Skip to content
Thai Global Freight
เอกสาร
ภาพถ่ายประกอบบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff PreferenceThai Global Freight

วิธีตรวจสอบ Form E จากจีนก่อนใช้สิทธิ์ทางภาษี

อธิบายว่า Form E คืออะไร มีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง ควรตรวจสอบอะไรก่อนใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษ และจะเกิดอะไรขึ้นหากเอกสารนี้ไม่ถูกต้อง

ผู้เขียน: Thai Global Freight Editorial Teamตรวจทานโดย: Thai Global Freight Editorial Teamเผยแพร่: 2026-08-23อัปเดตล่าสุด: 2026-08-23ตรวจสอบล่าสุด: 2026-08-23
สารบัญเนื้อหา
  1. 01Form E มีข้อมูลอะไรอยู่บ้างจริง ๆ
  2. 02การตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้า
  3. 03ตรวจสอบว่าเกณฑ์แหล่งกำเนิดสมเหตุสมผลหรือไม่
  4. 04ลายมือชื่อ ตราประทับ และเลขที่อ้างอิง
  5. 05หาก Form E ไม่ถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น
  6. 06ตัวอย่าง

คำตอบโดยสรุป

Form E คือหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ใช้ขอสิทธิ์อัตราภาษีพิเศษภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในประเทศผู้ส่งออก สำหรับสินค้าจากจีนคือหน่วยงานการค้าที่เกี่ยวข้องของจีน ก่อนนำไปใช้ขอสิทธิ์อัตราภาษีลดในไทย ควรตรวจสอบไขว้ทุกช่องข้อมูลกับใบกำกับสินค้าจริง ทั้งชื่อผู้ส่งออกและผู้รับสินค้า รายละเอียดสินค้า พิกัดศุลกากร เลขที่และวันที่ใบกำกับสินค้า และช่องเกณฑ์แหล่งกำเนิดที่กรอกครบถ้วน ซึ่งทุกช่องควรตรงกันทุกประการและสมเหตุสมผลกับวิธีการผลิตสินค้าจริง ตรวจสอบว่ามีลายมือชื่อและตราประทับทางการ และไม่มีร่องรอยการแก้ไขที่ผิดปกติ และหากหน่วยงานผู้ออกมีช่องทางยืนยันออนไลน์หรือช่องทางทางการ ควรใช้เพื่อยืนยันว่าเลขที่อ้างอิงเป็นของแท้ หากมีสิ่งใดไม่สอดคล้องกัน เช่น ไม่ตรงกับใบกำกับสินค้า เกณฑ์แหล่งกำเนิดไม่เข้ากับสินค้า หรือเอกสารดูเหมือนถูกแก้ไข ควรระงับการใช้สิทธิ์ไว้ก่อน และให้ตัวแทนออกของขอตรวจสอบผ่านกรมศุลกากรไทยก่อนยื่นเรื่อง แทนที่จะยื่นเรื่องไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขปัญหาภายหลัง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Form E คือหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ใช้ขอสิทธิ์อัตราภาษีพิเศษภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน
  • ทุกช่องข้อมูลบน Form E ควรตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้าจริงให้ตรงกันทุกประการ ทั้งผู้ส่งออก ผู้รับสินค้า รายละเอียดสินค้า และพิกัดศุลกากร
  • ช่องเกณฑ์แหล่งกำเนิดควรสอดคล้องกับวิธีการผลิตสินค้าประเภทนั้นจริง ไม่ใช่แค่ถูกกรอกไว้เท่านั้น
  • ลายมือชื่อ ตราประทับทางการ และเลขที่อ้างอิง เป็นจุดตรวจสอบที่มองเห็นได้เร็วที่สุดสำหรับการแก้ไขปลอมแปลง
  • หาก Form E ถูกพบว่าไม่ถูกต้องหลังใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษไปแล้ว ส่วนต่างอากรอาจถูกประเมินเพิ่มเติมภายหลัง
  • หากไม่แน่ใจ ควรระงับการใช้สิทธิ์และให้ตัวแทนออกของขอตรวจสอบก่อนยื่นเรื่อง ไม่ใช่หลังยื่นเรื่องไปแล้ว

