Thai Global FreightOrigin Charges มีอะไรบ้างก่อนสินค้าขึ้นเรือหรือเครื่องบิน
Origin Charges คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือหรือสนามบินต้นทางก่อนสินค้าจะถูกขึ้นเรือหรือเครื่องบิน บทความนี้อธิบายว่าโดยทั่วไปมีอะไรบ้าง ทำไมถึงปรากฏใน Freight Quote และใครมักเป็นผู้จ่าย
สารบัญเนื้อหา
คำตอบโดยสรุป
Origin Charges คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือหรือสนามบินต้นทางก่อนสินค้าจะถูกขึ้นเรือหรือเครื่องบิน แยกจากค่าระวางเรือหรือเครื่องบินหลัก โดยทั่วไปรวมถึงรถบรรทุกภายในประเทศจากสถานที่ของผู้ส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าต้นทาง พิธีการศุลกากรส่งออก ค่าดำเนินการที่ท่าต้นทาง (THC) สำหรับการรับและขึ้นสินค้า และค่าเอกสารหรือค่าธรรมเนียมบริหารจัดการที่เกี่ยวกับการจองและออกใบตราส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายบางรายการคงที่ต่อชิปเมนต์หรือต่อตู้ ขณะที่บางรายการแปรผันตามน้ำหนัก ปริมาตร หรือมูลค่าที่แจ้งของสินค้า Freight Quote ที่ระบุแค่ค่าระวางเรือหรือเครื่องบินโดยไม่มี Origin Charges ไม่ได้หมายความว่าคุ้มค่ากว่าเสมอไป ส่วนใหญ่แค่หมายความว่ายังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเข้าไป และจะปรากฏแยกต่างหากภายหลัง ใครเป็นผู้รับผิดชอบจ่าย Origin Charges จริง ๆ กำหนดโดย Incoterm ที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ภายใต้ EXW ผู้ซื้อรับผิดชอบ ภายใต้ FOB และ CIF ผู้ขายมักรับผิดชอบจนถึงจุดขึ้นสินค้า และภายใต้ DDP ผู้ขายรับผิดชอบพร้อมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แทบทั้งหมดจนถึงการส่งมอบปลายทาง Origin Charges มีโครงสร้างที่สะท้อนกลับกับ Destination Charges คือค่าใช้จ่ายกลุ่มเดียวกันเกิดขึ้นได้ทั้งสองฝั่งของการขนส่ง เพียงแต่เรียกเก็บโดยคนละฝ่ายในคนละสถานที่
สรุปประเด็นสำคัญ
- Origin Charges ครอบคลุมต้นทุนของการนำสินค้าจากสถานที่ของผู้ส่งสินค้าไปจนถึงสถานะขึ้นสินค้าบนเรือหรือเครื่องบินที่ท่าต้นทาง
- โดยทั่วไปรวมถึงรถบรรทุกภายในประเทศ พิธีการศุลกากรส่งออก ค่าดำเนินการที่ท่า และค่าเอกสาร
- Quote ที่ไม่มี Origin Charges ระบุไว้ไม่ได้ถูกกว่าจริง ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นยังคงมีอยู่และมักปรากฏขึ้นภายหลัง
- Incoterm ที่ตกลงในสัญญาซื้อขายเป็นตัวกำหนดว่าใครจ่าย Origin Charges ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้จัดการจอง
- Origin Charges มีโครงสร้างคล้ายกับ Destination Charges เพียงแต่เกิดขึ้นที่ปลายอีกด้านของการขนส่ง
การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทุกครั้งมีค่าใช้จ่ายท้องถิ่นสองชุดขนาบข้างการขนส่งหลัก คือ Origin Charges ที่ท่าเรือหรือสนามบินต้นทางที่สินค้าออกเดินทาง และ Destination Charges ที่ท่าเรือหรือสนามบินปลายทางที่สินค้าไปถึง Origin Charges มักเป็นครึ่งที่มองเห็นได้น้อยกว่า เพราะเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ส่งสินค้าจะติดต่อกับส่วนนี้โดยตรง แต่ก็เป็นส่วนที่แท้จริงและมักมีนัยสำคัญของต้นทุนในการนำสินค้าขึ้นเรือหรือเครื่องบินตั้งแต่แรก
