Thai Global Freightส่งสินค้าจากไทยไปฟิลิปปินส์: ทางเรือ ทางอากาศ และเอกสารที่ต้องเตรียม
ภาพรวมการส่งสินค้าจากไทยไปฟิลิปปินส์ เปรียบเทียบการขนส่งทางเรือและทางอากาศ พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับวางแผนการจัดส่ง
สารบัญเนื้อหา
คำตอบโดยสรุป
การขนส่งสินค้าจากไทยไปฟิลิปปินส์โดยทั่วไปใช้การขนส่งทางทะเลผ่านแหลมฉบังหรือท่าเรือกรุงเทพเข้าสู่มะนิลา (ผ่าน Manila International Container Terminal หรือ Manila South Harbor) โดยมีเซบูเป็นประตูเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ตอนกลางของฟิลิปปินส์ หรือทางอากาศผ่านสุวรรณภูมิหรือดอนเมืองเข้าสู่สนามบินนินอย อากิโน (มะนิลา) หรือสนามบินมักตัน-เซบู การขนส่งทางทะเล ทั้งแบบ FCL และ LCL เป็นตัวเลือกหลักสำหรับสินค้าส่วนใหญ่และโดยทั่วไปคุ้มค่ากว่า ทางอากาศสงวนไว้สำหรับสินค้าเร่งด่วน มูลค่าสูง หรือน้ำหนักเบา เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน สินค้าบางรายการอาจได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) โดยใช้ Form D แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะ สินค้าที่มีปลายทางนอกเขตมะนิลามักต้องมีการขนส่งระหว่างเกาะเพิ่มเติมหลังจากถึงท่าเรือหลัก การวางแผนขนส่งเกี่ยวข้องกับการยืนยัน Incoterm กับผู้ซื้อ เลือกโหมดและประตูปลายทางที่เหมาะสมตามปริมาณ ความเร่งด่วน และปลายทางจริง จัดเตรียมชุดเอกสารส่งออก/นำเข้ามาตรฐาน และทำงานร่วมกับฟอร์เวิร์ดเดอร์และตัวแทนออกของฟิลิปปินส์ที่มีใบอนุญาตซึ่งประสานการจองและพิธีการศุลกากรทั้งสองฝั่ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- การขนส่งทางทะเลผ่านแหลมฉบังหรือท่าเรือกรุงเทพ และทางอากาศผ่านสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง เป็นสองโหมดขนส่งหลักบนเส้นทางนี้
- มะนิลาเป็นประตูการค้าหลัก โดยมีเซบูเป็นประตูเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ตอนกลางของฟิลิปปินส์
- ในฐานะสมาชิกอาเซียน สินค้าระหว่างไทยและฟิลิปปินส์อาจได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ ATIGA โดยใช้ Form D ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
- เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะ สินค้าที่มีปลายทางนอกเขตมะนิลามักต้องมีการขนส่งระหว่างเกาะเพิ่มเติม
- Incoterm ที่ตกลงกับผู้ซื้อเป็นตัวกำหนดว่าใครจัดการขนส่งต้นทาง พิธีการศุลกากรขาออกไทย และพิธีการนำเข้าฟิลิปปินส์
- จำเป็นต้องใช้ตัวแทนออกของฟิลิปปินส์ที่มีใบอนุญาตในการยื่นใบขนสินค้าขาเข้าแทนผู้รับปลายทาง
ไทยและฟิลิปปินส์ล้วนเป็นตลาดการผลิตและผู้บริโภคที่มั่นคงภายในอาเซียน และสินค้าบนเส้นทางนี้มีตั้งแต่ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคสำเร็จรูป สำหรับผู้ส่งสินค้าที่กำลังวางแผนขนส่ง คำถามเชิงปฏิบัติจะเหลือชุดคำถามที่จัดการได้ คือทางเรือหรือทางอากาศ ประตูใดของฟิลิปปินส์เหมาะกับปลายทางจริง FCL หรือ LCL เอกสารใดที่เกี่ยวข้อง และความสัมพันธ์แบบอาเซียนระหว่างสองประเทศมีผลต่อเอกสารอย่างไร
