Skip to content
Thai Global Freight
ตู้คอนเทนเนอร์และ CBM
ภาพถ่ายประกอบบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box?Thai Global Freight

SOC กับ COC Container ต่างกันอย่างไร และใครเป็นเจ้าของตู้

ตู้ SOC (Shipper's Own Container) และ COC (Carrier's Own Container) ต่างกันในเรื่องความเป็นเจ้าของ ต้นทุน และความรับผิดชอบในการนำตู้กลับ บทความนี้อธิบายผลต่อผู้ส่งออกที่ต้องเลือกใช้

ผู้เขียน: Thai Global Freight Editorial Teamตรวจทานโดย: Thai Global Freight Editorial Teamเผยแพร่: 2026-08-25อัปเดตล่าสุด: 2026-08-25ตรวจสอบล่าสุด: 2026-08-25
สารบัญเนื้อหา
  1. 01COC หมายความว่าอะไร
  2. 02SOC หมายความว่าอะไร
  3. 03ทำไมผู้ส่งสินค้าอาจเลือกใช้ SOC
  4. 04ข้อแลกเปลี่ยนด้านต้นทุนและความรับผิดชอบ
  5. 05จะตัดสินใจเลือกระหว่าง SOC กับ COC อย่างไร
  6. 06สภาพตู้และบันทึกการส่งมอบตู้
  7. 07ข้อพิจารณาด้านประกันภัยสำหรับ SOC
  8. 08ขั้นตอนการจองที่แตกต่างในทางปฏิบัติ
  9. 09แนวคิดค่าดีมเมอเรจและดีเทนชันภายใต้ SOC

คำตอบโดยสรุป

SOC (Shipper's Own Container) และ COC (Carrier's Own Container) อธิบายว่าใครเป็นเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้สำหรับสินค้าล็อตหนึ่ง และความแตกต่างด้านความเป็นเจ้าของนี้เป็นตัวกำหนดว่าใครรับผิดชอบการจัดหา นำตู้เข้า และนำตู้เปล่ากลับ ภายใต้ COC ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานและพบบ่อยกว่ามาก สายเรือจัดหาตู้ให้เป็นส่วนหนึ่งของบริการขนส่ง นำตู้เปล่าเข้าเพื่อบรรจุสินค้า และรับตู้กลับที่ Depot ที่กำหนดหลังขนถ่ายสินค้าเสร็จ ภายในช่วงเวลาฟรีที่ตกลงกันไว้ ภายใต้ SOC ผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์เป็นเจ้าของหรือเช่าตู้แยกต่างหาก และสายเรือเพียงขนส่งตู้ในฐานะอุปกรณ์ที่เป็นกลางต่อสินค้าระหว่างการเดินเรือเท่านั้น ผู้ส่งสินค้า (หรือตัวแทน) มักรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับตู้ก่อนและหลังการเดินทางนั้น รวมถึงการนำตู้เปล่ากลับหลังขนสินค้าออกแล้ว SOC ช่วยให้ผู้ส่งสินค้าหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ของสายเรือ และให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้ตู้ต่อ แต่โอนภาระด้านโลจิสติกส์และต้นทุนที่สายเรือมักรับผิดชอบภายใต้ COC มาให้ผู้ส่งสินค้าแทน การเลือกรูปแบบใดขึ้นอยู่กับเส้นทาง ประเภทสินค้า และความสามารถของผู้ส่งสินค้าในการจัดการตู้นอกเหนือจากท่าเรือ SOC มักพบบ่อยกว่าในเส้นทางที่ตู้ขาดสมดุล หรือในกลุ่มผู้ส่งสินค้าที่มีกองตู้ของตนเองอยู่แล้ว

สรุปประเด็นสำคัญ

  • COC (Carrier's Own Container) คือรูปแบบมาตรฐานทั่วไป สายเรือเป็นผู้จัดหาตู้ในฐานะส่วนหนึ่งของบริการขนส่ง และรับตู้กลับหลังใช้งาน
  • SOC (Shipper's Own Container) หมายถึงผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์เป็นเจ้าของหรือเช่าตู้แยกต่างหาก และสายเรือเพียงขนส่งตู้ในฐานะอุปกรณ์ที่เป็นกลางต่อสินค้าเท่านั้น
  • สำหรับ SOC ผู้ส่งสินค้ามักต้องรับผิดชอบการนำตู้เปล่ากลับหลังขนถ่ายสินค้าเสร็จ แทนที่จะเพียงคืนตู้ที่ Depot ที่สายเรือกำหนด
  • SOC อาจช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับตู้ของสายเรือ แต่โอนภาระต้นทุนและการจัดการด้านตู้มาให้ผู้ส่งสินค้าแทน
  • SOC มักใช้บ่อยกว่าในเส้นทางที่ตู้คอนเทนเนอร์ขาดสมดุล สินค้าเฉพาะทาง หรือผู้ส่งสินค้าที่มีกองตู้ของตนเองหรือเช่าไว้อยู่แล้ว

