Thai Global Freightขั้นตอน Booking เรือสำหรับ FCL: จากขอ Rate ถึง Booking Confirmation
การจองเรือแบบ FCL มีขั้นตอนมากกว่าแค่ขอระวางจากสายเรือ บทความนี้อธิบายว่า Booking FCL ดำเนินไปอย่างไรจริง ๆ ตั้งแต่ขอ Rate จนถึง Booking Confirmation
สารบัญเนื้อหา
คำตอบโดยสรุป
การจองชิปเมนต์ FCL ดำเนินผ่านลำดับขั้นตอนที่แยกจากกัน ไม่ใช่คำขอครั้งเดียว เริ่มจากการขอ Rate จากสายเรือหนึ่งรายหรือหลายราย ตามด้วยคำขอจองอย่างเป็นทางการเมื่อยอมรับ Rate แล้ว จากนั้นสายเรือจะออก Booking Confirmation ซึ่งเป็นเอกสารที่กันระวางไว้จริง ระบุชื่อเรือ หมายเลขเที่ยวเรือ เลขที่การจอง และวันที่ Cut-Off ที่เกี่ยวข้อง จากจุดนั้น ตู้เปล่าจะถูกปล่อยให้รับไปบรรจุสินค้า ส่ง Shipping Instruction ก่อนถึง Cut-Off ประกาศน้ำหนักรวมที่ยืนยันแล้ว และนำตู้ส่งเข้าท่าเรือก่อนถึง Gate-In Cut-Off เมื่อตู้ถูกบรรทุกขึ้นเรือแล้วเท่านั้น สายเรือจึงจะออกใบตราส่ง ใบเสนอราคาและ Booking Confirmation ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ใบเสนอราคาระบุราคาพร้อมอายุการใช้งานจำกัด ส่วน Booking Confirmation กันระวางไว้บนเรือลำที่ระบุจริง โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ส่งสินค้าต้องทำตาม Cut-Off ที่ระบุให้ทัน
สรุปประเด็นสำคัญ
- การจอง FCL ดำเนินผ่านการขอ Rate คำขอจอง Booking Confirmation เอกสาร และ Cut-Off เป็นขั้นตอนที่แยกจากกัน
- ใบเสนอราคาไม่ใช่การกันระวาง เป็นเพียงการระบุราคาที่มีอายุการใช้งานจำกัด ระวางจะยังไม่ถูกกันไว้จนกว่าสายเรือจะยืนยันการจอง
- Booking Confirmation ระบุชื่อเรือ เที่ยวเรือ และ Cut-Off เป็นเอกสารที่ใช้อนุญาตปล่อยตู้ให้รับไปใช้งาน
- Shipping Instruction และ VGM เป็นการส่งข้อมูลแยกกัน ต้องทำหลังบรรจุตู้แต่ก่อนถึง Cut-Off ของแต่ละส่วน
- ใบตราส่งจะออกก็ต่อเมื่อตู้ถูกบรรทุกขึ้นเรือแล้ว โดยอิงจาก Shipping Instruction ที่ส่งไว้ก่อนหน้า
- ฟอร์เวิร์ดเดอร์มักดูแลคำขอจอง เอกสาร และการติดตาม Cut-Off แทนผู้ส่งสินค้า โดยประสานงานกับสายเรือในแต่ละขั้นตอน
การจองระวางเรือแบบเต็มตู้ (FCL) อาจฟังดูเหมือนธุรกรรมเดียวจบ คือขอระวางจากสายเรือ ได้ตู้มา แล้วส่งสินค้า แต่กระบวนการจริงดำเนินผ่านลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน แต่ละขั้นมีเอกสาร เส้นตาย และฝ่ายที่รับผิดชอบของตัวเอง การข้ามขั้นตอนในความคิด เช่น เข้าใจว่าใบเสนอราคากันตู้ไว้ให้แล้ว เป็นความสับสนที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่จอง FCL เป็นครั้งแรก
การไล่ดูกระบวนการตามลำดับ ตั้งแต่การขอ Rate เริ่มต้นจนถึงจุดที่ใบตราส่งถูกออก ช่วยให้เห็นชัดว่าเอกสารแต่ละฉบับหมายถึงอะไรจริง ๆ และงานประสานงานของฟอร์เวิร์ดเดอร์อยู่ตรงไหนระหว่างผู้ส่งสินค้ากับสายเรือในแต่ละขั้น
สรุปประเด็นสำคัญ