เนื่องจากฟิลิปปินส์ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 7,000 เกาะ มีรายละเอียดหนึ่งที่สำคัญกว่าเส้นทางอื่นหลายเส้นทาง คือท่าเรือหรือสนามบินที่สินค้าเข้าถึงมักไม่ใช่ปลายทางจริงของสินค้า เว้นแต่ผู้ซื้ออยู่ในหรือใกล้เขตมะนิลา การวางแผนสำหรับการขนส่งภายในประเทศส่วนเพิ่มนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดคิดในภายหลัง
สรุปประเด็นสำคัญ
การขนส่งทางทะเลจากแหลมฉบังหรือท่าเรือกรุงเทพ และทางอากาศจากสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง เป็นสองโหมดขนส่งหลักบนเส้นทางนี้
มะนิลาเป็นประตูการค้าหลักสำหรับสินค้าส่วนใหญ่ โดยมีเซบูเป็นประตูเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ตอนกลางของฟิลิปปินส์
ในฐานะสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ไทยและฟิลิปปินส์ค้าขายภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) ซึ่งอาจใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form D ได้หากต้องการขอสิทธิพิเศษทางภาษี
เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะ สินค้าที่มีปลายทางนอกเขตมะนิลามักต้องมีการขนส่งระหว่างเกาะเพิ่มเติมหลังจากถึงท่าเรือหรือสนามบินหลัก
Incoterm ที่ตกลงกับผู้ซื้อเป็นตัวกำหนดว่าใครเป็นผู้จัดการขนส่งต้นทาง พิธีการศุลกากรขาออกในไทย และพิธีการนำเข้าในฟิลิปปินส์
จำเป็นต้องใช้ตัวแทนออกของที่มีใบอนุญาตในการยื่นใบขนสินค้าขาเข้าอย่างเป็นทางการต่อศุลกากรฟิลิปปินส์แทนผู้รับปลายทาง
การขนส่งทางทะเลจากไทยไปฟิลิปปินส์: ท่าเรือและเส้นทาง
การขนส่งทางทะเลบนเส้นทางนี้โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของไทยสำหรับตู้คอนเทนเนอร์ หรือที่ท่าเรือกรุงเทพสำหรับสินค้าที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากกว่า ฝั่งฟิลิปปินส์ สินค้าส่วนใหญ่ที่มีปลายทางในเขตมะนิลาและพื้นที่ลูซอนโดยรอบ เดินทางผ่าน Manila International Container Terminal หรือ Manila South Harbor ซึ่งเป็นสองสถานีจัดการตู้คอนเทนเนอร์หลักของประเทศ
สำหรับสินค้าที่มีปลายทางที่วิซายาสหรือฟิลิปปินส์ตอนกลาง ผู้ส่งสินค้าสามารถจัดเส้นทางเข้าสู่ท่าเรือเซบูโดยตรง ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่นั้นมากกว่าและหลีกเลี่ยงการขนถ่ายระหว่างเกาะจากมะนิลา สินค้าสามารถขนส่งแบบ FCL คือผนึกในตู้เฉพาะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หรือแบบ LCL คือใช้พื้นที่ตู้ร่วมกับสินค้าของผู้ส่งรายอื่นผ่านกระบวนการรวมและแยกสินค้าที่สถานีบรรจุตู้สินค้าทั้งสองฝั่ง ท่าเรือใดของฟิลิปปินส์จะใช้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งจริงของผู้ซื้อ ไม่ใช่เพียงท่าเรือที่มีรอบเรือจากไทยบ่อยที่สุด
การขนส่งทางอากาศจากไทยไปฟิลิปปินส์: เหมาะกับกรณีใดบ้าง
การขนส่งทางอากาศบนเส้นทางนี้ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิหรือดอนเมืองเข้าสู่สนามบินนินอย อากิโน ซึ่งบริการเขตมะนิลา หรือสนามบินมักตัน-เซบูสำหรับสินค้าที่มีปลายทางฟิลิปปินส์ตอนกลาง เช่นเดียวกับทางทะเล การเลือกสนามบินปลายทางที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับที่ตั้งจริงของผู้รับปลายทาง ไม่ใช่ความถี่ของเที่ยวบินเพียงอย่างเดียว
