Skip to content
Thai Global Freight
ศุลกากร
ภาพถ่ายประกอบบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and ExportersThai Global Freight

ระบบ e-Customs ไทยทำงานอย่างไรสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออก

อธิบายการทำงานของระบบ e-Customs ของไทยในการยื่นใบขนสินค้า และวิธีที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกเข้าใช้งานระบบนี้ในทางปฏิบัติ

ผู้เขียน: Thai Global Freight Editorial Teamตรวจทานโดย: Thai Global Freight Editorial Teamเผยแพร่: 2026-08-25อัปเดตล่าสุด: 2026-08-25ตรวจสอบล่าสุด: 2026-08-25
สารบัญเนื้อหา
  1. 01จากใบขนสินค้ากระดาษ สู่การยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์
  2. 02ใครเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าจริง ๆ
  3. 03การประเมินความเสี่ยงและช่องทางตรวจสอบ
  4. 04การชำระอากรและภาษีผ่านระบบ
  5. 05การแก้ไขใบขนสินค้าหลังยื่นแล้ว
  6. 06สิ่งที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทำได้เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบได้ราบรื่น

คำตอบโดยสรุป

ระบบศุลกากรของไทยประมวลผลใบขนสินค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะยื่นใบขนสินค้ากระดาษที่เคาน์เตอร์ ตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาตหรือผู้รับจัดการขนส่งจะรวบรวมข้อมูลสินค้า รวมถึงพิกัด HS Code และมูลค่าที่แจ้ง ซึ่งดึงมาจากใบกำกับสินค้าและเอกสารขนส่งอื่น แล้วยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในนามของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก ระบบจะตรวจสอบความครบถ้วนและความสอดคล้องของใบขนสินค้า จากนั้นจัดเข้าช่องทางตรวจสอบตามการประเมินความเสี่ยง บางใบขนสินค้าดำเนินต่อไปได้โดยตรวจสอบเพิ่มเติมน้อย ในขณะที่บางใบขนสินค้าถูกเลือกให้ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดขึ้นหรือตรวจสอบสินค้าจริง อากรและภาษีที่ระบบคำนวณต้องชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อผ่านการตรวจปล่อยแล้ว ระบบจะออกสถานะปล่อยสินค้า ทำให้สินค้าสามารถเคลื่อนย้ายออกจากท่าเรือ สนามบิน หรือพื้นที่ควบคุมได้ ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกส่วนใหญ่เข้าใช้งานระบบนี้ทางอ้อมผ่านตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่ง มากกว่าจะยื่นเอง และหากพบข้อผิดพลาดหลังยื่นแล้ว โดยทั่วไปต้องผ่านขั้นตอนการแก้ไขอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ยื่นใหม่เฉย ๆ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ใบขนสินค้าของไทยยื่นและประมวลผลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่การยื่นเอกสารกระดาษสำหรับตัวใบขนสินค้าเอง
  • ใบขนสินค้ามักถูกยื่นโดยตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาต หรือผู้รับจัดการขนส่งในนามของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก ไม่ใช่ธุรกิจส่วนใหญ่ยื่นเองโดยตรง
  • หลังยื่นแล้ว ใบขนสินค้ามักถูกประเมินความเสี่ยงและจัดเข้าช่องทางที่กำหนดว่าจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมหรือตรวจสอบสินค้าจริงหรือไม่
  • เอกสารประกอบ เช่น ใบกำกับสินค้าและบัญชีรายการสินค้า มักยื่นควบคู่หรืออ้างอิงไว้ในใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
  • อากรและภาษีที่คำนวณผ่านระบบ โดยทั่วไปต้องชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนสินค้าจะได้รับการปล่อย
  • ข้อผิดพลาดที่พบหลังยื่นใบขนสินค้าแล้ว โดยทั่วไปต้องผ่านขั้นตอนการแก้ไขอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ยื่นใหม่เฉย ๆ

สำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกส่วนใหญ่ "การยื่นใบขนสินค้า" ไม่ได้หมายถึงการนั่งกรอกข้อมูลในระบบของหน่วยงานรัฐด้วยตัวเอง แต่หมายถึงการทำงานร่วมกับตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาต หรือผู้รับจัดการขนส่ง ที่เตรียมและยื่นใบขนสินค้าผ่านระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในนามของตน อย่างไรก็ตาม การเข้าใจภาพรวมว่าระบบนี้ทำงานอย่างไรก็ยังมีประโยชน์ เพราะช่วยอธิบายว่าทำไมเอกสารบางอย่างต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ทำไม Shipment บางรายการผ่านศุลกากรได้เร็ว ในขณะที่บางรายการไม่เร็ว และเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ในช่วงที่ Shipment แสดงสถานะ "รอดำเนินการ" หรือ "อยู่ระหว่างตรวจสอบ"

การเปลี่ยนจากระบบกระดาษเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนวิธีที่ใบขนสินค้าเคลื่อนผ่านระบบ แต่ไม่ได้เปลี่ยนว่าศุลกากรต้องการข้อมูลอะไร หรือทำไมความถูกต้องของข้อมูลนั้นถึงสำคัญ ระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยพื้นฐานแล้วเป็นวิธีที่เร็วกว่าและสม่ำเสมอกว่าในการทำงานแบบเดิม คือตรวจสอบว่ากำลังนำเข้าหรือส่งออกอะไร ประเมินว่าข้อมูลที่แจ้งดูสมเหตุสมผลหรือไม่ คำนวณสิ่งที่ต้องชำระ และตัดสินใจว่าต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนปล่อยสินค้าให้เคลื่อนย้ายหรือไม่

เรื่องนี้สำคัญเกินกว่ากลไกของ Shipment รายการเดียว เพราะธุรกิจที่ส่งสินค้าสม่ำเสมอต้องเข้าใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้ซ้ำหลายครั้ง และแต่ละครั้งคือโอกาสที่จะสร้างรูปแบบการผ่านศุลกากรที่ราบรื่นและคาดการณ์ได้ หรือสะสมความไม่ราบรื่นเล็ก ๆ ที่รวมกันกลายเป็นความล่าช้าจริงเมื่อเวลาผ่านไป การเข้าใจว่าระบบทำอะไรจริง ๆ ในแต่ละขั้นตอน ช่วยให้พูดคุยกับตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นว่าทำไมสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น แทนที่จะมองความล่าช้าแต่ละครั้งว่าเป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้

สรุปประเด็นสำคัญ

แผงสรุปประเด็นสำคัญของบทความเรื่องระบบ e-Customs ไทยทำงานอย่างไร
  • ใบขนสินค้าของไทยยื่นและประมวลผลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่การยื่นเอกสารกระดาษสำหรับตัวใบขนสินค้าเอง

  • ใบขนสินค้ามักถูกยื่นโดยตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาต หรือผู้รับจัดการขนส่งในนามของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก ไม่ใช่ธุรกิจส่วนใหญ่ยื่นเองโดยตรง

  • หลังยื่นแล้ว ใบขนสินค้ามักถูกประเมินความเสี่ยงและจัดเข้าช่องทางที่กำหนดว่าจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมหรือตรวจสอบสินค้าจริงหรือไม่

  • เอกสารประกอบ เช่น ใบกำกับสินค้าและบัญชีรายการสินค้า มักยื่นควบคู่หรืออ้างอิงไว้ในใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

  • อากรและภาษีที่คำนวณผ่านระบบ โดยทั่วไปต้องชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนสินค้าจะได้รับการปล่อย

  • ข้อผิดพลาดที่พบหลังยื่นใบขนสินค้าแล้ว โดยทั่วไปต้องผ่านขั้นตอนการแก้ไขอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ยื่นใหม่เฉย ๆ

จากใบขนสินค้ากระดาษ สู่การยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์