การจอง FCL ดำเนินผ่านหลายขั้นตอนที่แยกจากกัน ทั้งขอ Rate คำขอจอง Booking Confirmation เอกสาร และ Cut-Off ไม่ใช่การโทรครั้งเดียวจบ
ใบเสนอราคาไม่ใช่การจอง ระวางจะยังไม่ถูกกันไว้จนกว่าคำขอจองจะถูกส่งและได้รับการยอมรับจากสายเรือ
Booking Confirmation คือเอกสารที่กันระวางไว้จริง ระบุชื่อเรือ หมายเลขเที่ยวเรือ และวันที่ Cut-Off ที่เกี่ยวข้อง
การปล่อยตู้และรับอุปกรณ์เกิดขึ้นหลัง Booking Confirmation โดยอ้างอิงหมายเลขตู้และเลขที่การจอง
Shipping Instruction และการประกาศ VGM เป็นการส่งข้อมูลแยกกัน ต้องทำหลังบรรจุตู้เสร็จแต่ก่อนถึง Cut-Off ของแต่ละส่วน
ใบเสนอราคามีอายุการใช้งานจำกัดและอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนการจองจะได้รับการยืนยัน โดยเฉพาะช่วงที่ระวางเรือตึงตัว
ขั้นตอนที่ 1 และ 2: ขอ Rate และคำขอจอง
กระบวนการเริ่มต้นด้วยการขอ Rate ผู้ส่งสินค้ามักผ่านฟอร์เวิร์ดเดอร์ ขอราคาจากสายเรือหนึ่งรายหรือหลายราย สำหรับต้นทาง ปลายทาง ขนาดตู้ และช่วงเวลาเรือออกที่ต้องการ สายเรือจะตอบกลับด้วยใบเสนอราคา ซึ่งระบุราคาและมักมีระยะเวลาการใช้งานจำกัด เพราะ Rate อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามระวางเรือและความต้องการที่เปลี่ยนไป
เมื่อยอมรับ Rate แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือคำขอจองอย่างเป็นทางการ เป็นการขอกันระวางจริง ระบุเรือหรือช่วงเวลาเรือออกที่ต้องการ จำนวนและขนาดตู้ และประเภทสินค้าที่จะส่ง นี่เป็นการกระทำที่ต่างจากการขอ Rate อย่างมีนัยสำคัญ ใบเสนอราคาระบุเพียงว่าการจองจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไรหากทำการจองจริง ส่วนคำขอจองคือการขอทำการจองนั้นจริง ๆ สายเรือยังสามารถปฏิเสธคำขอจองได้ หากระวางบนรอบเรือนั้นเต็มแล้ว แม้ Rate เองจะยังใช้ได้กับรอบเรือถัดไปก็ตาม

ขั้นตอนที่ 3: Booking Confirmation — เอกสารที่กันระวางไว้จริง
เมื่อสายเรือยอมรับคำขอจองแล้ว จะออก Booking Confirmation เอกสารนี้คือสิ่งที่กันระวางไว้บนเรือลำที่ระบุจริง โดยทั่วไปจะระบุชื่อเรือและหมายเลขเที่ยวเรือ เลขที่การจอง จำนวนและประเภทตู้ และวันที่ Cut-Off ที่ผู้ส่งสินค้าต้องทำให้ทัน ทั้ง Booking, SI, VGM และ Gate-In
ควรอ่าน Booking Confirmation อย่างละเอียด ไม่ควรเก็บไว้เฉย ๆ โดยไม่อ่าน เพราะเป็นเอกสารต้นทางของทุกอย่างที่ตามมา ทั้งการปล่อยตู้ เส้นตาย Cut-Off และเลขที่อ้างอิงที่เชื่อมโยงตู้จริงกับการจองนี้ตลอดกระบวนการที่เหลือ ความไม่ตรงกันระหว่าง Booking Confirmation กับตู้ที่ถูกบรรทุกขึ้นเรือจริง เช่น ขนาดผิด หรือสินค้าที่ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ตอนจอง อาจก่อปัญหาในภายหลังได้ แม้เอกสารส่วนอื่นจะดูเรียบร้อยดีก็ตาม