ต้นทุนการขนส่งทางอากาศคิดตาม chargeable weight ซึ่งเป็นค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักตามปริมาตร และส่วนต่างต้นทุนเมื่อเทียบกับทางเรือต้องชั่งน้ำหนักกับความเร่งด่วนที่แท้จริง ในทางปฏิบัติ การขนส่งทางอากาศมักเหมาะกับชิ้นส่วนอะไหล่ที่เร่งด่วน สินค้าตัวอย่างที่ผู้ซื้อต้องการก่อนสั่งซื้อล็อตใหญ่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงหรือน้ำหนักเบา และสถานการณ์ที่สินค้าทางเรือล่าช้าและต้องการเติมสินค้าทางอากาศบางส่วนเพื่อไม่ให้สินค้าขาดสต๊อก

FCL หรือ LCL: แบบไหนเหมาะกับสินค้าที่ส่งบนเส้นทางนี้
ทั้ง FCL และ LCL รองรับได้ดีระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เดินทางสม่ำเสมอไปยังมะนิลา FCL เหมาะสมเมื่อปริมาณสินค้าเติมสัดส่วนที่มีนัยสำคัญของตู้ได้สม่ำเสมอ สินค้าเดินทางแบบผนึกตู้โดยไม่มีความเสี่ยงจากการรวมสินค้าของผู้ส่งรายอื่น และต้นทุนคงที่ต่อตู้แทนที่จะแปรผันตามปริมาณที่แน่นอน LCL เหมาะกับสินค้าปริมาณน้อย ทดลองส่ง หรือส่งไม่สม่ำเสมอ สินค้าใช้พื้นที่ตู้ร่วมกับสินค้าของผู้ส่งรายอื่น รวมที่ต้นทางและแยกที่ปลายทาง และคิดราคาบนพื้นฐาน revenue ton ที่เทียบปริมาตรสินค้า (CBM) กับน้ำหนัก
สำหรับผู้ส่งสินค้าที่เพิ่งเริ่มส่งออกไปฟิลิปปินส์ หรือกำลังทดสอบความต้องการด้วยล็อตเล็กก่อนตัดสินใจส่งเต็มตู้ LCL ช่วยลดต้นทุนตั้งต้นและความผูกพัน เมื่อปริมาณคำสั่งซื้อเติบโตขึ้นและมีรูปแบบรายเดือนที่สม่ำเสมอ การเปลี่ยนไปใช้ FCL มักกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า โดยเฉพาะบนเส้นทางแหลมฉบัง-มะนิลาที่มีบริการรองรับดี

เอกสารที่ต้องเตรียม
ชุดเอกสารหลักของเส้นทางนี้เหมือนกับมาตรฐานทั่วไปของการขนส่งระหว่างประเทศ คือ Commercial Invoice ที่ระบุรายละเอียดสินค้า จำนวน และมูลค่าที่สำแดง Packing List ที่แจกแจงวิธีบรรจุสินค้าจริง และ Bill of Lading (สำหรับทางทะเล) หรือ Air Waybill (สำหรับทางอากาศ) ที่เป็นหลักฐานสัญญาการขนส่ง
เนื่องจากไทยและฟิลิปปินส์เป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน สินค้าที่ส่งระหว่างสองประเทศอาจได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) โดยใช้ Form D เพื่อขอสิทธิ์ดังกล่าว ทั้งนี้สินค้าแต่ละรายการจะได้สิทธิ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่แตกต่างกันไปตามหมวดหมู่สินค้า จึงควรตรวจสอบกับฟอร์เวิร์ดเดอร์หรือตัวแทนออกของเป็นรายชิปเมนต์ แทนที่จะสันนิษฐานว่าได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ ฝั่งนำเข้าของฟิลิปปินส์ ตัวแทนออกของที่มีใบอนุญาตของผู้รับปลายทางจะเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าอย่างเป็นทางการต่อ Bureau of Customs ใบอนุญาตเพิ่มเติม เช่น สำหรับสินค้าอาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมาตรฐานเฉพาะ หรือหมวดหมู่ที่มีการควบคุมอื่น ๆ อาจจำเป็นขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า และควรตรวจสอบโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฟิลิปปินส์