การเข้าใจว่าอะไรอยู่ในกลุ่ม Origin Charges และใครมีหน้าที่ตามสัญญาที่ต้องจ่าย ช่วยอธิบายว่าทำไมค่าระวางที่เสนอมาจึงไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดเสมอไป และป้องกันความประหลาดใจที่ไม่น่ายินดีเมื่อใบแจ้งหนี้เต็มมาถึงพร้อมรายการที่ไม่เคยอยู่ในตัวเลขหลักตั้งแต่แรก
สรุปประเด็นสำคัญ
Origin Charges คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือหรือสนามบินต้นทาง แยกจากค่าระวางเรือหรือเครื่องบินโดยตรง
โดยทั่วไปรวมถึงพิธีการศุลกากรส่งออก ค่าดำเนินการที่ท่า เอกสาร และรถบรรทุกไปยังท่าเรือหรือสนามบิน
Quote ที่ระบุแค่ค่าระวางเรือ โดยไม่มี Origin Charges ไม่จำเป็นต้องถูกกว่าจริง อาจแค่ไม่ครบถ้วนเท่านั้น
ใครจ่าย Origin Charges ขึ้นอยู่กับ Incoterm ที่ตกลงกัน ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้จัดการจอง
Origin Charges บางรายการคงที่ต่อชิปเมนต์หรือต่อตู้ ขณะที่บางรายการแปรผันตามน้ำหนัก ปริมาตร หรือมูลค่าที่แจ้ง
Origin Charges มีโครงสร้างคล้ายกับ Destination Charges คือค่าใช้จ่ายกลุ่มเดียวกันเกิดขึ้นได้ทั้งสองฝั่งของการขนส่ง
Origin Charges ครอบคลุมอะไรบ้างโดยทั่วไป
Origin Charges ครอบคลุมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการนำสินค้าจากสถานที่ของผู้ส่งสินค้าไปจนถึงสถานะขึ้นสินค้าพร้อมออกเดินทางที่ท่าเรือหรือสนามบินต้นทาง องค์ประกอบที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามรูปแบบการขนส่งและท่าเรือหรือสนามบินแต่ละแห่ง แต่มีบางหมวดหมู่ที่เกิดขึ้นซ้ำในการขนส่งส่วนใหญ่
รถบรรทุกภายในประเทศไปยังท่าเรือหรือสนามบิน ขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าหรือโรงงานของผู้ส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าต้นทาง สำหรับ FCL ทางเรือมักหมายถึงการนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าไปวางที่สถานที่ของผู้ส่งสินค้าก่อน แล้วจึงบรรทุกตู้ที่บรรจุสินค้าแล้วไปยังท่าเรือ พิธีการศุลกากรส่งออกครอบคลุมการยื่นใบขนสินค้าส่งออกและขอใบอนุญาตที่จำเป็นก่อนสินค้าจะได้รับอนุญาตให้ออกจากประเทศตามกฎหมาย โดยทั่วไปดำเนินการโดยตัวแทนออกของที่มีใบอนุญาตในนามของผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ ค่าดำเนินการที่ท่าต้นทาง (มักย่อว่า Origin THC) คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ดำเนินการท่าเรือหรือสนามบินเรียกเก็บสำหรับการรับ จัดเตรียม และขึ้นสินค้าบนเรือหรือเครื่องบินจริง ๆ และค่าเอกสารหรือค่าธรรมเนียมบริหารจัดการครอบคลุมส่วนเอกสาร คือการจัดทำใบตราส่งสินค้าทางเรือหรือทางอากาศ การยืนยันการจอง และเอกสารเฉพาะชิปเมนต์อื่น ๆ ที่ฟอร์เวิร์ดเดอร์หรือผู้ขนส่งออกให้