นอกจากนี้ Booking Confirmation มักระบุประเภทตู้ที่มากกว่าตู้แห้งมาตรฐานทั่วไปด้วย เช่น ตู้เย็น ตู้เปิดด้านบน ตู้แบนราบ หรือตู้บรรจุของเหลว ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อกำหนดการจัดการที่ท่าเรือของตัวเอง การยืนยันรหัสประเภทอุปกรณ์ที่ถูกต้องบน Booking ช่วยหลีกเลี่ยงความไม่ตรงกันเมื่อปล่อยตู้เปล่าออกมาจริง สายเรือบางรายยังระบุตาราง Cut-Off เบื้องต้นไว้บน Booking Confirmation เอง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้หากเส้นทางเดินเรือของเรือลำนั้นเปลี่ยนไป จึงควรตรวจสอบซ้ำอีกครั้งใกล้วันเรือออก แทนที่จะอ้างอิงเฉพาะตัวเลขที่ระบุไว้ตอนจองเท่านั้น
ขั้นตอนการ Booking FCL ทีละขั้น
- 1
1. ขอ Rate
ผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ขอ Rate จากสายเรือหนึ่งรายหรือหลายราย ระบุต้นทาง ปลายทาง ขนาดตู้ และช่วงเวลาเรือออกที่ต้องการ
- 2
2. คำขอจอง (Booking Request)
เมื่อยอมรับ Rate แล้ว จะส่งคำขอจองอย่างเป็นทางการ ระบุเรือที่เลือก จำนวนตู้ และประเภทสินค้า
- 3
3. Booking Confirmation
สายเรือออก Booking Confirmation ระบุชื่อเรือ หมายเลขเที่ยวเรือ เลขที่การจอง และวันที่ Cut-Off ที่เกี่ยวข้อง เอกสารนี้คือสิ่งที่กันระวางไว้จริง
- 4
4. ปล่อยตู้และรับตู้
ตู้เปล่าถูกปล่อยให้ผู้ส่งสินค้าหรือบริษัทรถบรรทุก โดยอ้างอิงเลขที่การจอง เพื่อนำไปบรรจุที่โรงงานหรือคลังสินค้า
- 5
5. บรรจุตู้และส่ง Shipping Instruction
บรรจุสินค้าเข้าตู้และส่ง Shipping Instruction ให้สายเรือก่อนถึง SI Cut-Off
- 6
6. ประกาศ VGM และนำตู้เข้าลาน
ประกาศน้ำหนักรวมที่ยืนยันแล้วของตู้ที่บรรจุเสร็จแล้ว และนำตู้ส่งเข้าท่าเรือก่อนถึง Gate-In Cut-Off
- 7
7. บรรทุกขึ้นเรือและออกใบตราส่ง
ตู้ถูกบรรทุกขึ้นเรือ และสายเรือออกใบตราส่งตาม Shipping Instruction ที่ยืนยันแล้ว
ขั้นตอนที่ 4 และ 5: ปล่อยตู้และบรรจุสินค้า
เมื่อการจองได้รับการยืนยันแล้ว ตู้เปล่าจะถูกปล่อยให้รับไปได้ โดยทั่วไปให้กับบริษัทรถบรรทุกที่ผู้ส่งสินค้ากำหนด โดยอ้างอิงเลขที่การจอง จากนั้นตู้จะถูกขนไปยังโรงงานหรือคลังสินค้าเพื่อบรรจุสินค้า ขั้นตอนนี้ต้องเผื่อเวลาของตัวเองไว้ก่อนถึง Cut-Off ของ SI และ VGM
เมื่อการบรรจุกำลังดำเนินการหรือเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์จะส่ง Shipping Instruction ให้สายเรือ ซึ่งเป็นชุดข้อมูลครอบคลุมผู้รับสินค้า ผู้รับแจ้ง เครื่องหมายและหมายเลข และรายละเอียดสินค้า ที่สายเรือใช้จัดทำร่างใบตราส่ง ต้องส่งก่อนถึง SI Cut-Off และควรตรวจสอบความไม่สอดคล้องระหว่าง Shipping Instruction กับ Commercial Invoice หรือ Packing List ก่อนส่ง เพราะการแก้ไขภายหลังอาจช้ากว่า และในบางกรณีอาจมีค่าธรรมเนียมแก้ไขจากสายเรือด้วย
ควรตรวจสอบหมายเลขตู้เทียบกับเลขที่การจองทันทีที่รับตู้เปล่ามา เพราะบางครั้งบริษัทรถบรรทุกอาจได้รับอุปกรณ์ผิดจากลานตู้ การพบความไม่ตรงกันนี้ตั้งแต่ตอนรับตู้ ก่อนที่ตู้จะไปถึงโรงงาน แก้ไขได้ง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับการพบหลังจากบรรจุสินค้าเข้าไปแล้ว

ขั้นตอนที่ 6 และ 7: VGM, Gate-In, การบรรทุก และใบตราส่ง
เมื่อบรรจุตู้เสร็จแล้ว ต้องประกาศน้ำหนักรวมที่ยืนยันแล้วของตู้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามอนุสัญญา SOLAS ที่ท่าเรือใช้อ้างอิงก่อนจะรับตู้เข้าบรรทุก ต้องส่งประกาศนี้ก่อนถึง VGM Cut-Off และตัวตู้เองต้องไปถึงท่าเรือก่อนถึง CY หรือ Gate-In Cut-Off ซึ่งโดยทั่วไปเป็นเส้นตายสุดท้ายในลำดับก่อนเรือออก
เมื่อท่าเรือรับตู้เข้าแล้ว ตรวจสอบกับข้อมูลการจองและ VGM แล้ว และบรรทุกขึ้นเรือแล้ว สายเรือจะออกใบตราส่งโดยอิงจาก Shipping Instruction ที่ส่งไว้ก่อนหน้า และยืนยันว่าสินค้าได้ถูกบรรทุกขึ้นเรือจริงแล้ว (สำหรับ On-Board Bill of Lading) ไม่ใช่แค่รับสินค้าไว้เพื่อรอส่ง จากมุมมองของผู้ส่งสินค้า นี่คือจุดที่กระบวนการจองสิ้นสุดลง และสัญญาขนส่งเอง ซึ่งมีใบตราส่งเป็นหลักฐาน จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นเอกสารหลักสำหรับการเดินทางที่เหลือ
ใบตราส่งเองสามารถออกได้มากกว่าหนึ่งรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ส่งสินค้า เช่น ชุดต้นฉบับสำหรับธุรกรรมที่ใช้ Letter of Credit การปล่อย Telex Release เมื่อผู้รับสินค้าต้องการรับสินค้าได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอเอกสารต้นฉบับส่งทางไปรษณีย์ หรือ Seaway Bill เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารที่โอนสิทธิ์ได้เลย การเลือกรูปแบบที่ถูกต้องเป็นการตัดสินใจที่ควรทำแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะตอนที่ส่ง Shipping Instruction เพราะการเปลี่ยนรูปแบบใบตราส่งภายหลังที่สายเรือเริ่มดำเนินการไปแล้ว อาจทำให้เกิดความล่าช้าในจังหวะที่ใกล้วันเรือออกที่สุด
ใบเสนอราคาเทียบกับ Booking Confirmation
ใบเสนอราคา (Rate Quotation)
- ระบุราคาสำหรับต้นทาง ปลายทาง และขนาดตู้ที่กำหนด
- มีอายุการใช้งานจำกัดและอาจถูกยกเลิกหรือแก้ไขได้ก่อนการจอง
- ไม่ได้กันระวางบนเรือลำใดลำหนึ่งไว้
- มีประโยชน์สำหรับเปรียบเทียบสายเรือก่อนตัดสินใจจอง
Booking Confirmation
- ระบุชื่อเรือ หมายเลขเที่ยวเรือ และเลขที่การจองที่เจาะจง
- ระบุ Cut-Off ของ SI, VGM และ Gate-In ที่ผู้ส่งสินค้าต้องทำให้ทัน
- เป็นเอกสารที่ใช้อนุญาตปล่อยตู้ให้รับไปใช้งาน
- ยืนยันว่าระวางถูกกันไว้บนรอบเรือนั้นจริง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำตาม Cut-Off ที่ระบุให้ทัน

ฟอร์เวิร์ดเดอร์ดูแลอะไรบ้างในแต่ละขั้นตอน
ผู้ส่งสินค้าที่จองตรงกับสายเรือต้องดูแลทุกขั้นตอนข้างต้นด้วยตัวเอง ผู้ส่งสินค้าส่วนใหญ่จึงเลือกทำงานผ่านฟอร์เวิร์ดเดอร์แทน ซึ่งโดยทั่วไปจะดูแลการเปรียบเทียบ Rate จากหลายสายเรือ ส่งคำขอจอง ติดตาม Cut-Off ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จัดเตรียมและตรวจสอบ Shipping Instruction และประสานงานการส่ง VGM กับกำหนดเวลา Gate-In ร่วมกับบริษัทรถบรรทุก
บทบาทการประสานงานนี้คือจุดที่ฟอร์เวิร์ดเดอร์สร้างมูลค่าในขั้นตอนการจองโดยเฉพาะ ไม่ใช่การเปลี่ยนสิ่งที่สายเรือกำหนดในแต่ละขั้นตอน แต่คือการทำให้แน่ใจว่าไม่มีจุดใดในลำดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นตายเอกสาร ระยะเวลา Rate หรือความเปลี่ยนแปลงของ Cut-Off ถูกพลาดไปในระหว่างที่สินค้ายังอยู่ในขั้นตอนผลิตและบรรจุ สำหรับผู้ส่งสินค้าที่จองตรงกับสายเรือเป็นครั้งแรก ลำดับขั้นตอนเดียวกันนี้ยังคงใช้ เพียงแต่ไม่มีตัวกลางคอยติดตามแต่ละเส้นตายแทนเท่านั้น
การประสานงานนี้ยังครอบคลุมถึงการจัดการสถานการณ์ที่มีบางอย่างผิดพลาดในลำดับขั้นตอนด้วย เช่น Rate ที่ถูกแก้ไขหลังยอมรับไปแล้ว เรือที่ถูกเลื่อนรอบทำให้การจองต้องขยับไปรอบถัดไป หรือท่าเรือที่ปฏิเสธรับตู้ตอน Gate-In เพราะเอกสารไม่ตรงกัน ฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายสายเรือมักอยู่ในตำแหน่งที่แก้ไขสถานการณ์เหล่านี้ได้เร็วกว่า เพราะการยกระดับปัญหาผ่านผู้ติดต่อที่รู้จักกันมักเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าผู้ส่งสินค้าที่ต้องติดต่อแผนก Booking ทั่วไปของสายเรือโดยไม่มีความสัมพันธ์มาก่อน
ตัวอย่าง
สมมติผู้ส่งออกรายหนึ่งกำลังส่งสินค้าในตู้ 40 ฟุตจากประเทศไทย ฟอร์เวิร์ดเดอร์ขอ Rate จากสายเรือสามราย สำหรับช่วงเวลาเรือออกที่ต้องการ และเมื่อยอมรับ Rate จากรายหนึ่งแล้ว จึงส่งคำขอจองระบุเรือที่เลือกไว้ อีกไม่กี่วันต่อมา สายเรือออก Booking Confirmation ระบุชื่อเรือ หมายเลขเที่ยวเรือ และ Cut-Off ของ SI, VGM และ Gate-In
ตู้เปล่าถูกปล่อยให้บริษัทรถบรรทุกของผู้ส่งออกและนำไปส่งที่โรงงาน เมื่อบรรจุสินค้าเสร็จแล้ว ฟอร์เวิร์ดเดอร์ส่ง Shipping Instruction โดยตรวจสอบกับ Commercial Invoice ก่อน ประกาศ VGM ไม่นานหลังชั่งน้ำหนัก และตู้ที่บรรจุแล้วถูกขนส่งไปยังท่าเรือก่อนถึง Gate-In Cut-Off
อีกไม่กี่วันหลังเรือออกเดินทาง สายเรือออกใบตราส่ง ยืนยันว่าสินค้าถูกบรรทุกขึ้นเรือแล้ว จากมุมมองของผู้ส่งออก กระบวนการดูเหมือนการจองที่ต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียว แต่เบื้องหลังดำเนินผ่านเจ็ดขั้นตอนที่แยกจากกัน แต่ละขั้นมีเอกสารและเส้นตายของตัวเอง โดยมีฟอร์เวิร์ดเดอร์ประสานงานอยู่ตลอดกระบวนการ
ใครทำหน้าที่อะไรระหว่างขั้นตอน Booking
| ขั้นตอน | ผู้ส่งสินค้า | ฟอร์เวิร์ดเดอร์ | สายเรือ |
|---|---|---|---|
| ขอ Rate | ให้รายละเอียดสินค้าและช่วงเวลาเรือออกที่ต้องการ | ขอและเปรียบเทียบ Rate จากหลายสายเรือ | ออกใบเสนอราคาพร้อมระบุอายุการใช้งาน |
| คำขอจอง | อนุมัติสายเรือและ Rate ที่เลือก | ส่งคำขอจองอย่างเป็นทางการแทนผู้ส่งสินค้า | ยอมรับหรือปฏิเสธคำขอตามระวางที่ว่าง |
| เอกสาร | ให้ข้อมูล Commercial Invoice และ Packing List | จัดเตรียมและส่ง Shipping Instruction และ VGM | ออกใบตราส่งตามข้อมูลที่ส่งเข้ามา |
| ติดตาม Cut-Off | ทำตามกำหนดการผลิตและบรรจุภายในของตัวเอง | ติดตาม Cut-Off ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและแจ้งเตือนความเปลี่ยนแปลง | กำหนดและบางครั้งแก้ไขเวลา Cut-Off |

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่าใบเสนอราคากันระวางบนเรือไว้ให้แล้ว
- ไม่อ่าน Booking Confirmation อย่างละเอียด จนพลาดวันที่ Cut-Off หรือความไม่ตรงกันของขนาดตู้ที่ระบุไว้
- ส่ง Shipping Instruction ที่ไม่ตรงกับ Commercial Invoice หรือ Packing List จนต้องแก้ไขในภายหลัง
- จัดตารางชั่งน้ำหนัก VGM ใกล้ Cut-Off เกินไป จนไม่มีเวลาเผื่อหากเกิดความล่าช้าที่จุดชั่งน้ำหนัก
- สันนิษฐานว่า Rate ที่ยอมรับไว้หลายสัปดาห์ก่อนยังคงใช้ได้ ณ เวลาที่ส่งคำขอจองจริง
สิ่งที่ควรเตรียม
- รายละเอียดสินค้า ทั้งประเภท น้ำหนัก และจำนวน/ขนาดตู้ ให้พร้อมก่อนขอ Rate
- ช่วงเวลาเรือออกที่ต้องการ หรือเส้นตายที่ชิปเมนต์ต้องทำให้ทัน
- Booking Confirmation ที่ตรวจสอบแล้วว่าตรงกับตู้ที่ถูกปล่อยและบรรจุจริง
- ข้อมูลที่สอดคล้องกันระหว่าง Commercial Invoice, Packing List และ Shipping Instruction
คำถามที่พบบ่อย
กระบวนการ Booking FCL ใช้เวลานานแค่ไหนตั้งแต่ขอ Rate ถึง Booking Confirmation?
แตกต่างกันไปตามสายเรือ เส้นทาง และความรวดเร็วในการยอมรับ Rate และส่งคำขอจอง ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้ทุกกรณี ควรสอบถามโดยตรงกับสายเรือหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่ดูแลการจองนั้น
Booking Confirmation ยกเลิกได้หลังออกแล้วหรือไม่?
โดยทั่วไปยกเลิกได้ แต่สายเรืออาจเรียกเก็บค่า No-Show หรือค่ายกเลิก ขึ้นอยู่กับว่ายกเลิกใกล้ Cut-Off แค่ไหนและนโยบายของสายเรือแต่ละราย
จำเป็นต้องใช้ฟอร์เวิร์ดเดอร์ในการจอง FCL หรือจองตรงกับสายเรือได้เลย?
การจองตรงกับสายเรือทำได้ โดยเฉพาะผู้ส่งสินค้าที่มีปริมาณสม่ำเสมอและสูง ผู้ส่งสินค้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่ไม่มีทีมโลจิสติกส์ประจำ มักทำงานผ่านฟอร์เวิร์ดเดอร์เพื่อดูแลการเปรียบเทียบ Rate เอกสาร และการติดตาม Cut-Off
หากมีข้อผิดพลาดใน Shipping Instruction หลังส่งไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
การแก้ไขต้องส่งถึงสายเรือก่อนที่จะออกใบตราส่งฉบับสมบูรณ์ การแก้ไขหลังจากจุดนั้นมักช้ากว่า และในบางกรณีอาจมีค่าธรรมเนียมแก้ไข จึงเป็นเหตุผลที่ควรตรวจสอบ Shipping Instruction กับ Invoice และ Packing List ก่อนส่งให้ดี
ใบตราส่งออกพร้อมกับ Booking Confirmation หรือไม่?
ไม่พร้อมกัน Booking Confirmation ออกในช่วงต้นของกระบวนการเพื่อกันระวางไว้ ส่วนใบตราส่งจะออกในภายหลัง หลังจากตู้ถูกบรรทุกขึ้นเรือแล้วจริง โดยอิงจาก Shipping Instruction ที่ส่งไว้ระหว่างทาง