ทางทะเลเทียบทางอากาศบนเส้นทางนี้
ทางทะเล (Sea Freight)
- คิดราคาตามตู้ (FCL) หรือตาม CBM/น้ำหนัก (LCL) โดยทั่วไปคุ้มค่ากว่าต่อหน่วยสินค้า
- เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก น้ำหนักมาก หรือไม่เร่งด่วน เช่น วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และสินค้าทั่วไป
- ยืดหยุ่นน้อยกว่าเมื่อเรือออกเดินทางแล้ว พลาดรอบจองมักต้องรอรอบเรือถัดไป
ทางอากาศ (Air Freight)
- คิดราคาตาม chargeable weight (ค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักตามปริมาตร) ต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงกว่าทางทะเล
- เหมาะกับสินค้าเร่งด่วน มูลค่าสูง หรือน้ำหนักเบา เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และตัวอย่างสินค้าที่เร่งด่วน
- มีตารางบินให้เลือกบ่อยกว่า ทำให้ยืดหยุ่นในการจองใหม่หากสินค้าล่าช้าที่ต้นทาง
ข้อพิจารณาด้านศุลกากรทั้งสองฝั่ง
พิธีการศุลกากรขาออกในไทยและพิธีการศุลกากรขาเข้าในฟิลิปปินส์เป็นกระบวนการแยกกันสองกระบวนการที่ดำเนินการโดยหน่วยงานศุลกากรคนละหน่วยงาน แต่ละฝ่ายมีข้อกำหนดด้านการสำแดง การจำแนกพิกัด และการประเมินมูลค่าของตัวเอง โดยทั่วไปตัวแทนออกของที่มีใบอนุญาตจะเป็นผู้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการในแต่ละฝั่ง ส่วนฟอร์เวิร์ดเดอร์ทำหน้าที่ประสานเวลาและการสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ได้เป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าเอง
ฝั่งขาออกของไทย ผู้ส่งสินค้า (หรือตัวแทนออกของ) สำแดงสินค้า พิกัดศุลกากร และมูลค่าสำหรับการส่งออก ฝั่งขาเข้าของฟิลิปปินส์ ตัวแทนออกของที่ได้รับการรับรองของผู้รับปลายทางมีหน้าที่ตามกฎระเบียบในการยื่นใบขนขาเข้าต่อ Bureau of Customs และชำระอากรและภาษีที่เกี่ยวข้องตามพิกัดและมูลค่าของฝั่งนั้น เนื่องจากทั้งสองเป็นกระบวนการอิสระต่อกัน ความไม่สอดคล้องระหว่างใบขนขาออกกับใบขนขาเข้า เช่น มูลค่าไม่ตรงกัน หรือคำอธิบายสินค้าต่างกัน เป็นสาเหตุความล่าช้าที่พบได้บ่อย จึงควรตรวจสอบไขว้เอกสารก่อนยื่นเรื่องทั้งสองฝั่งให้รอบคอบ

การวางแผนและจองสินค้า
การจองสินค้าบนเส้นทางนี้เริ่มต้นจากการยืนยันรายละเอียดสำคัญกับผู้ซื้อหรือผู้รับปลายทาง ได้แก่ Incoterm ที่ตกลงกัน น้ำหนักและขนาดสินค้า (หรือ CBM สำหรับทางทะเล) ที่ตั้งจริงของผู้รับปลายทางภายในฟิลิปปินส์เพื่อเลือกท่าเรือหรือสนามบินที่ถูกต้อง และการขนส่งระหว่างเกาะที่อาจจำเป็นหลังจากสินค้าถึงแล้ว จากนั้นฟอร์เวิร์ดเดอร์สามารถเปรียบเทียบตัวเลือกผู้ขนส่ง แนะนำ FCL, LCL หรือทางอากาศตามปริมาณและความเร่งด่วน และยืนยันเอกสารและใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับสินค้าประเภทนั้นโดยเฉพาะ
เนื่องจากภูมิศาสตร์ของฟิลิปปินส์ทำให้ปลายทางจริงของสินค้าอาจอยู่ห่างจากท่าเรือหรือสนามบินที่สินค้าเข้าถึงหลายเกาะ การยืนยันการขนส่งต่อนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึงใครเป็นผู้จัดการและชำระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตาม Incoterm ที่ตกลงกัน ช่วยหลีกเลี่ยงช่องว่างด้านความรับผิดชอบเมื่อสินค้าถึงฟิลิปปินส์แล้ว