ขึ้นอยู่กับชิปเมนต์ อาจมีค่าใช้จ่ายฝั่งต้นทางเพิ่มเติมได้อีกด้วย เช่น ค่าซีลตู้คอนเทนเนอร์ ค่ารมควันหรือค่าตรวจสอบในกรณีที่จำเป็น หรือค่าใช้จ่ายเฉพาะสำหรับสินค้าบางประเภท แต่สี่หมวดหมู่ข้างต้นคือส่วนใหญ่ของรายการ Origin Charges ทั่วไปใน Freight Quote

ทำไม Origin Charges ถึงแยกเป็นรายการต่างหาก
Origin Charges โดยทั่วไปเรียกเก็บแยกจากค่าระวางเรือหรือเครื่องบิน เพราะเกิดขึ้นจากหลายฝ่ายที่ต่างกัน ค่าระวางเองกำหนดโดยผู้ขนส่งสำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างท่าเรือหรือสนามบิน ส่วน Origin Charges กำหนดโดยผู้ดำเนินการท่า ตัวแทนออกของ และบริษัทรถบรรทุกที่ต้นทาง แต่ละฝ่ายเป็นอิสระที่ฟอร์เวิร์ดเดอร์ประสานงานและจ่ายค่าใช้จ่ายในนามของผู้ส่งสินค้า
การแยกกันนี้เป็นเหตุผลที่ Quote แบบ Freight-Only ล้วน ๆ อาจดูต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างน่าเข้าใจผิด Quote ที่แสดงแค่ค่าระวางเรือหรือเครื่องบินไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่ต่ำกว่าจริง แต่เพียงไม่ได้รวมต้นทุนจริงที่ยังคงต้องจ่ายก่อนสินค้าจะออกเดินทางได้ เมื่อเปรียบเทียบ Quote จากฟอร์เวิร์ดเดอร์หลายราย การตรวจสอบว่า Origin Charges รวมอยู่ด้วยหรือไม่ และหากรวม รายการใดบ้าง เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเปรียบเทียบแบบเดียวกัน แทนที่จะเปรียบเทียบ Quote เต็มกับ Quote ที่ยังไม่ครบ
Origin Charges ยังมักผันแปรมากกว่าค่าระวางเรือหรือเครื่องบินเอง เพราะค่าธรรมเนียมท่าท้องถิ่น ต้นทุนตัวแทนออกของ และระยะทางรถบรรทุก แตกต่างกันไปในแต่ละผู้ส่งสินค้า แม้จะเป็นสินค้าที่ผ่านท่าเรือหรือสนามบินเดียวกัน
Origin Charges โดยทั่วไปครอบคลุมอะไรบ้าง

ใครจ่าย Origin Charges: บทบาทของ Incoterms
ใครมีหน้าที่จัดการและจ่าย Origin Charges กำหนดโดย Incoterm ที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในสัญญาซื้อขายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดเป็นผู้จองชิปเมนต์หรือจัดการฟอร์เวิร์ดเดอร์
ภายใต้ EXW (Ex Works) ผู้ซื้อรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่สถานที่ของผู้ขายเป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อรับผิดชอบ Origin Charges ทั้งหมดพร้อมกับค่าระวางและทุกอย่างหลังจากนั้น ภายใต้ FOB (Free on Board) ผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges จนถึงจุดที่สินค้าถูกขึ้นเรือ หลังจากนั้นความรับผิดชอบจะโอนไปยังผู้ซื้อ นี่เป็นหนึ่งในการจัดการที่พบบ่อยที่สุดสำหรับ Freight ทางเรือโดยเฉพาะ เพราะขีดเส้นแบ่งชัดเจนที่จุดขึ้นสินค้า ภายใต้ CIF (Cost, Insurance and Freight) ผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges บวกกับค่าระวางเรือหลักและประกันภัยจนถึงท่าเรือปลายทาง และภายใต้ DDP (Delivered Duty Paid) ผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges พร้อมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แทบทั้งหมดจนถึงการส่งมอบปลายทางถึงประตูบ้านผู้ซื้อ รวมถึง Destination Charges และอากรนำเข้า