ผู้ส่งสินค้าส่วนใหญ่ไม่เคยคิดว่าใครเป็นเจ้าของตู้เหล็กที่สินค้าของตนเดินทางไปด้วย สายเรือเป็นผู้จัดหาให้ ผู้ส่งสินค้าเพียงบรรจุของและตู้ก็เดินทางไป รูปแบบมาตรฐานนี้มีชื่อเรียกว่า COC และพบได้บ่อยจนผู้ส่งสินค้าหลายรายไม่เคยพบทางเลือกอื่นเลย แต่ทางเลือกอื่นก็มีอยู่ นั่นคือ SOC ซึ่งผู้ส่งสินค้าเองเป็นเจ้าของหรือเช่าตู้ที่ใช้งาน การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญที่สุดสำหรับผู้ส่งสินค้าที่ทำงานกับเส้นทางการค้าที่ตู้ขาดสมดุล สินค้าเฉพาะทาง หรือปริมาณสินค้าที่มากพอที่ต้นทุนและความพร้อมของอุปกรณ์เริ่มมีความสำคัญ

บทความนี้อธิบายว่า SOC และ COC หมายความว่าอะไรจริง ๆ ความรับผิดชอบต่อตู้แตกต่างกันอย่างไรระหว่างสองรูปแบบนี้ และสถานการณ์แบบใดที่แต่ละรูปแบบมักเหมาะสมกว่า

สรุปประเด็นสำคัญ

แผงสรุปประเด็นสำคัญของบทความเรื่อง SOC กับ COC Container
  • COC (Carrier's Own Container) คือรูปแบบมาตรฐานทั่วไป สายเรือเป็นผู้จัดหาตู้ในฐานะส่วนหนึ่งของบริการขนส่ง และรับตู้กลับหลังใช้งาน

  • SOC (Shipper's Own Container) หมายถึงผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์เป็นเจ้าของหรือเช่าตู้แยกต่างหาก และสายเรือเพียงขนส่งตู้ในฐานะอุปกรณ์ที่เป็นกลางต่อสินค้าเท่านั้น

  • สำหรับ SOC ผู้ส่งสินค้ามักต้องรับผิดชอบการนำตู้เปล่ากลับหลังขนถ่ายสินค้าเสร็จ แทนที่จะเพียงคืนตู้ที่ Depot ที่สายเรือกำหนด

  • SOC อาจช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับตู้ของสายเรือ แต่โอนภาระต้นทุนและการจัดการด้านตู้มาให้ผู้ส่งสินค้าแทน

  • SOC มักใช้บ่อยกว่าในเส้นทางที่ตู้คอนเทนเนอร์ขาดสมดุล สินค้าเฉพาะทาง หรือผู้ส่งสินค้าที่มีกองตู้ของตนเองหรือเช่าไว้อยู่แล้ว

  • การเลือกระหว่าง SOC กับ COC ขึ้นอยู่กับเส้นทาง สินค้า และความสามารถของผู้ส่งสินค้าในการจัดการตู้คอนเทนเนอร์นอกเหนือจากท่าเรือ

COC หมายความว่าอะไร

COC ย่อมาจาก Carrier's Own Container และอธิบายวิธีมาตรฐานที่สินค้าคอนเทนเนอร์ส่วนใหญ่ใช้งาน คือสายเรือเป็นเจ้าของหรือเช่ากองตู้ นำตู้เปล่าเข้าไปที่สถานประกอบการของผู้ส่งสินค้าหรือจุดที่กำหนดเพื่อบรรจุสินค้า และรวมการใช้อุปกรณ์นั้นไว้เป็นส่วนหนึ่งของบริการขนส่งที่ขาย เมื่อสินค้าถูกนำออกที่ปลายทางแล้ว ภาระของผู้ส่งสินค้าคือการคืนตู้เปล่าที่ Depot ที่สายเรือกำหนดภายในระยะเวลาฟรีที่ตกลงกันไว้

ภายใต้ COC สายเรือรับผิดชอบ และต้นทุนที่แฝงอยู่ในราคาโดยรวม ในการบริหารกองตู้ นำตู้เปล่ากลับไปยังจุดที่มีความต้องการ และดูแลรักษาอุปกรณ์ สำหรับผู้ส่งสินค้าส่วนใหญ่ สิ่งนี้แทบไม่ปรากฏให้เห็นเลย การจองสินค้าแล้วมีตู้พร้อมบรรจุคือประสบการณ์ที่ COC ถูกออกแบบมาให้เป็น

ภาพประกอบที่ 1 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box?
ภาพประกอบที่ 1 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box? — Thai Global Freight

SOC หมายความว่าอะไร

SOC ย่อมาจาก Shipper's Own Container และอธิบายรูปแบบที่ผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์เป็นเจ้าของตู้เอง หรือเช่าตู้แยกต่างหากจากบริษัทให้เช่าตู้ แทนที่จะเช่าจากสายเรือ ในรูปแบบนี้ บทบาทของสายเรือจำกัดอยู่ที่การขนส่งตู้ในฐานะสินค้าเท่านั้น ตัวตู้เองถูกถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เป็นกลางต่อสินค้าสำหรับการจองขนส่งทางเรือ แยกจากกองตู้ของสายเรือเอง

เนื่องจากตู้ไม่ได้เป็นของสายเรือ สายเรือจึงไม่มีภาระในการนำตู้กลับเมื่อตู้ว่างเปล่า ภาระนั้นตกเป็นของผู้ส่งสินค้าหรือตัวแทน ซึ่งต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับตู้ต่อไป ไม่ว่าจะคืนที่ Depot ที่ผู้ส่งสินค้าจัดเตรียมไว้ จัดเก็บเพื่อใช้ซ้ำ หรือนำไปใช้สำหรับสินค้าล็อตอื่นทั้งหมด

SOC เทียบกับ COC Container

ตารางเปรียบเทียบตู้ SOC (Shipper's Own Container) กับ COC (Carrier's Own Container) ครอบคลุมความเป็นเจ้าของ โครงสร้างต้นทุน และความรับผิดชอบในการนำตู้กลับ

SOC (Shipper's Own Container)

  • ตู้เป็นของหรือเช่าแยกต่างหากโดยผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์
  • ผู้ส่งสินค้ามักรับผิดชอบการจัดหา นำตู้เข้า และนำตู้เปล่ากลับ
  • อาจหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ของสายเรือได้

COC (Carrier's Own Container)

  • ตู้เป็นของหรือเช่าโดยสายเรือ และจัดหาให้เป็นส่วนหนึ่งของบริการขนส่ง
  • สายเรือรับผิดชอบนำตู้เปล่าเข้าและรับตู้กลับหลังขนถ่ายสินค้าเสร็จ
  • ผู้ส่งสินค้าโดยทั่วไปคืนตู้เปล่าที่ Depot ที่สายเรือกำหนดภายในระยะเวลาฟรีที่กำหนดไว้

ทำไมผู้ส่งสินค้าอาจเลือกใช้ SOC

SOC มักปรากฏในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่กี่แบบ ความไม่สมดุลของตู้ในเส้นทางการค้า ซึ่งตู้เปล่าหายากหรือมีต้นทุนสูงในการนำกลับในทิศทางหนึ่ง อาจทำให้อุปกรณ์ที่สายเรือจัดหาให้หายากหรือมีราคาสูงขึ้นในบางช่วงเวลา ทำให้ผู้ส่งสินค้าจัดหาตู้ของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดนั้น สินค้าเฉพาะทางที่ต้องใช้ตู้ดัดแปลงหรือไม่ใช่มาตรฐาน หรือตู้ที่ใช้เฉพาะสินค้าประเภทเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนหรือปัญหาสารตกค้าง ก็มักจัดการผ่าน SOC เช่นกัน เพราะกองตู้ทั่วไปของสายเรืออาจไม่เหมาะกับความต้องการเฉพาะของสินค้านั้น

ผู้ส่งสินค้าที่มีปริมาณสูงและมีกองตู้ของตนเองหรือเช่าไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นอยู่แล้ว เช่น เพื่อการกระจายสินค้าในประเทศควบคู่กับการส่งออก อาจพบว่าคุ้มค่ากว่าที่จะใช้อุปกรณ์ชุดเดียวกันนั้นสำหรับสินค้าระหว่างประเทศ แทนที่จะจ่ายค่าตู้ที่สายเรือจัดหาให้เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว

ภาพประกอบที่ 2 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box?
ภาพประกอบที่ 2 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box? — Thai Global Freight

ข้อแลกเปลี่ยนด้านต้นทุนและความรับผิดชอบ

จุดดึงดูดหลักของ SOC มักเป็นการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ของสายเรือ เพราะผู้ส่งสินค้าไม่ได้เช่าตู้ของสายเรือ แต่ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้นั้นต้องชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่ผู้ส่งสินค้าต้องรับแทน ได้แก่ ต้นทุนการเป็นเจ้าของหรือเช่าตู้เอง การจัดเตรียมตู้ก่อนบรรจุสินค้า และที่สำคัญคือการจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นกับตู้หลังขนถ่ายสินค้าเสร็จ เพราะไม่มี Depot ของสายเรือที่มีภาระต้องรับตู้กลับ

ภาระการนำตู้กลับนี้มักเป็นส่วนที่ผู้ส่งสินค้าประเมินต่ำเกินไป ตู้ SOC เปล่าที่ทิ้งไว้ที่ปลายทางโดยไม่มีแผนการนำกลับหรือใช้ซ้ำ อาจกลายเป็นปัญหาต้นทุนและโลจิสติกส์ที่คงค้างอยู่ โดยเฉพาะในประเทศหรือท่าเรือที่ผู้ส่งสินค้าไม่มีตัวแทนในพื้นที่ที่จัดการเรื่องนี้ได้ การประเมิน SOC อย่างตรงไปตรงมาต้องคำนวณต้นทุนตลอดวงจรทั้งหมด ไม่ใช่แค่การประหยัดที่เห็นในขาส่งออกเท่านั้น

ขั้นตอนของสินค้าที่ใช้ตู้ SOC โดยทั่วไป

ขั้นตอนแสดงลำดับของสินค้าที่ใช้ตู้ SOC ตั้งแต่การจัดหาตู้ การบรรจุสินค้า การขนส่ง การขนถ่าย จนถึงการนำตู้กลับ
  1. 1

    จัดหาหรือเช่าตู้

    ผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์จัดหาตู้ จากกองตู้ของตนเองหรือจากบริษัทให้เช่าตู้แยกต่างหาก

  2. 2

    บรรจุสินค้าและจองในสถานะ SOC

    บรรจุสินค้าลงตู้และจองกับสายเรือ โดยระบุสถานะเป็นตู้ของผู้ส่งสินค้า ไม่ใช่อุปกรณ์ของสายเรือ

  3. 3

    สายเรือขนส่งตู้

    สายเรือขนส่งตู้ในฐานะอุปกรณ์ที่เป็นกลาง ผ่านเส้นทางเดินเรือที่จองไว้ เช่นเดียวกับตู้อื่นบนเรือ

  4. 4

    ขนถ่ายและส่งมอบ

    ตู้ถูกขนถ่ายและส่งมอบให้ผู้รับสินค้าเพื่อนำสินค้าออก เช่นเดียวกับรูปแบบอื่น

  5. 5

    นำตู้เปล่ากลับ

    ผู้ส่งสินค้าหรือตัวแทนจัดการตู้เปล่าต่อ ไม่ว่าจะเป็นการคืน จัดเก็บ หรือใช้สำหรับสินค้าล็อตอื่น แทนที่จะคืนตู้ที่ Depot ของสายเรือ

ภาพประกอบที่ 3 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box?
ภาพประกอบที่ 3 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box? — Thai Global Freight

จะตัดสินใจเลือกระหว่าง SOC กับ COC อย่างไร

สำหรับผู้ส่งสินค้าส่วนใหญ่ที่ขนส่งสินค้าทั่วไปบนเส้นทางการค้ามาตรฐานที่ตู้มีความสมดุล COC ยังคงเป็นทางเลือกมาตรฐานที่ง่ายกว่าและมักคุ้มค่ากว่า เพราะให้สายเรือรับภาระด้านโลจิสติกส์ของอุปกรณ์แทนที่จะโอนมาให้ผู้ส่งสินค้าอย่างที่ SOC ทำ SOC จะคุ้มค่าแก่การพิจารณาโดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เช่น ตู้ขาดแคลนต่อเนื่องในเส้นทางนั้น สินค้าที่ต้องการอุปกรณ์เฉพาะทางหรือใช้เฉพาะสินค้าจริง ๆ หรือกองตู้ที่มีอยู่แล้วที่ผู้ส่งสินค้าสามารถนำมาใช้ได้

ฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่มีประสบการณ์กับทั้งสองรูปแบบสามารถช่วยประเมินว่ารูปแบบใดเหมาะกับสินค้าล็อตหรือรูปแบบการขนส่งเฉพาะเจาะจง รวมถึงประเมินต้นทุนที่สมจริงของการนำตู้กลับภายใต้ SOC ก่อนตัดสินใจ แทนที่จะตัดสินใจจากแรงดึงดูดของการหลีกเลี่ยงค่าอุปกรณ์ของสายเรือเพียงอย่างเดียว

ภาพประกอบที่ 4 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box?
ภาพประกอบที่ 4 ของบทความ SOC vs COC Containers: What's the Difference, and Who Owns the Box? — Thai Global Freight

สภาพตู้และบันทึกการส่งมอบตู้

แม้สายเรือจะไม่ได้เป็นเจ้าของตู้ SOC แต่ก็ยังต้องมีบันทึกสภาพของตู้ ณ จุดที่รับตู้เข้ามาดูแล เพราะสายเรือยังคงต้องรับผิดชอบความปลอดภัยในการจัดวางและขนถ่ายตู้ตลอดช่วงที่ตู้อยู่บนเรือหรืออยู่ในความดูแลของสายเรือ โดยทั่วไปจะบันทึกผ่านใบรับส่งมอบอุปกรณ์ (Equipment Interchange Receipt) ณ จุดรับเข้าท่าเรือ ระบุความเสียหายที่มีอยู่ก่อนที่สายเรือจะรับตู้เข้าเพื่อบรรจุ ตู้ที่มาถึงในสภาพไม่ดีอาจถูกปฏิเสธที่ประตูท่าเรือ ซึ่งสำหรับสินค้า SOC หมายถึงความล่าช้าที่ผู้ส่งสินค้าต้องแก้ไขเอง แทนที่จะได้รับตู้ทดแทนง่าย ๆ เหมือนผู้ส่งสินค้าที่ใช้ COC

บันทึกการส่งมอบเดียวกันนี้สำคัญอีกครั้งเมื่อขนถ่ายสินค้า เพราะเป็นจุดที่ความรับผิดชอบของสายเรือต่อตู้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ และภาระการนำตู้กลับของผู้ส่งสินค้าเริ่มต้นขึ้น หากไม่มีบันทึกสภาพตู้ที่ชัดเจนทั้งสองฝั่ง จะยากขึ้นที่จะระบุว่าความเสียหายของตู้เกิดขึ้นระหว่างที่อยู่ในความดูแลของสายเรือหรือหลังส่งมอบคืนแล้ว ซึ่งเป็นช่องว่างที่สำคัญกว่าสำหรับ SOC มากกว่า COC เพราะไม่มีกระบวนการ Depot ของสายเรือให้พึ่งพาได้

ข้อพิจารณาด้านประกันภัยสำหรับ SOC

ประกันภัยสินค้าที่คุ้มครองของภายในตู้ทำงานเหมือนกันไม่ว่าตู้จะเป็น SOC หรือ COC สิ่งที่ต่างกันคือความคุ้มครองตัวตู้เอง ภายใต้ COC ตู้เป็นทรัพย์สินของสายเรือ ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการความคุ้มครองของสายเรือเองสำหรับกองตู้ทั้งหมด ผู้ส่งสินค้าโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำประกันแยกสำหรับตัวตู้ ภายใต้ SOC ตู้เป็นทรัพย์สินเพิ่มเติมที่ผู้ส่งสินค้าเป็นเจ้าของหรือเช่าอยู่ และเงื่อนไขความรับผิดมาตรฐานของสายเรือสำหรับความเสียหายของสินค้าไม่ได้ครอบคลุมถึงมูลค่าของตู้ SOC ที่สูญหายหรือเสียหายโดยอัตโนมัติ เพราะตู้นั้นไม่เคยเป็นทรัพย์สินของสายเรือตั้งแต่แรก