ควรพิจารณาทำประกันภัยสินค้าแยกต่างหากจาก Incoterm เพราะ Incoterm เพียงกำหนดจุดที่ความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือเสียหายของสินค้าโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อเท่านั้น ไม่ได้ช่วยชดใช้ความเสียหายหากตู้สินค้าเสียหายระหว่างขนส่งหรือตกทะเล ผู้ส่งสินค้าจำนวนมากจึงยังคงทำประกันภัยสินค้าทางทะเลเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงนี้ ไม่ว่าจะใช้ Incoterm แบบใดก็ตาม การบรรจุภัณฑ์ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจบนเส้นทางนี้ เพราะสินค้าที่ขนส่งทางทะเลระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์อาจต้องเผชิญกับความชื้นเป็นเวลาหลายวัน ทั้งที่ท่าเรือต้นทางก่อนบรรทุกและภายในตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างการเดินทาง สินค้าที่ไวต่อความชื้น เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหารบรรจุหีบห่อ และสิ่งทอ จึงได้ประโยชน์จากบรรจุภัณฑ์กันความชื้น ซองสารดูดความชื้น หรือแผ่นซับในตู้คอนเทนเนอร์ มากกว่าใช้กล่องกระดาษมาตรฐานเพียงอย่างเดียว เรื่องนี้สำคัญยิ่งขึ้นสำหรับสินค้าแบบ LCL ที่อาจถูกขนย้ายและจัดเรียงใหม่หลายครั้งระหว่างกระบวนการรวมและแยกสินค้า มากกว่าตู้ FCL ที่ผนึกและเดินทางโดยไม่ถูกแตะต้องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
เลือกโหมดขนส่งและประตูปลายทางสำหรับเส้นทางนี้
ปริมาณมาก สั่งสม่ำเสมอ ไม่เร่งด่วน ปลายทางเขตมะนิลา
→ Sea Freight แบบ FCL เข้าสู่มะนิลา
ปริมาณสั่งสม่ำเสมอ ปลายทางวิซายาสหรือฟิลิปปินส์ตอนกลาง
→ Sea Freight เข้าสู่เซบู หรือเข้าสู่มะนิลาแล้วขนส่งระหว่างเกาะต่อ
สินค้าปริมาณน้อยหรือส่งทดลอง ไม่เร่งด่วน
→ Sea Freight แบบ LCL ช่วยลดต้นทุนตั้งต้น
เร่งด่วน มูลค่าสูง หรือน้ำหนักเบา
→ Air Freight เข้าสู่นินอย อากิโน หรือมักตัน-เซบู

ปัญหาที่พบบ่อยเฉพาะเส้นทางนี้
มีปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บนเส้นทางไทย-ฟิลิปปินส์โดยเฉพาะ ผู้ส่งสินค้าบางรายสันนิษฐานว่าท่าเรือหรือสนามบินที่สินค้าเข้าถึงคือจุดหมายสุดท้าย แต่พบว่าผู้ซื้อจริง ๆ อยู่บนเกาะอื่น ต้องใช้เรือระหว่างเกาะหรือเที่ยวบินภายในประเทศที่ไม่ได้ตั้งงบหรือวางแผนไว้ บางรายสันนิษฐานว่าการเป็นสมาชิกอาเซียนเพียงอย่างเดียวรับประกันการยกเว้นภาษีโดยไม่ตรวจสอบว่าสินค้าประเภทนั้นเข้าเงื่อนไขกฎถิ่นกำเนิดสินค้าของ ATIGA จริงหรือไม่ จนพบว่าคำขอใช้สิทธิ์ Form D ถูกปฏิเสธหรือสินค้าถูกประเมินในอัตรามาตรฐานแทน
ปัญหาที่สามที่พบบ่อยคือการประเมินบทบาทของตัวแทนออกของฟิลิปปินส์ต่ำเกินไป เนื่องจากกฎระเบียบของฟิลิปปินส์กำหนดให้ต้องมีตัวแทนออกของที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ยื่นใบขนขาเข้า สินค้าที่ยังไม่มีการจัดเตรียมตัวแทนออกของไว้ล่วงหน้าฝั่งผู้รับปลายทางอาจต้องรอที่ท่าเรือจนกว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ ทำให้เกิดความล่าช้าที่หลีกเลี่ยงได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- สันนิษฐานว่าท่าเรือหรือสนามบินของฟิลิปปินส์ที่สินค้าเข้าถึงคือปลายทางสุดท้าย โดยไม่ตรวจสอบว่าต้องมีการขนส่งระหว่างเกาะเพิ่มเติมหรือไม่
- สันนิษฐานว่าสิทธิพิเศษทางภาษี ATIGA ใช้ได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ตรวจสอบกฎถิ่นกำเนิดสินค้าของผลิตภัณฑ์นั้นก่อน
- ไม่จัดเตรียมตัวแทนออกของฟิลิปปินส์ที่ได้รับการรับรองไว้ฝั่งผู้รับปลายทางก่อนสินค้ามาถึง
- ปล่อยให้ใบขนขาออกไทยและใบขนขาเข้าฟิลิปปินส์ระบุรายละเอียดสินค้าหรือมูลค่าไม่ตรงกัน
สิ่งที่ควรเตรียม
- น้ำหนัก ขนาด และปริมาตรของสินค้า (CBM สำหรับทางทะเล)
- Incoterm และที่ตั้งเกาะที่แน่นอนของผู้รับปลายทางที่ตกลงกับผู้ซื้อ
- การยืนยันว่าสินค้ารายการนั้นเข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิพิเศษ ATIGA หรือไม่
- ตัวแทนออกของฟิลิปปินส์ที่ได้รับการรับรอง ซึ่งจัดเตรียมไว้ฝั่งผู้รับปลายทาง
- ชุดเอกสารมาตรฐาน คือ Commercial Invoice, Packing List และ Bill of Lading หรือ Air Waybill
คำถามที่พบบ่อย
การขนส่งทางเรือหรือทางอากาศดีกว่ากันสำหรับส่งสินค้าจากไทยไปฟิลิปปินส์?
ไม่มีตัวเลือกใดดีกว่ากันเสมอไป การขนส่งทางเรือโดยทั่วไปคุ้มค่ากว่าสำหรับสินค้าปริมาณมากที่ไม่เร่งด่วน ส่วนทางอากาศเหมาะกับสินค้าเร่งด่วน มูลค่าสูง หรือน้ำหนักเบา ตัวเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสินค้าและกำหนดเวลาที่แท้จริง
สินค้าของฉันต้องขนส่งต่ออีกช่วงหลังถึงมะนิลาหรือไม่?
หากผู้ซื้ออยู่นอกเขตมะนิลา มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากภูมิศาสตร์หมู่เกาะของฟิลิปปินส์มักต้องใช้เรือระหว่างเกาะหรือเที่ยวบินภายในประเทศเพื่อไปถึงปลายทางจริง จึงควรยืนยันเรื่องนี้กับผู้รับปลายทางและฟอร์เวิร์ดเดอร์ก่อนจอง
ต้องมี Form D สำหรับทุกชิปเมนต์ที่ส่งไปฟิลิปปินส์หรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป Form D เกี่ยวข้องเฉพาะกรณีที่ผู้ส่งสินค้าต้องการขอสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ ATIGA และมีเพียงสินค้าบางประเภทเท่านั้นที่เข้าเงื่อนไขตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้า สินค้าจำนวนมากดำเนินการโดยไม่ต้องใช้เอกสารนี้
ควรเลือก FCL หรือ LCL สำหรับสินค้าที่ส่งไปฟิลิปปินส์?
ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้า FCL เหมาะกับสินค้าที่เติมสัดส่วนที่มีนัยสำคัญของตู้ได้สม่ำเสมอ ส่วน LCL เหมาะกับสินค้าปริมาณน้อยหรือทดลองส่งที่ใช้พื้นที่ตู้ร่วมกันช่วยลดต้นทุนตั้งต้น
ใครเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าในฟิลิปปินส์?
กฎระเบียบของฟิลิปปินส์กำหนดให้ตัวแทนออกของที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าอย่างเป็นทางการต่อ Bureau of Customs แทนผู้รับปลายทาง ฟอร์เวิร์ดเดอร์ทำหน้าที่ประสานงานกระบวนการนี้ แต่ไม่ได้เป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าเอง
มีท่าเรือใดของฟิลิปปินส์ที่ใช้ได้นอกเหนือจากมะนิลา?
เซบูเป็นประตูเพิ่มเติมหลัก ให้บริการวิซายาสและฟิลิปปินส์ตอนกลางโดยตรง ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่านมะนิลาแล้วขนถ่ายสินค้าระหว่างเกาะต่อ