เนื่องจากชิปเมนต์เดียวกันอาจถูกจองโดยฟอร์เวิร์ดเดอร์ของผู้ซื้อหรือผู้ขายก็ได้ ขึ้นอยู่กับ Incoterm สุดท้ายแล้ว Incoterm ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจ่าย ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้ถือการจอง ฟอร์เวิร์ดเดอร์ของผู้ซื้ออาจยังคงเป็นผู้จัดการโลจิสติกส์ฝั่งต้นทางได้ภายใต้ Incoterm บางแบบ ขณะที่ต้นทุนนั้นถูกส่งกลับไปให้ผู้ขายรับผิดชอบตามสัญญา รูปแบบหนึ่งที่พูดถึงกันน้อยกว่าคือ FCA (Free Carrier) ซึ่งความรับผิดชอบโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ ซึ่งอาจเป็นสถานที่ของผู้ขายเองหรือ Terminal ของผู้ขนส่งที่ระบุไว้ในสัญญา หากสถานที่ที่ระบุคือสถานที่ของผู้ขายเอง การแบ่งค่าใช้จ่ายฝั่งต้นทางจะใกล้เคียงกับ EXW แต่หากเป็นคลังสินค้าของฟอร์เวิร์ดเดอร์หรือลานตู้ใกล้ท่าเรือแทน ผู้ขายจะยังต้องรับผิดชอบอย่างน้อยค่ารถบรรทุกภายในประเทศ และอาจรวมถึงค่าดำเนินการที่ท่าขั้นต้นด้วย แม้ผู้ขายจะไม่ได้รับผิดชอบ Origin Charges เต็มรูปแบบแบบที่เป็นภายใต้ FOB ก็ตาม การยืนยันให้ชัดเจนว่าสถานที่ที่ระบุภายใต้สัญญา FCA อยู่ที่ใด จึงสำคัญพอ ๆ กับการยืนยัน Incoterm เอง
Origin Charges เทียบกับ Destination Charges
Origin Charges และ Destination Charges มีโครงสร้างที่สะท้อนกลับกัน คือหมวดหมู่กว้าง ๆ เดียวกัน ได้แก่ ค่าดำเนินการที่ท่า พิธีการศุลกากร รถบรรทุก และเอกสาร เกิดขึ้นได้ทั้งสองฝั่งของการขนส่ง เพียงแต่จัดการโดยฝ่ายท้องถิ่นคนละราย และโดยทั่วไปเรียกเก็บจากคนละฝ่ายขึ้นอยู่กับ Incoterm
ความแตกต่างเชิงปฏิบัติหลักคือฝั่งใดของธุรกรรมมักสังเกตเห็นก่อน Origin Charges มักถูกรวมไว้ใน Freight Quote ที่ผู้ส่งสินค้าได้รับล่วงหน้า เพราะฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่จองช่วงส่งออกมีข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วน Destination Charges มักเรียกเก็บโดยฝ่ายอื่น บางครั้งเป็นตัวแทนของผู้รับสินค้าเองหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ปลายทาง และอาจมาถึงในลักษณะที่น่าประหลาดใจกว่า หากไม่ได้แจกแจงชัดเจนตั้งแต่ตอนจอง การเข้าใจทั้งสองส่วนช่วยให้ผู้ส่งสินค้าหรือผู้ซื้อเห็นต้นทุนที่แท้จริงแบบ Door-to-Door ของชิปเมนต์ แทนที่จะเห็นแค่ค่าระวางหลักตรงกลาง
ใครมักเป็นผู้จ่าย Origin Charges ภายใต้ Incoterms ที่พบบ่อย
EXW (Ex Works)
→ ผู้ซื้อจัดการและจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างตั้งแต่สถานที่ของผู้ขายเป็นต้นไป รวมถึง Origin Charges ทั้งหมด
FOB (Free on Board)
→ ผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges จนถึงจุดที่สินค้าถูกขึ้นเรือ ผู้ซื้อรับช่วงต่อจากจุดนั้น
CIF (Cost, Insurance and Freight)
→ ผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges บวกกับค่าระวางหลักและประกันภัยไปยังท่าเรือปลายทาง
