศุลกากรจะประทับตราใบต้นขั้วขาออกที่ตรงกัน ปิดบันทึกในส่วนของประเทศนั้น หากทริปครอบคลุมหลายประเทศต่อเนื่องกัน รูปแบบการเข้า-ออกนี้จะเกิดซ้ำในทุกประเทศ โดยบันทึกไว้ในสมุดเล่มเดียวกันทั้งหมด เมื่อสินค้าเดินทางกลับมาถึงประเทศต้นทางในที่สุด ใบต้นขั้วขากลับเข้าจะปิดวงจรทั้งหมด

รายละเอียดหนึ่งที่ผู้ใช้งานครั้งแรกมักพลาดคือ สินค้าที่ตรวจสอบในแต่ละจุดผ่านแดนต้องตรงกับรายการทั่วไปทุกประการ ทั้งชนิดและจำนวน ไม่ใช่แค่มูลค่ารวม คาร์เนต์ไม่ใช่วงเงินที่ใช้ซื้อสินค้าใดก็ได้ตามมูลค่าที่กำหนด แต่เป็นบัญชีรายการที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบกับสินค้าจริงทีละชิ้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขรวม

จะเกิดอะไรขึ้นหากสินค้าไม่ถูกส่งกลับทันเวลา

การค้ำประกันที่อยู่เบื้องหลัง ATA Carnet คือเหตุผลที่ทำให้สถานะปลอดอากรที่ได้รับเป็นเพียงชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร หากสินค้าสูญหาย ถูกขาย เสียหายจนซ่อมแซมไม่ได้ หรือเพียงแค่ไม่ถูกส่งกลับก่อนระยะเวลาความสมบูรณ์ของคาร์เนต์สิ้นสุดลง การนำเข้าชั่วคราวจะสิ้นสุดลงทันที และประเทศที่สินค้ายังคงอยู่จริงมีสิทธิเรียกเก็บอากรและภาษีนำเข้าที่เคยถูกพักไว้

เนื่องจากคาร์เนต์มีการค้ำประกันในตัวเอง การเรียกเก็บนั้นจะดำเนินการกับสายค้ำประกันก่อน คือหอการค้าแห่งชาติผู้ออกคาร์เนต์ ซึ่งมีเครือข่ายหอการค้าผู้ค้ำประกันระหว่างประเทศหนุนหลังอยู่อีกชั้น มากกว่าจะไล่เบี้ยไปที่นักเดินทางหรือบริษัทผู้ถือคาร์เนต์โดยตรงเป็นขั้นแรก นี่เองคือเหตุผลที่หอการค้าผู้ออกต้องขอหลักประกันหรือให้ยื่นคำขอผ่านกระบวนการตรวจสอบก่อนออกคาร์เนต์ตั้งแต่แรก เพราะต้องสามารถเรียกคืนความเสียหายได้ หากสุดท้ายต้องเป็นผู้รับผิดชอบแทนผู้ถือคาร์เนต์

สำหรับธุรกิจที่ใช้คาร์เนต์จริง นัยในทางปฏิบัติค่อนข้างตรงไปตรงมา คาร์เนต์ที่หมดอายุกลายเป็นความเสี่ยงทางการเงินจริง ไม่ใช่แค่ปัญหาเอกสาร แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเผื่อระยะเวลาไว้ในแผนการเดินทางให้ห่างจากวันหมดอายุของคาร์เนต์พอสมควร แทนที่จะรอจนใกล้กำหนด และแจ้งหอการค้าผู้ออกคาร์เนต์ทันทีหากสินค้าสูญหาย เสียหาย หรือไม่สามารถเดินทางกลับได้ตามแผนเดิม แทนที่จะปล่อยให้กำหนดเวลาผ่านไปเงียบ ๆ

จะเกิดอะไรขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าถูกส่งกลับทันเวลาหรือไม่

ข้อมูลอ้างอิงแสดงผลลัพธ์ของสินค้าที่ใช้คาร์เนต์ ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุหรือไม่ หรือสูญหาย ถูกขาย เสียหาย หรือไม่ถูกส่งกลับทันเวลา
จะเกิดอะไรขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าถูกส่งกลับทันเวลาหรือไม่

สินค้าถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ

→ ใบต้นขั้วขาออกถูกประทับตรา บันทึกถูกปิด และไม่มีอากรที่ต้องชำระ การนำเข้าชั่วคราวทำงานตามที่ตั้งใจไว้

สินค้าสูญหาย ถูกขาย หรือเสียหายจนซ่อมแซมไม่ได้ก่อนส่งกลับ

→ การนำเข้าชั่วคราวสิ้นสุดลง ประเทศที่สินค้ายังคงอยู่มีสิทธิเรียกเก็บอากรและภาษีนำเข้าที่ถูกพักไว้

สินค้าไม่ถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ

→ ผลลัพธ์เดียวกับข้างต้น การเรียกเก็บดำเนินการกับสายค้ำประกันเบื้องหลังคาร์เนต์ก่อน ไม่ใช่ผู้ถือคาร์เนต์โดยตรงในขั้นแรก

ATA Carnet ต่างจากการนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐานอย่างไร

การนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐานกับ ATA Carnet แก้ปัญหาคนละแบบ และความแตกต่างก็เป็นผลตามมาโดยตรงจากจุดนั้น ในการนำเข้าแบบมาตรฐาน อากรและภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกประเมินจากมูลค่าศุลกากรที่สำแดง แล้วชำระตอนนำเข้าหรือวางหลักประกันไว้ สินค้าถูกจัดประเภทด้วยพิกัดศุลกากร (HS Code) เช่นเดียวกับสินค้านำเข้าเชิงพาณิชย์ทั่วไป (บทความคู่กันเรื่องพิกัดศุลกากรคืออะไรอธิบายกลไกการจัดประเภทนี้ไว้) และธุรกรรมที่อยู่เบื้องหลังโดยทั่วไปคือการซื้อขาย ความเป็นเจ้าของสินค้าเปลี่ยนมือ และสินค้าเข้าสู่ระบบการค้าของประเทศปลายทางอย่างถาวร

คาร์เนต์กลับด้านสมมติฐานเหล่านี้หลายข้อพร้อมกัน สินค้ายังคงถูกอธิบายและตีมูลค่าเพื่อวัตถุประสงค์ในการค้ำประกัน ซึ่งยังคงมีการจัดประเภทพิกัดศุลกากรอยู่เบื้องหลังมูลค่านั้น แต่ไม่มีการคาดหมายว่าจะต้องจ่ายอากร ตราบใดที่สินค้าถูกส่งกลับ เพราะไม่มีการซื้อขายและไม่มีเจตนาให้สินค้าอยู่ต่อ คาร์เนต์หนึ่งฉบับยังครอบคลุมการผ่านแดนได้หลายครั้งตลอดระยะเวลาความสมบูรณ์ของมัน ต่างจากใบขนสินค้ามาตรฐานที่ครอบคลุมเพียงการนำเข้าครั้งเดียว จึงเหมาะกับนิทรรศการที่เดินสายหลายที่หรือทริปขายสินค้าหลายประเทศเป็นอย่างดี สิ่งที่คาร์เนต์ทำแทนไม่ได้คือการนำเข้าเชิงพาณิชย์จริง สินค้าที่ถูกขายในงานแสดงสินค้า แจกเป็นของแถมส่งเสริมการขาย หรือถูกทิ้งไว้ในประเทศปลายทางด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถือว่าหลุดออกจากหมวดการใช้งานชั่วคราวที่คาร์เนต์ถูกออกแบบมารองรับแล้ว และต้องผ่านกระบวนการนำเข้าปกติพร้อมชำระอากรแทน

ATA Carnet เทียบกับการนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐาน

ตารางเปรียบเทียบ ATA Carnet ที่อากรถูกพักไว้และไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น กับการนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐานที่อากรถูกประเมินและชำระจากธุรกรรมการซื้อขาย

ATA Carnet

  • อากรและภาษีมูลค่าเพิ่มถูกพักไว้ ไม่ต้องชำระ ตราบใดที่สินค้าถูกส่งกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุ
  • ความเป็นเจ้าของไม่เปลี่ยนมือ ไม่มีการซื้อขาย และสินค้ายังคงเป็นสินค้าชิ้นเดิมตลอดการเดินทาง
  • คาร์เนต์หนึ่งฉบับครอบคลุมการผ่านแดนได้หลายครั้งในหลายประเทศ ภายในระยะเวลาความสมบูรณ์ของมัน

การนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐาน

  • อากรและภาษีมูลค่าเพิ่มถูกประเมินจากมูลค่าศุลกากรที่สำแดง แล้วชำระหรือวางหลักประกันตอนนำเข้า
  • ธุรกรรมเบื้องหลังโดยทั่วไปคือการซื้อขาย ความเป็นเจ้าของโอนไปยังผู้นำเข้า และสินค้าเข้าสู่ระบบการค้าของประเทศปลายทางอย่างถาวร
  • สินค้าแต่ละล็อตต้องยื่นใบขนสินค้าของตัวเองสำหรับการนำเข้าครั้งนั้น แทนที่จะใช้เอกสารฉบับเดียวครอบคลุมการผ่านแดนซ้ำหลายครั้ง

ประเด็นที่มักสร้างความสับสนเกี่ยวกับ ATA Carnet

มีความเข้าใจผิดหลายอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เกี่ยวกับ ATA Carnet

  • คาร์เนต์ไม่ใช่ประกันภัยสินค้า มันจัดการเรื่องอากรศุลกากรและเอกสารผ่านแดนเท่านั้น ไม่ได้บอกอะไรเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสินค้าเสียหายหรือสูญหายระหว่างการขนส่ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงแยกต่างหากที่ผู้ส่งสินค้ายังต้องจัดการเอง บทความเรื่องการขนส่งสินค้ามูลค่าสูงและเปราะบางของเราอธิบายมุมนี้ไว้
  • ความครอบคลุมของคาร์เนต์ไม่ได้เป็นสากลทั้งหมด มีเพียงประเทศที่เข้าร่วมระบบ ATA Carnet เท่านั้นที่จะยอมรับ และแม้แต่ในกลุ่มประเทศสมาชิก ความครอบคลุมก็อาจแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า จุดนี้ต้องตรวจสอบสำหรับแผนการเดินทางเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่สันนิษฐานเอาเอง
  • รายการสินค้าทั่วไปเป็นบัญชีตายตัว ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถเพิ่มสินค้าระหว่างทางได้เพียงเพราะมีโอกาสดีเกิดขึ้นกลางทริป สิ่งใดที่ไม่อยู่ในรายการเดิมตอนออกคาร์เนต์จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • คาร์เนต์เป็นเอกสารศุลกากร ไม่ใช่เอกสารเดินทางส่วนบุคคล มันเดินทางไปพร้อมกับสินค้าและครอบคลุมสถานะทางศุลกากรของสินค้าเท่านั้น ไม่มีผลต่อวีซ่าหรือข้อกำหนดการเข้าประเทศของผู้ที่เดินทางไปพร้อมสินค้า
  • คาร์เนต์ไม่ได้ทดแทนการอนุมัติอื่น ๆ หากสินค้าเข้าข่ายที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรอง หรือการอนุมัติด้านกฎระเบียบแยกต่างหากอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับสถานะอากร คาร์เนต์ไม่ได้ยกเลิกข้อกำหนดนั้น มันจัดการเพียงการพักชำระอากรและบันทึกการผ่านแดนเท่านั้น
ทีมงานถ่ายทำกำลังแกะกล่องอุปกรณ์กระจายเสียงที่สถานที่ถ่ายทำ สื่อถึงอุปกรณ์วิชาชีพที่มักนำติดตัวไปต่างประเทศภายใต้ ATA Carnet
ทีมงานถ่ายทำกำลังแกะกล่องอุปกรณ์กระจายเสียงที่สถานที่ถ่ายทำ สื่อถึงอุปกรณ์วิชาชีพที่มักนำติดตัวไปต่างประเทศภายใต้ ATA Carnet — Thai Global Freight

ตัวอย่าง

ลองพิจารณาผู้ผลิตไทยที่ได้รับเชิญไปสาธิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ในงานแสดงสินค้าต่างประเทศ แทนที่จะส่งออกเครื่องจักรในฐานะการซื้อขายเชิงพาณิชย์ จ่ายอากรนำเข้าของประเทศปลายทาง แล้วพยายามจัดการส่งออกกลับและขอคืนอากรแยกต่างหากหลังงานจบ บริษัทเลือกยื่นขอ ATA Carnet ก่อนเดินทาง โดยระบุเครื่องจักร อุปกรณ์เสริม และชุดสื่อการตลาดที่พิมพ์ไว้ในรายการสินค้าทั่วไปพร้อมมูลค่าที่ประกาศไว้

เมื่อออกเดินทางจากไทย ศุลกากรตรวจสอบเครื่องจักรกับรายการนั้นแล้วประทับตราใบต้นขั้วขาออก เมื่อถึงประเทศเจ้าภาพงานแสดงสินค้า ศุลกากรของประเทศนั้นประทับตราใบต้นขั้วขาเข้า และเครื่องจักรเข้าประเทศชั่วคราวโดยไม่มีการเก็บอากรหรือภาษีมูลค่าเพิ่มใด ๆ ตลอดช่วงงาน เครื่องจักรถูกสาธิตให้ผู้ชมดูแต่ไม่มีการขาย ก่อนที่คาร์เนต์จะหมดอายุ บริษัทเก็บเครื่องจักรกลับเข้าบรรจุภัณฑ์ และศุลกากรของประเทศเจ้าภาพประทับตราใบต้นขั้วขาออกตอนเดินทางออก เมื่อเครื่องจักรกลับถึงไทย ใบต้นขั้วขากลับเข้าจะปิดบันทึกทั้งหมด ไม่มีการจ่ายอากรทั้งสองฝั่งเลย เพราะเครื่องจักรไม่เคยหยุดเป็นเครื่องจักรชิ้นเดิมที่เดินทางไปต่างแดนชั่วคราว เหมือนตอนที่ออกเดินทางไปทุกประการ

ATA Carnet เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวก ไม่ใช่การยกเว้นอากรในความหมายถาวร มันทำงานได้เพราะมีการค้ำประกันอยู่เบื้องหลังทุกจุดผ่านแดน และการค้ำประกันนั้นจะคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อสินค้าถูกส่งกลับออกไปในแบบเดียวกับที่เข้ามาจริง ๆ สำหรับสินค้าที่มีเจตนาใช้งานชั่วคราวในต่างแดนอย่างแท้จริง เช่น บูธจัดแสดง อุปกรณ์วิชาชีพ หรือตัวอย่างสินค้าเชิงพาณิชย์ คาร์เนต์ช่วยลดความยุ่งยากและเงินสดที่ต้องจ่ายล่วงหน้าได้มากเมื่อเทียบกับการนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบมาตรฐาน แต่สำหรับกรณีอื่นใด รวมถึงสินค้าที่สุดท้ายถูกขาย เสียหายจนซ่อมไม่ได้ หรือถูกทิ้งไว้ คาร์เนต์จะหยุดเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมทันทีที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น การทำรายการสินค้าทั่วไป ตรวจสอบความครอบคลุมของประเทศในแผนการเดินทาง และวางแผนกำหนดส่งกลับให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง คือสิ่งที่ทำให้คาร์เนต์ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์

ตัวแทนขายกำลังจัดแสดงสินค้าตัวอย่างที่บูธงานแสดงสินค้า สื่อถึงสินค้าตัวอย่างที่นำติดตัวไปในทริปขายภายใต้การนำเข้าชั่วคราวของ ATA Carnet
ตัวแทนขายกำลังจัดแสดงสินค้าตัวอย่างที่บูธงานแสดงสินค้า สื่อถึงสินค้าตัวอย่างที่นำติดตัวไปในทริปขายภายใต้การนำเข้าชั่วคราวของ ATA Carnet — Thai Global Freight

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจผิดว่า ATA Carnet คือการยกเว้นอากรถาวร ทั้งที่จริงเป็นเพียงการพักชำระอากรชั่วคราว หากสินค้าไม่ถูกส่งกลับก่อนหมดอายุ อากรที่เคยถูกพักไว้จะต้องชำระ
  • เพิ่มหรือสลับสินค้าหลังจากคาร์เนต์ออกแล้ว แทนที่จะถือว่ารายการสินค้าทั่วไปเป็นบัญชีตายตัวที่ต้องตรงกับสินค้าที่ผ่านแดนจริงทุกครั้ง
  • ลืมว่าคาร์เนต์ต้องมีการประทับตราต้นขั้วให้ครบและถูกต้องทุกจุดผ่านแดน การขาดตราประทับแม้เพียงจุดเดียวอาจสร้างความไม่สอดคล้องที่แก้ไขภายหลังได้ยาก
  • ใช้ ATA Carnet กับสินค้าที่จะถูกขาย แจกจ่าย หรือไม่ส่งกลับ ทั้งที่คาร์เนต์ครอบคลุมเฉพาะการใช้งานชั่วคราว ไม่ใช่การนำเข้าเชิงพาณิชย์แบบแฝง

สิ่งที่ควรเตรียม

  • รายการสินค้าทั่วไปที่จะนำติดตัวไป พร้อมคำอธิบาย จำนวน และมูลค่าที่ถูกต้องเพียงพอให้หอการค้าแห่งชาติออกคาร์เนต์ให้ได้
  • การยืนยันว่าทุกประเทศในแผนการเดินทางเป็นสมาชิกระบบ ATA Carnet และยอมรับคาร์เนต์สำหรับสินค้าประเภทนั้น เพราะความครอบคลุมไม่ได้เป็นสากลทั้งหมด
  • แผนการส่งสินค้ากลับที่มีระยะเวลาเผื่อไว้ก่อนคาร์เนต์หมดอายุ เพราะการส่งกลับล่าช้า ไม่ใช่แค่สินค้าสูญหายหรือเสียหาย ก็อาจนำไปสู่การเรียกเก็บอากรได้
  • ขั้นตอนการแจ้งหอการค้าผู้ออกคาร์เนต์ทันทีหากสินค้าสูญหาย เสียหาย หรือไม่สามารถเดินทางกลับได้ตามแผน แทนที่จะปล่อยให้คาร์เนต์หมดอายุไปเฉย ๆ

คำถามที่พบบ่อย

ATA Carnet ย่อมาจากอะไร?

โดยทั่วไปเข้าใจกันว่า ATA มาจากการรวมคำภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษที่หมายถึงการนำเข้าชั่วคราว (Admission Temporaire/Temporary Admission) ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เรียกสั้น ๆ ว่า "คาร์เนต์" มากกว่าจะแยกความหมายของตัวย่อ

ใครเป็นผู้ออก ATA Carnet?

ออกให้ในประเทศต้นทางของสินค้า โดยหอการค้าแห่งชาติหรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ออกคาร์เนต์ ก่อนสินค้าจะเดินทางออกไป หน่วยงานผู้ออกนี้ยังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสายค้ำประกันที่รองรับอากรที่ถูกพักไว้ด้วย

สินค้าประเภทใดบ้างที่เดินทางด้วย ATA Carnet ได้?

การใช้งานทั่วไป ได้แก่ อุปกรณ์จัดแสดงในงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ อุปกรณ์วิชาชีพ เช่น อุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ กระจายเสียง หรือถ่ายภาพ และตัวอย่างสินค้าเชิงพาณิชย์ที่นำไปเสนอผู้ซื้อที่มีศักยภาพระหว่างการเดินทางขาย คือสินค้าที่เดินทางไปต่างประเทศชั่วคราวโดยไม่ได้ถูกขายหรือใช้สิ้นเปลืองที่นั่น

หากสินค้าไม่ถูกนำกลับก่อนคาร์เนต์หมดอายุจะเกิดอะไรขึ้น?

สถานะปลอดอากรชั่วคราวจะสิ้นสุดลง ประเทศที่สินค้ายังคงอยู่มีสิทธิเรียกเก็บอากรและภาษีนำเข้าที่เคยถูกพักไว้ และการเรียกเก็บนั้นจะดำเนินการกับสายค้ำประกันที่อยู่เบื้องหลังคาร์เนต์ก่อนที่จะไปเรียกเก็บจากผู้ถือคาร์เนต์โดยตรง

สามารถเพิ่มสินค้าเข้าไปในคาร์เนต์หลังจากออกแล้วได้หรือไม่?

ไม่ได้ คาร์เนต์ครอบคลุมเฉพาะสินค้าที่ระบุและตีมูลค่าไว้ในรายการทั่วไปตอนออกคาร์เนต์เท่านั้น การเพิ่ม สลับ หรือถอดสินค้านอกเหนือจากรายการนี้ไม่ใช่สิ่งที่กลไกคาร์เนต์รองรับ หากมีการเปลี่ยนแปลงสินค้าที่จะเดินทาง โดยทั่วไปต้องขอคาร์เนต์ใหม่หรือแก้ไขคาร์เนต์เดิม ไม่ใช่เพิ่มเติมหน้างานที่ด่านศุลกากร

ATA Carnet ใช้แทนใบอนุญาตนำเข้าหรือใบอนุญาตอื่น ๆ ได้หรือไม่?

ไม่ได้ คาร์เนต์จัดการเรื่องการพักชำระอากร/ภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราว และบันทึกการผ่านแดนเท่านั้น ไม่ได้ทดแทนใบอนุญาต ใบรับรอง หรือการอนุมัติด้านกฎระเบียบอื่นใดที่สินค้าบางประเภทอาจต้องมีแยกต่างหาก

Freight Forwarder ประเทศไทย

พร้อมวางแผนการขนส่งครั้งถัดไปหรือยัง?

โทรLINEขอใบเสนอราคา