ก่อนมีการยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใบขนสินค้าคือเอกสารทางกายภาพที่ยื่นที่เคาน์เตอร์ ตรวจสอบด้วยคน และประทับตราเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ การยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนที่การยื่นเอกสารกายภาพด้วยการยื่นแบบดิจิทัล คือข้อมูลพื้นฐานเดียวกัน ทั้งสิ่งที่กำลังขนส่ง การจำแนกพิกัด มูลค่า และผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก ถูกป้อนเข้าสู่ระบบทางอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะเขียนลงในแบบฟอร์มกระดาษ

ผลในทางปฏิบัติสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกคือใบขนสินค้าเองมีอยู่ในรูปแบบบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้น แทนที่จะถูกแปลงเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในภายหลัง นี่คือเหตุผลที่ข้อมูลศุลกากรจำเป็นต้องมีโครงสร้างและรหัสที่ถูกต้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่จุดที่ป้อนข้อมูล ตัวอย่างเช่น รหัสพิกัด HS Code ไม่ใช่แค่หมายเลขอ้างอิงที่กรอกไว้เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่เป็นข้อมูลที่ระบบใช้โดยตรงในการจัดเส้นทางและประเมินใบขนสินค้า

ลักษณะที่มีโครงสร้างและขับเคลื่อนด้วยรหัสของการยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ยังเป็นเหตุผลที่คำอธิบายสินค้าแบบทั่วไปหรือคัดลอกมาโดยไม่ปรับ มักก่อให้เกิดความไม่ราบรื่นมากกว่าที่เคยเป็น คำอธิบายสินค้าที่คลุมเครือซึ่งในอดีตเจ้าหน้าที่อาจตีความถูกต้องจากบริบทได้ ในระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นเพียงข้อความที่ถูกจับคู่กับรหัสพิกัด หากทั้งสองไม่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน ความไม่ตรงกันนั้นมีแนวโน้มจะปรากฏเป็นการตั้งค่าสถานะมากกว่าที่เคยเป็นในกระบวนการแบบมือ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถถามคำถามเพื่อความชัดเจนได้ทันที

ภาพประกอบที่ 1 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters
ภาพประกอบที่ 1 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters — Thai Global Freight

ใครเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าจริง ๆ

ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ยื่นใบขนสินค้าเอง แต่ทำงานผ่านตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาต หรือผู้รับจัดการขนส่งที่ให้บริการพิธีการศุลกากรเป็นส่วนหนึ่งของบริการ โดยฝ่ายนั้นจะป้อนและยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในนามของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของสิทธิ์เข้าถึงและใบอนุญาต และอีกส่วนเป็นเรื่องความเชี่ยวชาญ เพราะการจำแนกสินค้าให้ถูกต้อง คำนวณมูลค่า และจัดโครงสร้างใบขนสินค้าในแบบที่หลีกเลี่ยงการถูกตั้งค่าสถานะโดยไม่จำเป็น ต้องอาศัยความคุ้นเคยกับระบบที่ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องสร้างขึ้นเองภายในองค์กร

บทบาทของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกโดยทั่วไปคือการให้ข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้อง ทั้งใบกำกับสินค้า บัญชีรายการสินค้า และรายละเอียดใด ๆ ของสินค้าที่มีผลต่อการจำแนกหรือการประเมินมูลค่า และตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าก่อนที่จะยื่น เพราะตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งดำเนินการตามข้อมูลที่ได้รับมา ข้อผิดพลาดที่เกิดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนที่ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกให้มา ยังคงทำให้เกิดความล่าช้าหรือต้องแก้ไขได้ แม้ตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งจะดำเนินการยื่นในเชิงเทคนิคได้ถูกต้อง

ใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนผ่านระบบอย่างไร

แผนภาพขั้นตอนแสดงการเตรียม ยื่น ประเมิน และปล่อยใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในไทย
  1. 1

    เตรียมข้อมูล

    ตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งรวบรวมรายละเอียดสินค้า พิกัด HS Code และมูลค่าจากใบกำกับสินค้าและเอกสารขนส่งอื่น

  2. 2

    ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

    ยื่นใบขนสินค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนการยื่นแบบฟอร์มกระดาษ

  3. 3

    ตรวจสอบอัตโนมัติ

    ระบบตรวจสอบความครบถ้วนและความสอดคล้องของใบขนสินค้ากับข้อมูลที่ยื่น

  4. 4

    จัดช่องทางตามความเสี่ยง

    ใบขนสินค้าถูกจัดเข้าช่องทางตรวจสอบ ซึ่งกำหนดว่าจะผ่านไปได้โดยตรวจสอบน้อย หรือต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

  5. 5

    ชำระอากรและภาษี

    เมื่อประเมินแล้ว ต้องชำระอากรและภาษีที่ต้องจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนสรุปใบขนสินค้า

  6. 6

    ปล่อยสินค้า

    เมื่อผ่านการตรวจปล่อยแล้ว ระบบจะออกสถานะปล่อยสินค้า ทำให้สินค้าสามารถเคลื่อนย้ายออกจากท่าเรือ สนามบิน หรือพื้นที่ควบคุมได้

การประเมินความเสี่ยงและช่องทางตรวจสอบ

เมื่อยื่นใบขนสินค้าแล้ว โดยทั่วไปจะถูกประเมินความเสี่ยงและจัดเข้าช่องทางตรวจสอบที่กำหนดว่าจะได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด ซึ่งมักอธิบายด้วยแนวคิดคล้ายช่องเขียว-ช่องแดง ที่การประเมินความเสี่ยงต่ำทำให้ใบขนสินค้าดำเนินต่อไปได้โดยตรวจสอบเพิ่มเติมน้อย ในขณะที่การประเมินความเสี่ยงสูงกว่าทำให้ต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดขึ้นหรือตรวจสอบสินค้าจริง สิ่งที่กำหนดการประเมินนั้นไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละ Shipment แต่ความสอดคล้องกันระหว่างข้อมูลที่แจ้งกับเอกสารประกอบ ถือเป็นปัจจัยทั่วไปที่ควรคำนึงถึง

เนื่องจากการจัดช่องทางเกิดขึ้นหลังการยื่น จึงไม่ใช่สิ่งที่ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกควบคุมได้เป็นรายชิปเมนต์ สิ่งที่ควบคุมได้คือคุณภาพและความสอดคล้องของข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ใบขนสินค้าตั้งแต่แรก ซึ่งมีผลต่อโอกาสที่จะถูกตรวจสอบโดยไม่จำเป็น Shipment ที่ถูกประเมินให้ตรวจสอบเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่ามีปัญหาเสมอไป อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีที่ระบบกระจายความพยายามในการตรวจสอบไปตามปริมาณใบขนสินค้าที่ประมวลผลทั้งหมด

ภาพประกอบที่ 2 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters
ภาพประกอบที่ 2 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters — Thai Global Freight

การชำระอากรและภาษีผ่านระบบ

เมื่อใบขนสินค้าผ่านการประมวลผลและการตรวจสอบที่จำเป็น (หากมี) เรียบร้อยแล้ว ระบบจะคำนวณอากร และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง (หากมี) ตามพิกัดและมูลค่าที่แจ้งไว้ การชำระเงินโดยทั่วไปทำผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แทนการชำระเงินสดหรือโอนเงินทางกายภาพที่เคาน์เตอร์ และการปล่อยสินค้ามักผูกกับการยืนยันว่าได้รับการชำระเงินแล้ว

เนื่องจากขั้นตอนการชำระเงินอยู่ระหว่างการประเมินและการปล่อยสินค้า ความล่าช้าในการชำระเงิน ไม่ว่าจะจากปัญหาการประมวลผลหรือแค่ไม่มีเงินพร้อมเมื่อการประเมินเสร็จสิ้น อาจทำให้สินค้าค้างได้พอ ๆ กับปัญหาด้านเอกสาร ผู้นำเข้าโดยเฉพาะได้ประโยชน์จากการเตรียมการชำระเงินไว้ล่วงหน้าสำหรับสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านเวลา เพื่อไม่ให้การชำระอากรและภาษีเป็นขั้นตอนที่ทำให้ Shipment ที่ผ่านการตรวจปล่อยแล้วต้องค้างอยู่

ช่องทางตรวจสอบน้อย เทียบกับช่องทางตรวจสอบเพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใบขนสินค้าถูกจัดเข้าช่องทางตรวจสอบน้อย เทียบกับช่องทางที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

ช่องทางตรวจสอบน้อย

  • ใบขนสินค้าและข้อมูลประกอบได้รับการยอมรับโดยไม่ต้องตรวจเอกสารเพิ่มเติมหรือตรวจสินค้าจริง
  • สินค้าโดยทั่วไปดำเนินไปสู่การปล่อยสินค้าเมื่อชำระอากรและภาษีแล้ว
  • ใช้เวลาดำเนินการโดยรวมเร็วกว่าใบขนสินค้าที่ถูกตั้งค่าสถานะให้ตรวจสอบ

ช่องทางตรวจสอบเพิ่มเติม

  • เอกสารประกอบอาจถูกตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้นก่อนใบขนสินค้าจะได้รับการยอมรับ
  • สินค้าอาจถูกเลือกให้ตรวจสอบจริง เพื่อยืนยันว่าตรงกับใบขนสินค้าที่ยื่น
  • โดยทั่วไปใช้เวลาดำเนินการนานกว่า และความพร้อมของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกในการตอบคำถามมีผลต่อระยะเวลานั้น
ภาพประกอบที่ 3 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters
ภาพประกอบที่ 3 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters — Thai Global Freight

การแก้ไขใบขนสินค้าหลังยื่นแล้ว

เนื่องจากใบขนสินค้าเป็นบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ที่ยื่นเข้าสู่ระบบแล้ว การแก้ไขข้อผิดพลาดที่พบหลังยื่นจึงไม่ใช่แค่แก้เอกสารแล้วส่งใหม่ แต่โดยทั่วไปต้องผ่านขั้นตอนการแก้ไขอย่างเป็นทางการที่เฉพาะเจาะจงกับขั้นตอนการประมวลผลนั้น สิ่งที่เกี่ยวข้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนและใบขนสินค้าดำเนินไปถึงขั้นไหนแล้ว การแก้ไขที่พบก่อนการประเมินอากรโดยทั่วไปตรงไปตรงมากว่าการแก้ไขที่พบหลังสินค้าได้รับการปล่อยไปแล้ว

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ความถูกต้องในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลสำคัญกว่าที่คิดในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะข้อผิดพลาดเล็ก ๆ เรื่องการจำแนกหรือมูลค่า ที่ในกระบวนการแบบกระดาษอาจแก้ไขได้ง่ายอย่างไม่เป็นทางการ อาจใช้เวลาแก้ไขนานขึ้นเมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ที่ยื่นไปแล้ว การตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าก่อนยื่น แทนที่จะพึ่งการจับข้อผิดพลาดในภายหลังทั้งหมด โดยทั่วไปเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

นอกจากนี้ยังช่วยได้หากแยกแยะระหว่างการแก้ไขที่เป็นเรื่องธุรการล้วน ๆ เช่น การพิมพ์ผิดในช่องอ้างอิง กับการแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกพิกัดหรือมูลค่าที่แจ้ง เพราะกรณีหลังมีแนวโน้มมากกว่าที่จะทำให้การแก้ไขนั้นถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ธุรกิจที่ส่งสินค้าประเภทเดียวกันซ้ำ ๆ ได้ประโยชน์จากการกำหนดแนวทางการจำแนกพิกัดและการประเมินมูลค่าให้ถูกต้องครั้งเดียวแล้วใช้ซ้ำอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าปฏิบัติกับใบขนสินค้าของแต่ละ Shipment เหมือนเป็นเรื่องใหม่ทุกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกันเล็ก ๆ ระหว่างการยื่นแต่ละครั้ง

สิ่งที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทำได้เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบได้ราบรื่น

เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่เข้าใช้งานระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ทางอ้อมผ่านตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่ง วิธีที่ปฏิบัติได้จริงที่สุดในการให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นคือการสนับสนุนฝ่ายนั้นด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งใบกำกับสินค้า บัญชีรายการสินค้า และรายละเอียดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกพิกัด เตรียมไว้ก่อนที่จะต้องใช้ แทนที่จะรวบรวมภายใต้แรงกดดันด้านเวลา

นอกจากนี้ยังช่วยได้หากมองตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งเป็นแหล่งคำแนะนำ มากกว่าเป็นกล่องดำที่มองไม่เห็นภายใน การถามคำถามว่าทำไม Shipment รายการหนึ่งถึงถูกตรวจสอบเพิ่มเติม หรือข้อมูลอะไรจะช่วยลดโอกาสถูกตรวจสอบแบบเดียวกันในอนาคต สร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป มากกว่าแค่รอให้แต่ละ Shipment ผ่านศุลกากรไปเฉย ๆ สำหรับธุรกิจที่ส่งสินค้าสม่ำเสมอ มักเกิดรูปแบบซ้ำ ๆ ขึ้น เช่น สินค้าบางประเภท ช่องว่างด้านเอกสารบางอย่าง หรือความไม่สอดคล้องของมูลค่าบางแบบ การจัดการรูปแบบเหล่านั้นเชิงรุกโดยทั่วไปได้ผลดีกว่าการตอบสนองต่อความล่าช้าแต่ละครั้งเมื่อเกิดขึ้น

สุดท้าย ควรจำไว้ว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์สะท้อนข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ไม่ใช่ธุรกรรมที่แท้จริงเบื้องหลัง ระบบไม่มีทางรู้ได้เองว่าคำอธิบายไม่แม่นยำหรือมูลค่าไม่สอดคล้องกัน เว้นแต่จะมีบางอย่างในข้อมูลที่ยื่นส่งสัญญาณนั้นออกมา ธุรกิจที่มองว่าเอกสารในส่วนของตนเป็นความรับผิดชอบร่วมกับตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่ง มากกว่าเป็นเรื่องที่ส่งต่อแล้วปล่อยผ่าน มักเจอเรื่องไม่คาดคิดน้อยกว่าตลอดหลาย Shipment ที่ผ่านมา

สิ่งที่ช่วยให้ใบขนสินค้าผ่านระบบได้ราบรื่น

รายการตรวจสอบแนวทางที่ช่วยให้ใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบได้ราบรื่น ครอบคลุมเอกสาร การจำแนกพิกัด และความถูกต้องของมูลค่า
  • ข้อมูลสอดคล้องกันในทุกเอกสาร

    ใบกำกับสินค้า บัญชีรายการสินค้า และข้อมูลในใบขนสินค้า ควรอธิบายสินค้า ปริมาณ และมูลค่าตรงกัน

  • การจำแนกพิกัด HS ที่ถูกต้อง

    ใช้รหัสพิกัดที่ตรงกับสินค้าจริง ไม่ใช่รหัสที่สะดวกแต่ไม่ตรงกับสินค้า

  • มูลค่าที่แจ้งสมเหตุสมผล

    มูลค่าที่แจ้งสอดคล้องกับธุรกรรมและเอกสารประกอบ เพราะความไม่ตรงกันเป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

  • เอกสารประกอบครบถ้วนเตรียมไว้ล่วงหน้า

    เตรียมใบกำกับสินค้า บัญชีรายการสินค้า และใบอนุญาตที่จำเป็นให้พร้อมก่อนยื่นใบขนสินค้า ไม่ใช่หลังถูกสอบถาม

  • ตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งที่คุ้นเคยกับประเภทสินค้า

    ประสบการณ์กับสินค้าประเภทใกล้เคียงกัน ช่วยให้เตรียมข้อมูลได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก

ภาพประกอบที่ 4 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters
ภาพประกอบที่ 4 ของบทความ How Thailand's e-Customs System Works for Importers and Exporters — Thai Global Freight

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจผิดว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารที่ถูกต้อง ทั้งที่จริงแล้วบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูลที่ป้อนเข้าไปทั้งหมด
  • มองว่าใบขนสินค้าที่ถูกตั้งค่าสถานะให้ตรวจสอบเพิ่มเติมเป็นสัญญาณของปัญหาเสมอ ทั้งที่อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีที่ระบบกระจายความพยายามตรวจสอบเท่านั้น
  • ไม่เตรียมการชำระอากรและภาษีไว้ล่วงหน้า ซึ่งอาจทำให้การปล่อยสินค้าล่าช้า แม้ตัวใบขนสินค้าจะผ่านการตรวจสอบแล้วก็ตาม
  • พบข้อผิดพลาดหลังยื่นแล้วเข้าใจว่าสามารถยื่นใหม่ได้เฉย ๆ แทนที่จะผ่านขั้นตอนการแก้ไขอย่างเป็นทางการตามขั้นของการประมวลผลนั้น

สิ่งที่ควรเตรียม

  • ตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาต หรือผู้รับจัดการขนส่งที่ให้บริการพิธีการศุลกากร
  • ข้อมูลใบกำกับสินค้าและบัญชีรายการสินค้าที่ถูกต้องและตรงกับสินค้าที่ขนส่งจริง
  • การจำแนกพิกัด HS Code ที่ถูกต้อง ผ่านการยืนยันมากกว่าการสันนิษฐาน
  • ช่องทางชำระเงินที่พร้อมสำหรับชำระอากรและภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อประเมินแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกสามารถยื่นใบขนสินค้าเองในไทยได้หรือไม่?

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจส่วนใหญ่ทำงานผ่านตัวแทนออกของศุลกากรที่มีใบอนุญาต หรือผู้รับจัดการขนส่งที่ให้บริการพิธีการศุลกากร เนื่องจากต้องมีใบอนุญาตและความเชี่ยวชาญในการยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้อง

ทำไม Shipment ของฉันถูกเลือกให้ตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งที่ Shipment คล้ายกันไม่ถูกเลือก?

การประเมินความเสี่ยงที่อยู่เบื้องหลังการจัดช่องทางไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละ Shipment ไม่ได้หมายความว่ามีปัญหาเสมอไป ความสอดคล้องกันระหว่างข้อมูลที่แจ้งกับเอกสารประกอบเป็นปัจจัยทั่วไปที่ควรคำนึงถึงเมื่อเตรียม Shipment ในอนาคต

จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ชำระอากรและภาษีทันทีหลังการประเมิน?

การปล่อยสินค้ามักผูกกับการยืนยันว่าได้รับการชำระเงินแล้ว ความล่าช้าในการชำระเงินจึงอาจทำให้การปล่อยสินค้าล่าช้า แม้ตัวใบขนสินค้าจะผ่านการตรวจสอบแล้วก็ตาม

ผู้รับจัดการขนส่งช่วยดูแลกระบวนการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอดทั้งกระบวนการหรือไม่?

ผู้รับจัดการขนส่งหลายรายให้บริการพิธีการศุลกากรเป็นส่วนหนึ่งของบริการ โดยประสานงานทั้งใบขนสินค้า เอกสารประกอบ และขั้นตอนการชำระเงิน ควบคู่ไปกับการเคลื่อนย้ายสินค้าจริง

ระบบอิเล็กทรอนิกส์หมายความว่าพิธีการศุลกากรเป็นไปโดยอัตโนมัติทั้งหมดแล้วหรือไม่?

ยังไม่ทั้งหมด ระบบทำให้ขั้นตอนการยื่น การตรวจสอบ และการคำนวณเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ใบขนสินค้าที่ถูกเลือกให้ตรวจสอบเพิ่มเติมยังต้องอาศัยการประเมินเอกสารโดยเจ้าหน้าที่ หรือการตรวจสอบสินค้าจริง และตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งที่มีใบอนุญาตยังคงเป็นผู้เตรียมและยื่นใบขนสินค้าโดยทั่วไป

Freight Forwarder ประเทศไทย

พร้อมวางแผนการขนส่งครั้งถัดไปหรือยัง?

โทรLINEขอใบเสนอราคา