DDP (Delivered Duty Paid)
→ ผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges พร้อมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แทบทั้งหมดจนถึงการส่งมอบปลายทาง

ตัวอย่าง
ผู้ส่งออกไทยรายหนึ่งได้รับ Quote FCL สองฉบับสำหรับชิปเมนต์เดียวกัน ฉบับแรกแสดงแค่ค่าระวางเรือและดูต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ฉบับที่สองแสดงค่าระวางเรือบวกกับส่วน Origin Charges ที่แจกแจงชัดเจน ครอบคลุมรถบรรทุกไปท่าเรือ พิธีการศุลกากรส่งออก และ Origin THC
เมื่อเปรียบเทียบอย่างละเอียดขึ้น ฟอร์เวิร์ดเดอร์รายแรกยืนยันว่ามี Origin Charges เช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้รวมอยู่ในตัวเลขเริ่มต้น และจะออกใบแจ้งหนี้เมื่อจองชิปเมนต์แล้ว เมื่อปรับ Quote ทั้งสองฉบับให้มีขอบเขตเดียวกัน ยอดรวมสุดท้ายใกล้เคียงกัน และผู้ส่งออกเลือกฟอร์เวิร์ดเดอร์รายที่สอง เพียงเพราะ Quote ที่แจกแจงชัดเจนทำให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงตั้งแต่แรก แทนที่จะต้องคุยตามหาค่าใช้จ่ายที่ขาดหายไปในภายหลัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เปรียบเทียบ Quote แบบ Freight-Only กับ Quote เต็มที่รวม Origin Charges โดยไม่ปรับให้ขอบเขตเท่ากันก่อน
- เข้าใจว่าฝ่ายที่จองชิปเมนต์เป็นฝ่ายที่ต้องจ่าย Origin Charges โดยอัตโนมัติ
- ไม่ตรวจสอบว่ารายการใดบ้างรวมอยู่ใน "Origin Charges" ก่อนตอบรับ Quote
- มองข้ามว่า Incoterm ที่ใช้ ไม่ใช่การจัดการการจอง เป็นตัวกำหนดว่าใครรับผิดชอบ Origin Charges ในที่สุด
สิ่งที่ควรเตรียม
- Quote ที่แจกแจง Origin Charges แยกจากค่าระวางเรือหรือเครื่องบิน
- ความชัดเจนว่าใช้ Incoterm ใดกับชิปเมนต์ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าใครจ่าย Origin Charges
- การยืนยันว่า Origin THC พิธีการศุลกากร รถบรรทุก และเอกสาร ครอบคลุมอะไรบ้างสำหรับท่าเรือหรือสนามบินนั้น ๆ
คำถามที่พบบ่อย
Origin Charges เหมือนกันทุกท่าเรือหรือสนามบินหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน ค่าธรรมเนียมดำเนินการที่ท่า ระยะทางรถบรรทุก และต้นทุนตัวแทนออกของท้องถิ่น แตกต่างกันไปตามท่าเรือหรือสนามบิน ดังนั้น Origin Charges สำหรับสินค้าและปริมาณเดียวกันอาจแตกต่างกันไปตามต้นทางแต่ละแห่ง
ค่าระวางที่ต่ำกว่าหมายความว่าต้นทุนรวมต่ำกว่าเสมอเมื่อรวม Origin Charges แล้วหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป ค่าระวางหลักที่ต่ำกว่าอาจถูกหักล้างด้วย Origin Charges ที่สูงกว่าหรือเพิ่มเติมที่เรียกเก็บแยกต่างหาก ดังนั้นการเปรียบเทียบที่น่าเชื่อถือคือต้นทุนรวมของทั้งค่าระวางและ Origin Charges รวมกัน
ใครจ่าย Origin Charges ภายใต้เงื่อนไข FOB?
ภายใต้ FOB โดยทั่วไปผู้ขายรับผิดชอบ Origin Charges จนถึงจุดที่สินค้าถูกขึ้นเรือ หลังจากนั้นความรับผิดชอบจะโอนไปยังผู้ซื้อ
Origin Charges เปลี่ยนแปลงได้หลังจากจองชิปเมนต์ไปแล้วหรือไม่?