ผู้ส่งสินค้าที่ใช้ SOC เป็นประจำควรตรวจสอบกับบริษัทประกันหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ว่าประกันสินค้าที่มีอยู่ครอบคลุมถึงตัวตู้ด้วยหรือไม่ หรือจำเป็นต้องจัดทำความคุ้มครองอุปกรณ์แยกต่างหาก เรื่องนี้ถูกมองข้ามได้ง่ายเพราะไม่ปรากฏให้เห็นเลยภายใต้ COC ผู้ส่งสินค้าที่ไม่เคยต้องทำประกันตู้แยกภายใต้รูปแบบมาตรฐานอาจนึกไม่ถึงที่จะสอบถามเรื่องนี้เมื่อเปลี่ยนมาใช้ SOC

ขั้นตอนการจองที่แตกต่างในทางปฏิบัติ

การจองสินค้าแบบ SOC มีขั้นตอนเพิ่มเติมบางอย่างที่การจองแบบ COC ไม่มี ผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ต้องแจ้งรายละเอียดของตู้ ทั้งรหัสเจ้าของตู้และหมายเลขตู้ ให้สายเรือทราบก่อนยืนยันการจอง เพื่อให้ระบบของสายเรือรู้จักตู้นั้นว่าเป็นอุปกรณ์ภายนอก ไม่ใช่ตู้จากกองตู้ของตนเอง สายเรือบางรายกำหนดให้ผู้ส่งสินค้าต้องลงทะเบียนเป็นผู้ใช้ SOC ที่ได้รับอนุมัติ หรือทำข้อตกลงเฉพาะก่อนยอมรับอุปกรณ์ของผู้ส่งสินค้าขึ้นเรือ เพราะสายเรือต้องรับภาระความรับผิดชอบด้านการจัดวางและขนถ่ายตู้ที่ตนเองไม่ได้ควบคุมการบำรุงรักษา

สายเรือโดยทั่วไปยังตรวจสอบว่าตู้ตรงตามมาตรฐานโครงสร้างและความปลอดภัยที่ใช้ รวมถึงแผ่นป้ายรับรองความปลอดภัยที่ยังมีผล ก่อนยอมรับตู้เพื่อบรรจุสินค้า เพราะสายเรือยังคงต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของทุกสิ่งที่บรรทุกบนเรือ ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของตู้ ผู้ส่งสินค้าที่เพิ่งเริ่มใช้ SOC ควรวางแผนรวมขั้นตอนการลงทะเบียนและตรวจสอบนี้ไว้ในกรอบเวลาการทำงาน แทนที่จะคาดหวังว่าการจอง SOC จะยืนยันได้เร็วเท่ากับการจอง COC มาตรฐาน

แนวคิดค่าดีมเมอเรจและดีเทนชันภายใต้ SOC

ค่าดีมเมอเรจและดีเทนชันตามความเข้าใจทั่วไป คือค่าใช้จ่ายของสายเรือหรือท่าเรือที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่ตู้ของสายเรือหรือพื้นที่ท่าเรือถูกใช้งานเกินระยะเวลาฟรีที่ตกลงกันไว้ เนื่องจากตู้ SOC ไม่ใช่อุปกรณ์ของสายเรือ ส่วนของดีเทนชันที่ผูกกับตู้ของสายเรือโดยทั่วไปจึงไม่ใช้กับ SOC ในลักษณะเดียวกัน เพราะไม่มีนาฬิกานับเวลาของ Depot สายเรือที่นับถอยหลังสำหรับอุปกรณ์ที่สายเรือไม่ได้เป็นเจ้าของ อย่างไรก็ตาม ค่าจัดเก็บที่ท่าเรือเป็นเรื่องแยกต่างหาก และยังคงเรียกเก็บได้กับตู้ SOC ที่วางอยู่ในลานท่าเรือ เพราะค่าใช้จ่ายนี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่ถูกใช้งาน ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของตู้

ความแตกต่างนี้บางครั้งถูกเข้าใจผิดว่า SOC ทำให้ไม่มีความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเลย ในทางปฏิบัติ SOC เพียงตัดค่าใช้จ่ายประเภทเดียวออกไป คือดีเทนชันของอุปกรณ์สายเรือ แต่ยังคงเหลือค่าจัดเก็บที่ท่าเรือและต้นทุนการนำตู้กลับของผู้ส่งสินค้าเองอยู่เต็มที่ ดังนั้นสินค้า SOC ที่ถูกทิ้งไว้ที่ท่าเรือหรือลานเก็บตู้เป็นเวลานานก็ยังสามารถสะสมต้นทุนได้ เพียงแต่อยู่ในชื่อที่ต่างออกไปและจ่ายให้กับฝ่ายที่ต่างออกไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เลือก SOC เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงค่าอุปกรณ์ของสายเรือ โดยไม่คำนวณต้นทุนเต็มของการนำตู้กลับในภายหลัง
  • ไม่ยืนยันว่าใครรับผิดชอบตู้เปล่าหลังขนถ่ายสินค้าเสร็จ ก่อนตกลงจองแบบ SOC
  • เข้าใจว่ากองตู้ของสายเรือเหมาะสมกับสินค้าเฉพาะทางเสมอ โดยไม่ตรวจสอบว่า SOC จะเหมาะสมกว่าจริงหรือไม่
  • ทิ้งตู้ SOC เปล่าไว้ที่ปลายทางโดยไม่มีแผนการนำกลับ ทำให้กลายเป็นต้นทุนที่คงค้างอยู่

สิ่งที่ควรเตรียม

  • ภาพรวมความพร้อมและต้นทุนของตู้คอนเทนเนอร์ในเส้นทางการค้าเฉพาะเจาะจงนั้น เพื่อประเมินว่า SOC หรือ COC เหมาะสมกว่า
  • แผนการนำตู้เปล่ากลับที่ปลายทาง หากเลือกใช้ SOC
  • การยืนยันจากสายเรือเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการจองนั้นจัดการในรูปแบบ SOC หรือ COC
  • ฟอร์เวิร์ดเดอร์ที่มีประสบการณ์ในการประเมิน SOC เทียบกับ COC สำหรับประเภทสินค้าและเส้นทางที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

SOC ในการขนส่งย่อมาจากอะไร?

SOC ย่อมาจาก Shipper's Own Container หมายถึงตู้ที่ใช้สำหรับสินค้าล็อตนั้นเป็นของหรือเช่าแยกต่างหากโดยผู้ส่งสินค้าหรือฟอร์เวิร์ดเดอร์ แทนที่จะเป็นตู้ที่สายเรือจัดหาให้

COC หมายความว่าอะไร และต่างจาก SOC อย่างไร?

COC ย่อมาจาก Carrier's Own Container ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานที่สายเรือจัดหาและเป็นเจ้าของตู้ในฐานะส่วนหนึ่งของบริการขนส่ง ภายใต้ SOC ผู้ส่งสินค้าเป็นเจ้าของหรือเช่าตู้เอง และรับผิดชอบตู้นอกเหนือจากช่วงการเดินเรือ

ใครรับผิดชอบตู้เปล่าหลังขนถ่ายสินค้าเสร็จภายใต้ SOC?

โดยทั่วไปคือผู้ส่งสินค้าหรือตัวแทน เนื่องจากสายเรือไม่ได้เป็นเจ้าของตู้ SOC จึงไม่มีภาระในการนำตู้กลับ ผู้ส่งสินค้าจึงต้องจัดการเองว่าจะทำอย่างไรกับตู้หลังนำสินค้าออกแล้ว

SOC ถูกกว่า COC เสมอไปหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป SOC อาจช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ของสายเรือ แต่ผู้ส่งสินค้าต้องรับภาระต้นทุนการเป็นเจ้าของหรือเช่าตู้และการนำตู้กลับในภายหลัง ซึ่งอาจหักล้างหรือมากกว่าส่วนที่ประหยัดได้ ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสถานการณ์

SOC เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ส่งสินค้าในกรณีใด?

SOC มักเหมาะสมกว่าเมื่อมีตู้ขาดสมดุลต่อเนื่องในเส้นทางการค้านั้น สินค้าต้องการอุปกรณ์เฉพาะทางหรือใช้เฉพาะสินค้าจริง ๆ หรือผู้ส่งสินค้ามีกองตู้ของตนเองที่สามารถนำมาใช้ได้อยู่แล้ว

Freight Forwarder ประเทศไทย

พร้อมวางแผนการขนส่งครั้งถัดไปหรือยัง?

โทรLINEขอใบเสนอราคา