Form E สามารถมีมูลค่าทางการเงินจริงสำหรับผู้นำเข้า เพราะเป็นเอกสารที่เปิดสิทธิ์ให้ใช้อัตราภาษีที่ลดลงหรือยกเว้นภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) แทนอัตราอากรมาตรฐานที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ควรตรวจสอบให้รอบคอบ แทนที่จะยื่นเรื่องไปตามความไว้ใจล้วน ๆ ผู้นำเข้าที่ใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษโดยอ้างอิงใบรับรองที่ภายหลังพบว่าไม่ถูกต้อง จะไม่ได้เพียงแค่เสียสิทธิประโยชน์ แต่กรมศุลกากรไทยยังสามารถประเมินชิปเมนต์นั้นใหม่ในอัตรามาตรฐาน และเรียกเก็บส่วนต่างอากรได้ ตามกรอบเวลาที่ผู้นำเข้าไม่ได้เป็นผู้กำหนดเอง

นี่ไม่ได้หมายความว่าการปลอมแปลง Form E เป็นเรื่องที่พบบ่อย ใบรับรองส่วนใหญ่ที่ออกผ่านช่องทางที่ถูกต้องเป็นของแท้ทั้งหมด แต่เนื่องจาก Form E ที่ถูกต้องมีผลทางการเงินจริงผูกอยู่ด้วย การตรวจสอบพื้นฐานชุดหนึ่งก่อนนำไปใช้จึงใช้เวลาน้อยมาก แต่ลดความเสี่ยงส่วนใหญ่ลงได้

ช่องข้อมูลบน Form E ที่ควรตรวจสอบก่อนนำไปใช้

รายการตรวจสอบช่องข้อมูลบน Form E ที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ รูปแบบเลขที่อ้างอิง ชื่อผู้ส่งออกและผู้รับสินค้า พิกัดศุลกากร เกณฑ์แหล่งกำเนิด เลขที่และวันที่ใบกำกับสินค้า และลายมือชื่อ/ตราประทับของหน่วยงานผู้ออกเอกสาร
  • เลขที่อ้างอิงเป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานของหน่วยงานผู้ออก และไม่ซ้ำกับชิปเมนต์อื่น

  • ผู้ส่งออก ผู้รับสินค้า และปลายทาง ตรงกับใบกำกับสินค้าจริงทุกประการ

  • พิกัดศุลกากรบน Form E ตรงกับพิกัดที่ใช้บนใบขนสินค้าขาเข้า

  • ช่องเกณฑ์แหล่งกำเนิดถูกกรอกครบถ้วนและสอดคล้องกับวิธีการผลิตสินค้าจริง

  • เลขที่และวันที่ใบกำกับสินค้าที่อ้างอิงบน Form E ตรงกับใบกำกับสินค้าจริง

  • มีลายมือชื่อและตราประทับทางการของหน่วยงานผู้ออก และไม่มีร่องรอยการแก้ไขที่ผิดปกติ

Form E มีข้อมูลอะไรอยู่บ้างจริง ๆ

Form E ใช้รูปแบบมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มประเทศสมาชิก ACFTA โดยมีชุดช่องข้อมูลตายตัว ได้แก่ ผู้ส่งออกและผู้รับสินค้า รายละเอียดการขนส่ง เลขที่อ้างอิงที่ออกโดยหน่วยงานผู้รับรอง พิกัดศุลกากรและรายละเอียดสินค้า เกณฑ์แหล่งกำเนิด (กฎเฉพาะที่ทำให้สินค้ามีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศผู้ส่งออก) เลขที่และวันที่ใบกำกับสินค้า และสุดท้ายคือลายมือชื่อและตราประทับทางการของหน่วยงานผู้ออกที่ได้รับมอบหมาย ในจีน Form E ออกโดยหน่วยงานการค้าที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ผู้ส่งออกยื่นขอใบรับรองนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมชิปเมนต์ และออกให้เฉพาะสำหรับใบกำกับสินค้าและชิปเมนต์นั้น ๆ ไม่ใช่เอกสารทั่วไปที่นำกลับมาใช้ซ้ำกับการขายครั้งอื่น

เนื่องจากรูปแบบเป็นมาตรฐาน ใบรับรองที่ขาดช่องข้อมูล ใช้เลย์เอาต์ที่ไม่คุ้นเคย หรือกรอกข้อมูลไม่สอดคล้องกับรูปแบบที่ Form E ของแท้มักมี ก็เป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง แม้ก่อนจะไปตรวจเนื้อหาที่กรอกในแต่ละช่องด้วยซ้ำ

ภาพประกอบที่ 1 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference
ภาพประกอบที่ 1 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference — Thai Global Freight

การตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้า

การตรวจสอบที่มีประโยชน์ที่สุดเพียงอย่างเดียว และเป็นวิธีที่จับปัญหาที่แท้จริงได้มากที่สุด คือการตรวจสอบไขว้ Form E กับใบกำกับสินค้าจริงของชิปเมนต์นั้น ชื่อผู้ส่งออก ชื่อผู้รับสินค้า รายละเอียดสินค้า จำนวน และเลขที่กับวันที่ใบกำกับสินค้า ควรตรงกันระหว่างสองเอกสารทุกประการ ไม่ใช่แค่ใกล้เคียงกัน Form E ที่อ้างอิงเลขที่ใบกำกับสินค้าคนละฉบับ หรือระบุรายละเอียดสินค้าต่างจากในใบกำกับสินค้า อาจเป็นความผิดพลาดทางธุรการที่ควรแก้ไขก่อนยื่นเรื่อง หรือเป็นสัญญาณว่าใบรับรองนั้นไม่ได้จัดทำขึ้นสำหรับชิปเมนต์นี้จริง ๆ

พิกัดศุลกากรควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษในจุดนี้ เพราะเชื่อมโยง Form E เข้ากับสองสิ่งที่ต้องตรงกันด้วย คือรายละเอียดสินค้าบนใบกำกับสินค้า และพิกัดศุลกากรที่ใช้จริงบนใบขนสินค้าขาเข้าที่ยื่นต่อกรมศุลกากรไทย ความไม่ตรงกันระหว่างสามเอกสารนี้ คือ Form E ใบกำกับสินค้า และใบขนสินค้า เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำให้การใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษถูกระงับไว้เพื่อตรวจสอบ ไม่ว่าใบรับรองต้นฉบับจะเป็นของแท้หรือไม่ก็ตาม

ขั้นตอนตรวจสอบ Form E ก่อนยื่นเรื่อง

ขั้นตอนการตรวจสอบ Form E ก่อนยื่นเรื่อง ตั้งแต่ตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้า ยืนยันว่าพิกัดศุลกากรและเกณฑ์แหล่งกำเนิดสมเหตุสมผลกับสินค้า ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานผู้ออกหากมี และแจ้งข้อสงสัยให้ตัวแทนออกของทราบก่อนใช้สิทธิ์ทางภาษี
  1. 1

    1. ตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้า

    ผู้ส่งออก รายละเอียดสินค้า จำนวน และมูลค่า ควรตรงกันทุกประการ

  2. 2

    2. ยืนยันว่าพิกัดศุลกากรและเกณฑ์แหล่งกำเนิดสมเหตุสมผล

    เกณฑ์แหล่งกำเนิดที่สำแดงควรสอดคล้องกับวิธีการผลิตสินค้าประเภทนั้นจริง ๆ

  3. 3

    3. ตรวจสอบผ่านช่องทางยืนยันของหน่วยงานผู้ออก หากมี

    หน่วยงานผู้ออกหลายแห่งมีช่องทางให้ยืนยันว่าเลขที่อ้างอิงบนใบรับรองเป็นของจริง

  4. 4

    4. แจ้งข้อสงสัยให้ตัวแทนออกของทราบก่อนยื่นเรื่อง

    ตัวแทนออกของสามารถขอให้ตรวจสอบย้อนหลังผ่านกรมศุลกากรไทยได้ หากยังมีข้อสงสัยจริง

ตรวจสอบว่าเกณฑ์แหล่งกำเนิดสมเหตุสมผลหรือไม่

ช่องเกณฑ์แหล่งกำเนิดระบุพื้นฐานเฉพาะที่ทำให้สินค้ามีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิด โดยทั่วไปคือสินค้าถูกผลิตขึ้นทั้งหมดในประเทศผู้ส่งออก หรือผ่านกระบวนการแปรรูปที่เพียงพอ หรือมีการเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากรที่เข้าเกณฑ์ในประเทศนั้น ขึ้นอยู่กับกฎที่ใช้กับสินค้าหมวดนั้น การที่ช่องนี้ถูกกรอกไว้ไม่ได้แปลว่าถูกต้องเสมอไป เกณฑ์ที่สำแดงต้องสอดคล้องกับวิธีการผลิตสินค้าประเภทนั้นจริง ๆ ด้วย

การตรวจสอบเบื้องต้นที่ทำได้ตรงไปตรงมาคือถามว่าเกณฑ์นั้นสมเหตุสมผลกับสินค้าหรือไม่ ใบรับรองสำหรับสินค้าเกษตรดิบที่อ้างสถานะ "wholly obtained" โดยทั่วไปไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่ใบรับรองสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูปที่ซับซ้อนที่อ้างสถานะเดียวกัน โดยไม่มีการอ้างอิงกระบวนการแปรรูปใด ๆ เลย ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนหลายแหล่งที่มา โดยทั่วไปมักเข้าเกณฑ์ (หากเข้าเกณฑ์) ภายใต้กฎการแปรรูปหรือการเปลี่ยนแปลงพิกัด ไม่ใช่กฎ wholly-obtained การตรวจสอบลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องกฎแหล่งกำเนิดเชิงลึก เพียงแค่ถามว่าพื้นฐานที่ระบุสอดคล้องกับสามัญสำนึกเกี่ยวกับวิธีผลิตสินค้าจริงหรือไม่ และแจ้งซัพพลายเออร์หรือตัวแทนออกของหากไม่สอดคล้องกัน

ภาพประกอบที่ 2 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference
ภาพประกอบที่ 2 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference — Thai Global Freight

ลายมือชื่อ ตราประทับ และเลขที่อ้างอิง

การตรวจสอบทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดที่สุดคือสิ่งที่ตรงไปตรงมาที่สุด คือใบรับรองมีลายมือชื่อและตราประทับทางการจากหน่วยงานผู้ออกหรือไม่ และดูสอดคล้องกับลักษณะทั่วไปของ Form E ของแท้จากหน่วยงานนั้นหรือไม่ ไม่เลอะเลือน ไม่ดูเหมือนถูกถ่ายสำเนาทับช่องข้อมูลที่ถูกแก้ไข และไม่ขาดหายไปทั้งหมด เลขที่อ้างอิงควรเป็นไปตามรูปแบบที่สม่ำเสมอ ผู้นำเข้าที่ได้รับ Form E จากซัพพลายเออร์รายเดิมหลายครั้งเมื่อเวลาผ่านไป จะเริ่มคุ้นเคยกับลักษณะเลขที่อ้างอิงปกติจากสำนักงานผู้ออกที่ซัพพลายเออร์รายนั้นใช้เป็นประจำ ซึ่งช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้น

ในกรณีที่ประเทศผู้ออกหรือกรอบความตกลงอาเซียน-จีน มีช่องทางยืนยันทางการสำหรับตรวจสอบว่าเลขที่อ้างอิงบนใบรับรองเป็นของแท้ การใช้ช่องทางนั้นเป็นวิธีตรงที่สุดในการคลี่คลายข้อสงสัย แต่ในทางปฏิบัติไม่ใช่ทุกใบรับรองที่จะสามารถตรวจสอบด้วยวิธีนี้ได้สำหรับทุกชิปเมนต์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่การตรวจสอบอื่น ๆ เช่น การตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้า ความสมเหตุสมผลของเกณฑ์แหล่งกำเนิด และความสอดคล้องทางกายภาพของเอกสาร มีความสำคัญในฐานะแนวทางแบบหลายชั้น มากกว่าการพึ่งพาการตรวจสอบเพียงจุดเดียว

Form E ฉบับนี้ปลอดภัยพอที่จะใช้อ้างอิงหรือไม่

แผนผังการตัดสินใจว่าจะดำเนินการใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษตาม Form E ต่อหรือไม่ หากทุกช่องข้อมูลตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้าแล้วสอดคล้องกันและเอกสารดูเป็นของแท้ ให้ดำเนินการต่อได้ แต่หากมีบางอย่างไม่ตรงกันหรือดูเหมือนถูกแก้ไข ควรระงับการใช้สิทธิ์และขอให้ตรวจสอบผ่านกรมศุลกากรไทยก่อนยื่นเรื่อง
Form E ฉบับนี้ปลอดภัยพอที่จะใช้อ้างอิงหรือไม่

ทุกช่องข้อมูลตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้าแล้วตรงกัน

→ ดำเนินการยื่นเรื่องและใช้สิทธิ์ทางภาษีต่อได้

ความไม่ตรงกันเล็กน้อย เช่น รูปแบบการเขียน

→ สอบถามซัพพลายเออร์เพื่อขอคำชี้แจงหรือใบแก้ไขก่อนยื่นเรื่อง

ลายมือชื่อ ตราประทับ หรือเลขที่อ้างอิงดูเหมือนถูกแก้ไข

→ ระงับการใช้สิทธิ์และขอให้ตรวจสอบผ่านกรมศุลกากรไทย

เกณฑ์แหล่งกำเนิดไม่สอดคล้องกับวิธีการผลิตสินค้าจริง

→ แจ้งซัพพลายเออร์และตัวแทนออกของก่อนอ้างอิงใช้สิทธิ์

ภาพประกอบที่ 3 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference
ภาพประกอบที่ 3 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference — Thai Global Freight

หาก Form E ไม่ถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น

หากพบปัญหาของ Form E ก่อนยื่นต่อกรมศุลกากรไทย ผลที่ตามมาโดยทั่วไปยังจัดการได้ ผู้นำเข้าสามารถขอใบรับรองที่แก้ไขถูกต้องจากซัพพลายเออร์ก่อนดำเนินการต่อ หรือยอมรับว่าชิปเมนต์ล็อตนี้จะผ่านพิธีการในอัตราอากรมาตรฐานที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษแทน ทั้งสองทางเลือกไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่คาดการณ์ได้และจัดการได้

สถานการณ์จะยากขึ้นหากพบว่า Form E ไม่ถูกต้องหลังจากใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษไปแล้วและสินค้าผ่านพิธีการไปแล้ว ในกรณีนี้ กรมศุลกากรไทยสามารถประเมินชิปเมนต์นั้นใหม่ในอัตราอากรมาตรฐาน และเรียกเก็บส่วนต่างจากผู้นำเข้าได้ อาจรวมถึงบทลงโทษด้วยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และการที่ผู้นำเข้าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการตรวจสอบใบรับรองก่อนนำไปใช้หรือไม่ นี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมการตรวจสอบ Form E ก่อนยื่นเรื่องจึงคุ้มค่ากับเวลาเพียงเล็กน้อยที่ใช้ไป เพราะต้นทุนของการพบปัญหาตั้งแต่ต้นคือความยุ่งยากด้านเอกสารเล็กน้อย ขณะที่ต้นทุนของการพบปัญหาภายหลังคือใบเรียกเก็บอากรย้อนหลังตามกรอบเวลาที่ผู้นำเข้าไม่ได้เป็นผู้กำหนดเอง

ตัวอย่าง

ผู้นำเข้าไทยรายหนึ่งได้รับ Form E พร้อมกับชิปเมนต์ชิ้นส่วนเครื่องจักรจากซัพพลายเออร์จีนที่ไม่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน เมื่อตรวจสอบกับใบกำกับสินค้า รายละเอียดสินค้าและเลขที่ใบกำกับสินค้าตรงกัน แต่พิกัดศุลกากรบน Form E ต่างจากพิกัดที่ตัวแทนออกของของผู้นำเข้าวางแผนจะใช้บนใบขนสินค้าขาเข้าอยู่หนึ่งหลัก แทนที่จะยื่นเรื่องไปตามเดิมแล้วหวังว่าความไม่ตรงกันจะไม่ถูกสังเกตเห็น ผู้นำเข้าแจ้งเรื่องนี้ทั้งกับซัพพลายเออร์และตัวแทนออกของ ผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของซัพพลายเออร์พิมพ์ตัวเลขสลับตำแหน่งกันตอนจัดทำใบรับรอง เป็นความผิดพลาดทางธุรการจริง ไม่ใช่การปลอมแปลง และมีการออก Form E ฉบับแก้ไขก่อนยื่นเรื่อง

หากผู้นำเข้ายื่นเรื่องไปโดยไม่ตรวจสอบก่อน ความไม่ตรงกันระหว่างพิกัดศุลกากรบน Form E กับใบขนสินค้าก็มีแนวโน้มสูงที่จะถูกพบระหว่างการตรวจสอบของศุลกากรอยู่ดี แต่ ณ จุดนั้นมันจะดูเหมือนความคลาดเคลื่อนที่ต้องชี้แจงภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด แทนที่จะเป็นการแก้ไขตามปกติที่จัดการอย่างสงบก่อนยื่นเรื่อง ความแตกต่างนี้มีผลทั้งต่อความราบรื่นในการผ่านพิธีการของชิปเมนต์นั้น และต่อภาพลักษณ์ประวัติการปฏิบัติตามกฎของผู้นำเข้าในชิปเมนต์ครั้งต่อ ๆ ไป

หาก Form E ไม่ถูกต้อง

ตารางแสดงผลที่มักเกิดขึ้นเมื่อพบว่า Form E ไม่ถูกต้อง เปรียบเทียบระหว่างกรณีพบก่อนกับหลังใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษไปแล้ว ครอบคลุมสิ่งที่เกิดขึ้นกับอากรที่ต้องชำระ และสิ่งที่ผู้นำเข้ามักต้องดำเนินการในแต่ละกรณี
ช่วงเวลาที่พบผลต่ออากรที่ต้องชำระสิ่งที่ผู้นำเข้ามักต้องดำเนินการ
พบก่อนยื่นเรื่องไม่ได้ใช้สิทธิ์พิเศษ ชำระอากรในอัตรามาตรฐานตั้งแต่แรกขอใบรับรองที่แก้ไขถูกต้องจากซัพพลายเออร์ หรือยอมรับการชำระในอัตรามาตรฐาน
พบว่าไม่ถูกต้องหลังใช้สิทธิ์ไปแล้วสิทธิ์อัตราภาษีพิเศษอาจถูกเพิกถอน และอาจถูกประเมินส่วนต่างอากรเพิ่มเติมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของกรมศุลกากรไทย และแสดงเอกสารสนับสนุนจากซัพพลายเออร์
ภาพประกอบที่ 4 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference
ภาพประกอบที่ 4 ของบทความ How to Verify a Form E Certificate of Origin from China Before Claiming Tariff Preference — Thai Global Freight

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ยื่น Form E โดยไม่ตรวจสอบไขว้กับใบกำกับสินค้าก่อน
  • เข้าใจว่าช่องเกณฑ์แหล่งกำเนิดที่กรอกไว้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ โดยไม่ตรวจสอบว่าสอดคล้องกับวิธีการผลิตสินค้าจริง
  • ไม่ขอใบรับรองที่แก้ไขถูกต้องเมื่อพบความคลาดเคลื่อน แล้วยื่นเรื่องไปตามเดิมโดยหวังว่าจะไม่ถูกสังเกตเห็น
  • ปฏิบัติต่อ Form E ทุกฉบับเหมือนกันหมด โดยไม่คำนึงว่าซัพพลายเออร์เป็นแหล่งที่รู้จักและมีประวัติมาก่อน หรือเป็นรายใหม่

สิ่งที่ควรเตรียม

  • ใบกำกับสินค้าเพื่อใช้ตรวจสอบไขว้กับ Form E
  • บันทึก Form E ฉบับก่อนหน้าจากซัพพลายเออร์รายเดิม หากมี เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบเลขที่อ้างอิงและเลย์เอาต์กับฉบับใหม่
  • พิกัดศุลกากรที่ตัวแทนออกของวางแผนจะใช้บนใบขนสินค้าขาเข้า
  • ความเข้าใจพื้นฐานว่าสินค้าถูกผลิตขึ้นอย่างไรจริง เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลของเกณฑ์แหล่งกำเนิด

คำถามที่พบบ่อย

Form E ใช้ทำอะไร?

เป็นหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ใช้ขอสิทธิ์อัตราภาษี (ลดหรือยกเว้น) สำหรับสินค้าที่ค้าขายภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน แทนการชำระอากรในอัตรามาตรฐาน

วิธีตรวจสอบว่า Form E เป็นของแท้ที่เร็วที่สุดคืออะไร?

ตรวจสอบไขว้ทุกช่องข้อมูลกับใบกำกับสินค้าจริง ทั้งผู้ส่งออก รายละเอียดสินค้า เลขที่ใบกำกับสินค้า และพิกัดศุลกากรควรตรงกันทุกประการ และตรวจสอบลายมือชื่อ ตราประทับทางการ และเลขที่อ้างอิงว่าสอดคล้องกับเอกสารของแท้หรือไม่

หากพิกัดศุลกากรบน Form E ไม่ตรงกับใบขนสินค้าขาเข้า จะเกิดอะไรขึ้น?

เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้การใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษถูกระงับไว้เพื่อตรวจสอบ ควรแก้ไขกับซัพพลายเออร์และตัวแทนออกของก่อนยื่นเรื่อง ไม่ใช่หลังยื่นเรื่อง เพราะความไม่ตรงกันที่พบหลังยื่นเรื่องจะถูกมองว่าเป็นความคลาดเคลื่อนที่ต้องตรวจสอบเข้มงวด ไม่ใช่การแก้ไขตามปกติก่อนยื่นเรื่อง

หาก Form E มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ยังใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อผิดพลาด ความคลาดเคลื่อนด้านรูปแบบเล็กน้อยมักสามารถชี้แจงหรือแก้ไขกับซัพพลายเออร์ได้ก่อนยื่นเรื่อง แต่แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือแก้ไขความคลาดเคลื่อนใด ๆ ให้เรียบร้อยก่อนนำไปใช้ ไม่ว่าจะดูเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แทนที่จะสันนิษฐานว่าจะไม่ถูกสังเกตเห็น

ใครต้องรับผิดชอบหาก Form E ไม่ถูกต้องหลังชิปเมนต์ผ่านพิธีการไปแล้ว?

โดยทั่วไปผู้นำเข้าเป็นฝ่ายที่กรมศุลกากรไทยเรียกให้รับผิดชอบส่วนต่างอากร เพราะผู้นำเข้าเป็นผู้ใช้สิทธิ์อัตราภาษีพิเศษโดยอ้างอิงใบรับรองนั้น นี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมการตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อนยื่นเรื่องจึงสำคัญ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้จัดทำใบรับรองนั้นในตอนแรกก็ตาม

Form E ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับหรือไม่ หรือใช้สำเนาสแกน/ที่ส่งทางอีเมลยื่นเรื่องได้?

แนวปฏิบัติแตกต่างกันไปตามวิธีที่ใบรับรองถูกออก หน่วยงานผู้ออกบางแห่งปัจจุบันรองรับระบบ Form E แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมศุลกากรไทยยอมรับได้โดยตรง ขณะที่บางแห่งยังออกเป็นต้นฉบับกระดาษที่คาดว่าต้องยื่นเป็นเอกสารจริง ควรยืนยันกับตัวแทนออกของว่ารูปแบบใดใช้ได้สำหรับซัพพลายเออร์และหน่วยงานผู้ออกรายนั้น ๆ ก่อนสันนิษฐานว่าไฟล์ PDF ที่สแกนมาเพียงพอแล้ว เพราะการยื่นเอกสารผิดรูปแบบอาจทำให้การยื่นเรื่องล่าช้า แม้ใบรับรองต้นฉบับจะเป็นของแท้ทั้งหมดก็ตาม

Freight Forwarder ประเทศไทย

พร้อมวางแผนการขนส่งครั้งถัดไปหรือยัง?

โทรLINEขอใบเสนอราคา