เป็นไปได้หากน้ำหนัก ปริมาตร หรือความต้องการด้านการดำเนินการจริงต่างจากที่แจ้งไว้ตอนแรก หรือหากอัตราค่าธรรมเนียมท้องถิ่นที่ท่าเปลี่ยนแปลง การยืนยันฐานของ Origin Charges ที่เสนอไว้ล่วงหน้าช่วยลดโอกาสที่จะมีการปรับที่ไม่คาดคิด
Origin THC เหมือนกับ Destination THC หรือไม่?
เป็นค่าใช้จ่ายประเภทเดียวกัน คือค่าดำเนินการที่ท่า แต่เกิดขึ้นที่คนละฝั่งของการขนส่งและเรียกเก็บแยกต่างหากโดยผู้ดำเนินการท่าต้นทางและปลายทาง ซึ่งโดยทั่วไปเป็นคนละบริษัทที่คนละท่าเรือ
Origin Charges ของสินค้า LCL แตกต่างจาก FCL เต็มตู้หรือไม่?
ใช่ ในเชิงโครงสร้าง สินค้า LCL มีขั้นตอนเพิ่มเติมคือการรวมสินค้าที่ Container Freight Station (CFS) ต้นทาง ซึ่งนำสินค้าจากผู้ส่งหลายรายมารวมในตู้เดียวกัน และค่าดำเนินการที่ CFS นี้เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากหมวดหมู่เดิมที่ใช้กับ FCL คือ รถบรรทุก พิธีการศุลกากรส่งออก และเอกสาร ไม่ได้มาแทนที่กัน เนื่องจากค่าใช้จ่าย LCL มักคำนวณต่อคิวบิกเมตรหรือต่อกิโลกรัม แทนที่จะเป็นอัตราคงที่ต่อตู้ ต้นทุน Origin Charges รวมของสินค้า LCL ปริมาณน้อยจึงอาจสูงกว่าสัดส่วนที่เทียบเท่ากับ Origin Charges ของตู้ FCL เมื่อคิดตามสัดส่วน
Origin Charges สำหรับ Air Freight ทำงานเหมือนกับ Ocean Freight หรือไม่?
หมวดหมู่กว้าง ๆ เดียวกันยังคงใช้ ได้แก่ รถบรรทุกไปสนามบิน พิธีการศุลกากรส่งออก ค่าดำเนินการที่ท่า และเอกสาร แต่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องและโครงสร้างค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน ค่าดำเนินการที่ Terminal สำหรับ Air Cargo เรียกเก็บโดยตัวแทนดำเนินการสินค้าของสนามบิน ไม่ใช่ผู้ดำเนินการ Terminal ท่าเรือ และเนื่องจาก Air Freight มักคิดค่าระวางต่อกิโลกรัมของน้ำหนักที่คิดค่าระวาง ค่าใช้จ่ายต้นทางที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารหรือการตรวจสอบความปลอดภัย จึงมักเรียกเก็บต่อชิปเมนต์หรือต่อกิโลกรัม แทนที่จะเป็นอัตราคงที่ต่อตู้แบบที่พบใน Ocean Freight
หากผู้ขายจ่าย Origin Charges ภายใต้ Incoterm เช่น CIF ผู้ซื้อจะต้องจ่ายทางอ้อมหรือไม่?
ทางอ้อมแล้ว ใช่ ในความหมายที่ว่า Origin Charges ที่ผู้ขายจ่ายมักถูกรวมเข้าไปในราคาต่อหน่วยหรือส่วนค่าระวางที่เสนอให้ผู้ซื้อ แทนที่จะเป็นต้นทุนที่ผู้ขายรับภาระเองทั้งหมด ความแตกต่างในทางปฏิบัติจากการจัดการแบบ EXW หรือ FOB ไม่ใช่ว่า Origin Charges หายไป แต่เป็นว่าผู้ซื้อไม่เห็นเป็นรายการแยกต่างหาก และไม่ต้องประสานงานโดยตรงกับฟอร์เวิร์ดเดอร์ต้นทางเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเอง